นายพนัส ธีระเพ็ญแสง
นิสิตปริญญาโทชั้นปีที่ 2
สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษามหาวิทยาลัยนเรศวร
WebQuest : สื่อการเรียนที่ส่งเสริมผู้เรียนฝึกกระบวนการคิด (Find & Think)
บทนำ
ปัจจุบันข้อมูลสารสนเทศที่อยู่ใกล้ตัวของเรา และถือได้ว่าเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ สามารถค้นหา และเข้าถึงสารสนเทศได้ง่าย และรวดเร็ว นั่นก็คือข้อมูลบนเครือข่าย World Wide Web นั่นเอง เพียงมีคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (PC) หรือคอมพิวเตอร์พกพา (NOTEBOOK) หรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ได้เชื่อมโยงกับระบบอินเตอร์เน็ต (INTERNET NETWORK) ก็สามารถหาข้อมูล องค์ความรู้ต่างๆ ได้ และรวมถึง แท็บเล็ต (TABLET) ที่จะเข้ามามีบทบาทในการศึกษาของประเทศในปัจจุบัน
นักเทคโนโลยีการศึกษาได้คิดค้นสื่อที่ทำให้ผู้เรียนสามารถค้นหาความรู้ได้ด้วยตนเอง โดยมีลักษณะเป็นรูปแบบของการเชื่อมโยงลิงค์ (LINK) เพื่อหาองค์ความรู้ที่มีอยู่มากมายบนอินเตอร์เน็ต ที่ผู้เขียนจะขอกล่าวถึงก็คือสื่อการเรียนการสอนที่ชื่อ WebQuest ซึ่งจะกล่าวถึงในส่วนของความหมายและองค์ประกอบและลักษณะของผู้เรียนที่พึงประสงค์
นิยามของ WebQuest
WebQuest คือกิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้นการแสวงรู้ โดยมีฐานสารสนเทศที่ผู้เรียนจะมีปฏิสัมพันธ์ด้วย บนแหล่งต่างๆบนอินเทอร์เน็ต และอาจเสริมด้วยระบบการประชุมทางไกล (Dodge,1997)
WebQuest ได้รับการออกแบบที่จะใช้เวลาของผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพ เน้นการใช้สารสนเทศมากกว่าการแสวงหาสารสนเทศ สนับสนุนผู้เรียนในเรียนรู้ขั้นการคิดอย่างวิเคราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่า
WebQuest จะส่งเสริมให้ผู้เรียนใช้จินตนาการและทักษะการแก้ปัญหา คำตอบสุดท้ายยังไม่ได้ให้ไว้ก่อน ดังนั้นผู้เรียนจึงต้องค้นพบและสร้างสรรค์ด้วยตนเอง หรือในกลุ่มของผู้เรียน ผู้เรียนจะท่องไปใน World Wide Web ที่เสนอแนะไว้อย่างมีความหมาย ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาความรู้ในเชิงข้อเท็จจริง หรือประเด็นที่เป็นที่ถกเถียงกันในสังคม เช่น สภาพแวดล้อม ที่ผู้เรียนจะต้องทำมากกว่าการจำเนื้อหาสาระ แต่ต้องกลั่นกรองสารสนเทศนั้นโดยการตัดสินใจที่อยู่บนฐานของศิลธรรมและจริยธรรมจากข้อมูลที่ได้รับมาทักษะร่วมสมัยสำหรับการเรียนรู้ในยุคสังคมสารสนเทศ
ในสังคมสารสนเทศซึ่งเป็นสังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้ ทักษะใหม่ที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนที่จะเป็นเครื่องมือในการแสวงและเรียนรู้ในสังคมใหม่ ได้แก่
1. การแสวงรู้ (Inquiry) ในสังคมสารสนเทศมีองค์ความรู้มหาศาลทั่วทุกหนแห่ง ความรู้ไม่ได้จำกัดที่ตัวครู หนังสือ ตำรา ห้องสมุด หากแต่มีอยู่ในแหล่งความรู้ชุมชน บนแหล่งสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ บนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ดังนั้นบรรยายกาศห้องเรียนต้องเป็นสถานที่ที่จะส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนเข้าถึงแหล่งความรู้เหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความเชื่อมั่นและทักษะในการแสวงหาความรู้พัฒนาตนเองเป็นผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง(self-directed learner) ผู้เรียนต้องได้รับการสนับสนุนให้รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเองให้มากที่สุด เพื่อเป็นทักษะในการดำรงชีวิตในยุคใหม่ ที่จะต้องมีการเรียนรู้ไปตลอดชีวิต
2. การสะท้อนคิด (Reflection) จากสารสนเทศในสังคมใหม่มีอยู่อย่างมหาศาล ผู้เรียนจึงต้องมีทักษะในการกลั่นกรองสารสนเทศสามารถวิเคราะห์ได้ว่าว่าสิ่งใดดี ไม่ดี เหมาะสม หรือไม่เหมาะสม และสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ที่เหมาะสมในการนำไปใช้ประโยชน์ทั้งในชีวิตประจำวันและในวิชาชีพต่อไป
