พระเก๊ จะใช้วิธีเอาสีโปะ เลอะๆ เละๆ เต็มไปหมด แต่ตามหาที่มาไม่ได้

ในการดูพระสมเด็จเนื้อปูนดิบนั้น

นอกจากจะดูที่การพัฒนาการของผิวปูนดิบ และปูนสุกแล้ว ประเด็นสำคัญที่ดูได้โดยง่ายๆ ก็คือ การกระจายของน้ำมันตังอิ้วบนผิวพระสมเด็จ

ที่ปรากฏอยู่ที่ในเนื้อ และที่ผิวเนื้อปูนดิบ

 

การกระจายของน้ำมันตังอิ้วบนผิวพระสมเด็จวัดระฆัง

 

แบบเดียวกับการไหลของน้ำมันออกมาจากรูน้ำมันเล็กน้อย ที่หัวระหว่างหูกับตาของช้าง ตอนที่

ช้างตกมัน

ที่ต่างอย่างสิ้นเชิงของสภาพ

ช้างตกบ่อน้ำมัน

ที่จะมีน้ำมันเปื้อนตัวช้าง แบบไม่รู้ว่ามาจากไหนเต็มไปหมด

แต่ถ้าลองไปดูที่รูน้ำมันของช้าง อาจจะแห้งสนิท ไม่มีรอยคราบน้ำมันไหลออกมาด้วยซ้ำ

ที่เป็น "ธรรมชาติที่เลียนแบบได้ยาก" 

ที่สามารถใช้ดูพระสมเด็จได้ง่ายที่สุด 

พระแท้จะกระจายตัวของคราบตังอิ้วนิดๆ

  • จากรูน้ำตาและรอยแตกของปูน
  • ทั้งซึมเข้าในเนื้อผิวและคลุมผิวพระ
  • มากน้อยตามอายุ

พระเก๊ จะใช้วิธีเอาสีน้ำตาลคล้ายตังอิ้ว

พระเก๊ จะมีการโปะสีน้ำตาลเลียนแบบน้ำมันตังอิ้ว

  • นำมาแต้ม หรือโปะ
  • แบบ เลอะๆ เละๆ เต็มไปหมด
  • แต่หาที่มาไม่ได้ แบบเดียวกับช้างตกบ่อน้ำมัน
    • ยกเว้นพระฝีมือจัดระดับ "ปาดคอเซียน"
    • ที่จะทำเนียนมาก ทีละองค์ อย่างประนีต
    • ที่ไม่ต้องระวังมาก
      • เพราะพระระดับนี้ เขาเอาไว้ "ปาดคอเซียน" อย่างเดียว 
      •  ราคาจากโรงงานก็หกเจ็ดหมื่นแล้ว
      • ไม่มาถึงเราหรอกครับ

ฉะนั้น พระเก๊ตาเปล่าทั้งหลายมักมาตายที่น้ำมันตังอิ้วนี่เอง

จริงๆ มองอีกมุมหนึ่ง ก็น่าสงสารช่าง

  • ไม่โปะ ก็รู้ว่าเก๊
  • โปะ ก็ดูออกว่าเก๊
  • จะทำเนียนๆ ก็ไม่ทันกิน ขายยาก นานๆจะมีใบสั่งมาสักองค์

เขาก็เลยทำพระเก๊ตาเปล่ามาวางขายกันเกร่อ

ถือว่าทำบุญทำกุศล บุญมีพอแล้ว เดี๋ยวก็ได้พระแท้ๆเองและครับ

ระวังแต่ว่า

เมื่อท่านธุดงค์มาแล้ว ขอให้นิมนต์ให้ถูกองค์ก็พอแล้วครับ