พรพรรณ อมรวรวิทย์ : ความประทับใจที่มีต่ออาจารย์นพเมื่อได้มาเรียนที่ มธ.

ความเป็นกันเองและไม่ถือตัวของอาจารย์

        ดิฉันเป็นนักศึกษาที่ไม่เคยเรียนกับอาจารย์นพเลย ในสมัย ป.ตรี เพราะ ดิฉันเรียนอยู่ที่ม.ราม แต่เมื่อได้มาเรียน ป. โท ที่มธ. และได้เรียนวิชาสิทธิมนุษยชน กับ อาจารย์นพ ก็รู้สึกประทับใจอาจารย์แม้ว่าจะไม่ได้สนิทกันหรือรู้จักอาจารย์มานานก็ตามที เพราะความเป็นกันเองและไม่ถือตัวของอาจารย์ ทุกครั้งที่เจออาจารย์ไม่ว่าจะที่ไหนอาจารย์ก็มักจะทักทายและก็ถามว่า คุณใช่ไหมที่ทำเรื่อง สิทธิสตรี แสดงว่าอาจารย์จำดิฉันได้ ทั้ง ๆ ที่ มีลูกศิษย์เยอะแยะ แต่อาจารย์ก็พยายามที่จะจำลูกศิษย์ให้ได้หมด

       และในตอนเรียนวิชาสิทธิมนุษยชน อาจารย์พาไปเลี้ยงอาหารที่โรงแรมในคาบเรียนครั้งสุดท้าย และถามทุกคนว่าทำไมถึงเลือกเรียนที่นี่  อาจารย์พยายามชวนคุยเรื่องต่าง ๆ ทั้งตลกบ้าง มีสาระบ้างไม่มีสาระบ้าง เพื่อสร้างบรรยากาศให้เป็นกันเอง นี่แหละคะที่ทำให้ดิฉันประทับใจมาก เพราะ ตั้งแต่เรียนหนังสือมายังไม่เคยได้พบอาจารย์ท่านไหนทำแบบนี้มาก่อน

       ในอนาคตถึงแม้ว่าอาจารย์จะไม่ได้สอนหนังสือแล้วก็ตาม แต่อาจารย์จะยังคงเป็นอาจารย์ที่เคารพและจดจำไว้ในใจดิฉันตลอดไปคะ

 

บันทึกโดย

นส.พรพรรณ อมรวรวิทย์ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน อาจารย์นพในสายตาของลูกศิษย์

คำสำคัญ (Tags)#ความเป็นกันเองของอาจารย์นพ

หมายเลขบันทึก: 49481, เขียน: 11 Sep 2006 @ 13:33 (), แก้ไข: 11 Feb 2012 @ 15:52 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก


ความเห็น (2)

อันนี้ใครเขียนเอ่ย

รบกวนช่วยแจ้งชื่อด้วยได้ไม๊คะ

ขอบคุณคะ

รัตน์ 

  • ถ้าพูดถึงท่านอาจารย์นพนิธิในสายตาของลูกศิษย์นั้น ดิฉันเห็นด้วยกับผู้เขียนอย่างยิ่งค่ะ
  • โดยส่วนตัวของดิฉันนั้น...ดิฉันไม่แปลกใจเลยที่ท่านจบด้านสิทธิมนุษยชน เนื่องด้วยท่านไม่เคยพูดจาดูถูกดูแคลนคนที่ด้อยกว่า(ไม่ว่าจะด้วยวัยวุฒิ หรือด้วยคุณวุฒิ)ให้ได้ยินเลย อาจารย์ให้เกียรติกับคนทุกคน รวมถึงผู้หญิงที่อาจารย์เคยกล่าวกับดิฉันว่า"ผู้หญิงเป็นเพศแม่ รวมทั้งคุณแม่ที่ได้ให้กำเนิดครู ดังนั้นครูจะต้องให้ความเคารพต่อสิทธิของเขาและไม่ควรเอาเปรียบ..การเอาเปรียบผู้หญิงก็เท่ากับว่าเราเอาเปรียบแม่ของเราด้วย"  และตัวดิฉันเองอยากจะเปรียบเทียบอาจารย์ว่าเป็นคุณพ่อคนที่สอง ที่คอยอบรมสั่งสอน และให้คำแนะนำ ตลอดจนให้โอกาสดีๆ แก่ดิฉันมากมาย...
  • ความเมตตากรุณาที่ดิฉันได้รับ ก็คงไม่แตกต่างจากลูกศิษย์ของท่านอ.นพคนอื่นที่ขอความช่วยเหลือจากท่านอาจารย์
  • ในด้านของความเป็นครู ท่านมีเต็มร้อย...และองค์ประกอบของความเป็นครูต่อศิษย์ในสายตาของดิฉันอันได้แก่ ความเมตตา กรุณา มุฑิตาและ อุเบกขา หรือที่เรียกว่า"หลักพรหมวิหารสี่" ที่มีครบถ้วนต่อศิษย์...เพราะฉะนั้นดิฉันจึงเรียกท่านว่าเป็นพ่อคนที่สองของศิษย์อย่างดิฉัน...ที่มีแต่ให้และให้ในสิ่งที่ดีงามอย่างไม่มีที่สิ้นสุด....
  • อย่างไรก็ตามคำพรรณนาที่จะกล่าวถึงคุณงามความดีของท่านอ.นพต่อศิษย์อย่างเช่นดิฉัน คงจะกล่าวได้ไม่หมดในบล็อกเพียงหนี่ง บล็อกนี้ก็เพราะ...ความดีของท่านเกินคำบรรยายและยากที่จะบรรจุได้หมดในบล็อกนี้...
  • และถ้อยคำที่แสดงให้เห็นได้ชัดที่ดิฉันเคยได้ฟัง "การสอบตกไม่ได้หมายความว่าคุณไม่มีความสามารถหรือไม่ฉลาด หรือวัดอะไรได้ทุกอย่าง...ครูไม่เห็นเลยว่าคนที่เรียนเก่งมากๆ จะประสบควาสำเร็จในทุกๆเรื่องเลย...คนเราไม่ได้มีทุกอย่างเพรียบพร้อมมาตั้งแต่เกิดหรอก...แต่การจะวัดว่าเรามีความสามารถหรือไม่ มันอยู่ที่การกระทำและผลงานที่เราได้รับมอบหมายต่างหาก และการที่เราเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง ก็ดีหนิที่ไม่ต้องเป็นที่เพ่งเล็ง...ดังนั้นเราต้องผ่อนคลายบ้างอย่าไปเครียดกับมัน...เพราะครูก็เคยสอบตกเหมือนกัน"
  • สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดสำหรับความรู้สึกดีๆที่ดิฉันมีต่อท่านอ.นพผู้ซึ่งเป็นที่เคารพยิ่ง...ก็คือขอกราบเท้าท่านอาจารย์นพอันเป็นที่รักของศิษย์ผู้ไม่รู้ แต่ได้รู้อะไรมากมายจากถ้อยคำอันมีความหมายของท่านค่ะ...ขอบพระคุณมากค่ะ

ป.ล. ขอขอบพระคุณผู้ที่สร้างบ้านหลังนี้(โดยเฉพาะท่านอ.เเหวว...)ไว้ให้ท่านอ.นพ และให้ลูกศิษย์ได้แสดงความคิดเห็นและได้แสดงกตเวทิตาต่อท่านอ.นพ...แม้เป็นเพียงคำเขียนซึ่งเขียนได้ไม่หมด..แต่ก็ทำให้หลายคนรับรู้ถึงความดีของอาจารย์ค่ะ