3. การใช้เทคโนโลยี (Technology-use) เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการแสวงหาความรู้ใหม่ในสังคมปัจจุบัน โดยเฉพาะองค์ความรู้ที่อยู่ในรูปสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ ที่ความรู้ที่ไร้พรหมแดน ผู้สอนจึงต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะเทคโนโลยีสารสนเทศที่ส่งเสริมการเรียนรู้ และการแสวงหาความรู้ใหม่ ทั้งในห้องเรียน นอกห้องเรียน ในห้องสมุด หรือแม้แต่ในห้องปฏิบัติการ
4. การสร้างองค์ความรู้ (Knowledge construction) ทฤษฎีการเรียนรู้แนวคอนสตรัคทิวิสม์เข้ามามีบทบาทอย่างสูงในการส่งเสริมการเรียนรู้ในยุคสังคมสารสนเทศ แนวคิดนี้อยู่บนพื้นฐานที่ว่าผู้เรียนเองเป็นผู้สร้างองค์ความรู้ โดยการลงมือปฏิบัติ แสวงหาเหตุผล ค่อยๆ ทำความเข้าใจจนได้ข้อสรุป เป็นการได้ความรู้โดยผ่านกระบวนการสร้างปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ด้วยตัวผู้เรียนเอง ทฤษฎี แนวคิดใหม่ๆ ในใจของผู้เรียนจะเพิ่มพูน เข้มแข็งขึ้นเรื่อยๆ โดยอาศัยตรรกะต่างๆ ที่สร้างสมจากการเรียนรู้ของเขาเอง ในสังคมสารสนเทศผู้เรียนไม่ใช่มีเพียงทักษะการแสวงหาความรู้ แต่ต้องมีทักษะในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้วยตนเองด้วย
เว็บเควสท ถือเป็นการปฏิวัติการเรียนรู้เพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษาตลอดชีวิต สามารถที่จะสืบค้นข้อมูลและเรื่องราวที่สนใจได้จากแหล่งข้อมูลบนเว็บซึ่งมีมากมายและหลากหลาย ทั้งยังเป็นวิธีการสืบค้นข้อมูลที่เหมาะสมกับยุคสมัยของการพึ่งพาคอมพิวเตอร์และโลกของอินเทอร์เน็ตเพื่อการดำเนินชีวิตด้วยความเร่งรีบ ทั้งนี้ สังคมจะได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพราะในปัจจุบันได้มีงานวิจัยมากมายที่ศึกษาบริบทของชุมชน เป็นการวิจัยแบบมีส่วนร่วม (PAR) เพื่อการเรียนรู้ที่ยังยืน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีการเผยแพร่ทางอินเทอร์เน็ตและสามารถนำมาใช้เพื่อสืบค้นผ่านเว็บเควสท ทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและมีแหล่งที่มาจากบุคคลที่เป็นผู้รู้ในสังคมอย่างแท้จริงเนื่องจากมีผลงานวิจัยรองรับ มีคุณค่าต่อการเรียนรู้จริง กลยุทธ์หลักที่เกิดขึ้นในเว็บเควสท ได้แก่
- ทฤษฎีแรงจูงใจ
- ทฤษฎีถาม – ตอบ
- ทฤษฎีสรรคนิยม (Constructivism)
- การเรียนรู้แบบแยกแยะ (Differentiated Learning)
- การเรียนรู้ตามสถานการณ์ (Situated Learning)
- การเรียนการสอนสาระสำคัญ (Thematic Instruction)
- การทดสอบจริง (Authentic Assessment)
- หลักจิตวิทยาแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง
(สุพิทย์ กาญจนพันธุ์. www.ksp.or.th/upload/292/3889-20060509.doc)
สรุป
สื่อการเรียนการสอนต่างๆ ล้วนมีประโยชน์ คุณค่า เพราะเป็นสิ่งที่นักการศึกษา หรือนักเทคโนโลยีการศึกษาคิดค้น และพัฒนาเพื่อนำมาใช้ในการศึกษา โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เกิดความรู้ เกิดจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ เพื่อที่บุคคลเหล่านั้นจะเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไป และการที่ผู้สอนจะนำเอาสื่อการเรียนการสอนมาใช้ได้นั้น จะต้องมีปัจจัยหลายๆ อย่างมารองรับ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของอุปกรณ์ เครื่องมือ ระบบเครือข่ายต่างๆ และที่สำคัญผู้สอน หรือผู้ที่จะใช้สื่อนั้นจะต้องมีความรู้ ความเข้าใจ ในวัตถุประสงค์ของสื่อนั้นอย่างถ่องแท้ และในอีกด้านหนึ่งผู้เรียนก็จะต้องเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของสื่อการเรียนนั้นๆ อย่างถูกต้อง จึงจะเรียกได้ว่าเป็นการนำเทคโนโลยีการศึกษามาใช้ได้อย่างมีคุณค่า ประโยชน์ ทำให้เกิดการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาได้อย่างดียิ่งขึ้น
อ้างอิง
v WebQuest : การเรียนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางบน World Wide Web วสันต์ อติศัพท์ 202.44.14.13/krugong/TeachWeb/seminaracrobat/article3.pdf
v ความหมายของ WebQuest http://webquest.org/
v ปฏิวัติการเรียนรู้ด้วยการสืบค้นบนเว็บ (WebQuests) สุพิทย์ กาญจนพันธุ์. (2551). จาก www.ksp.or.th/upload/292/3889-20060509.doc
v ศึกษาเพิ่มเติมเรื่อง WebQuests กันเถอะ จาก http://mfgtech.multiply.com/journal/item/8