ในที่สุดผมก็ได้มายืนอยู่ที่นี่ ดินแดนที่ถูกขนานนามว่า”อุ้มผางแผ่นดินดอยลอยฟ้า”
นึกไม่ถึงจริงๆว่าอุ้มผางจะไกลขนาดนี้ โอ้โห โค้งเยอะมาก ฝั่งซ้ายก็เหว ฝั่งขวาก็เหว ตอนนั่งรถมาฝนตกด้วย กรมทางหลวงชนบทก็เพิ่งเคลียดินสไลด์ไปสดๆร้อนๆ บางที่กำลังขึงตาข่ายดักดินสไลด์ หนทางบางช่วงบางตอนก็กำลังซ่อมแซม เข้าใจว่าน้ำฝนคงเซาะเสียหาย(ยังจำได้ว่าเคยเห็นดินสไลด์ครั้งแรกตอนไปออกค่ายอาสาที่แม่สะเรียง เกือบต้องเลื่อนวันเดินทางกลับมหาลัย ชาวค่ายและชาวบ้านต้องออกมาร่วมแรงช่วยกันตักดิน ตัดไม้ เพื่อเปิดทางให้รถขนส่งนักศึกษาเดินทางกลับได้)
สิ่งที่แลกมากับการเดินทางลุยๆครั้งนี้คือการได้เห็นสภาพผืนป่าสองข้างทางที่เราคิดว่าอุดมสมบูรณ์มากๆ ต้นไม้ต้นใหญ่ๆลำต้นสีขาวๆแข่งกันขึ้นชูยอดสูงชะลูด ลึกลงไปข้างล่างสุดของแนวภูเขา คือ ลำห้วยใหญ่น้ำไหลใสแจ๋ว บางช่วงของสันเขาก็กลายเป็นไร่ข้าวที่เพิ่งแตกหน่อเล็กๆคล้ายต้นหญ้าที่แตกกอไปทั่วทั้งสันเขา บางช่วงก็กลายเป็นไร่ข้าวโพดบางไร่ต้นเล็กๆ บางไร่ต้นสูงพอที่จะออกดอกได้แล้ว ได้เห็นอะไรที่เขียวๆของธรรมชาติแบบนี้แล้ว...
พี่แมวซึ่งจะเป็นพี่เลี้ยงตลอดการอยู่ในพื้นที่ มารอรับที่หน้าโรงพยาบาลเลย เก็บข้าวของเรียบร้อยก็ไปกินห่อหมกหน่อไม้ ที่บ้านพี่แมวเป็นอาหารมื้อแรกของผมที่อุ้มผาง อร่อยมาก(บ้านพี่แมวน่ารักมาก อินดี้ได้ใจ)
วันนี้เป็นวันแรกของการทำงานในพื้นที่ ณ คลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อสิทธิมนุษยชน สถานที่ตั้งคลินิกคือโรงพยาบาลชุมชนอุ้มผาง คนไข้มาใช้บริการเยอะมาก จนบางรายต้องนอนเตียงเสริมที่โรงพยาบาลจัดไว้ให้ เท่าที่รู้คือประชากรของอำเภออุ้มผางมีประมาณ26,422คน (ข้อมูลจาก http://123.242.165.136/main?module=district&pages=district&hur_code=08&data_type=02)
แต่เราคิดว่าน่าจะเยอะกว่านี้เพราะยังมีประชากรแฝงที่อาจจะยังไม่รับการบันทึกไว้ในระบบทะเบียนราษฎรไทยอีกเยอะ คนไข้บางรายก็จะไม่ได้รับการประกันสุขภาพเพราะไม่มีชื่ออยู่ในระบบทะเบียนราษฎรตรงนี้แหละที่พวกเขาจะเดือดร้อนมากเพราะส่วนใหญ่แล้วฐานะทางเศรษฐกิจของพวกเขาไม่สู้ดีนักจึงไม่ค่อยมีตังค์จ่ายค่ารักษาหรือหากเป็นกรณีที่เป็นโรคร้ายแรงที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษามากก็ยิ่งเดือดร้อนหนักเข้าไปอีก
นั่งเปิดแฟ้มข้อมูลกรณีที่ต้องติดตามความคืบหน้า มีหลายกรณีที่เคยเห็นมาแล้วจากการฝึกทำกรณีศึกษาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ตามแผนงานที่วางไว้คือจะต้องติดตามคนกลุ่มแรกคือคนไร้รัฐก่อนสี่กรณี หวังว่าจะได้ลงพื้นที่หมู่บ้านในเร็วๆนี้
ฝากคนอุ้มผางด้วยนะคะ ภารกิจของคนในกระบวนการยุติธรรมตามธรรมชาติเริ่มต้นจริงแล้วล่ะ
พี่โจ้ง สบายดีนะครับ ไม่เจอกันนาน ว่างๆแวะมาหากันบ้างนะครับ
ขอให้พี่เป็นนักกฎหมายที่ดี ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนต่อไปนะครับ เป็นกำลังใจให้ครับ
เห็นอาจารย์แหววพูดถึงพี่โจ้งบ่อยๆ ในคาบเรียนคดีบุคคล
ผมก้นึกว่าพี่โจ้งไหนน้า ที่แท้ก้พี่โจ้งที่ทำตอบปัญหากฎหมายวันรพีกับผมนี่เอง
รักษาสุขภาพด้วยนะพี่ ถ้ามีโอกาส หวังว่าเราคงจะได้เจอกันนะครีบ
ขอบคุณอาจารแหววมากครับ
ขอบใจคอปเตอมากน้อง ปีนี่ทีมงานรพีเป็นยังไงบ้าง ทีมคอปเตอกับน้องเริงดูแลอยู่ใช่มะ เป็นกำลังใจให้น้องๆเทรนปีสามด้วยนะ
ว่างๆมาดูงาน เอ๊ย มาเที่ยวอุ้มผางได้ครับ
ไปมาแล้ว ๒ ครั้ๆที่ ๓ จะแวะไปทักทายนะคะ