รายงานการวิจัย


ในการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ การวิเคราะห์ปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาพุทธวิธีการบริหารงานโดยใช้หลักอริสัจ ๔ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตพะเยา จากกลุ่มของพระนิสิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ วิชาเอกการจัดการเชิงพุทธ จำนวน ๑๐ รูป ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้ เครื่องมือการวิจัยแบบการสนทนากลุ่ม (Group Discusion) และการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) แบบพรรณนาความ

บทที่  5

สรุปผลการวิจัย  อภิปลายผล   และข้อเสนอแนะ

              การวิจัยเรื่อง  การวิเคราะห์ปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาพุทธวิธีการบริหารงาน โดยใช้หลักอริสัจ  ๔   มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยา   ผู้วิจัยได้สรุปผล  อภิปลายผล และข้อเสนอแนะดังนี้

๕.๑ สรุปผลการวิจัย 

             ในการวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ การวิเคราะห์ปัญหาการจัดการเรียนการสอนวิชาพุทธวิธีการบริหารงานโดยใช้หลักอริสัจ  ๔ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยา  จากกลุ่มของพระนิสิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ วิชาเอกการจัดการเชิงพุทธ  จำนวน  ๑๐ รูป  ในการวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ใช้ เครื่องมือการวิจัยแบบการสนทนากลุ่ม (Group Discusion)    และการวิเคราะห์ข้อมูล ใช้การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) แบบพรรณนาความ

                ๕.๑.๑สถานภาพทั่วไปของพระนิสิตที่สนทนากลุ่ม

                   สถานภาพทั่วไปของพระนิสิต  ชั้นปีที่  ๔  สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ วิชาเอกการจัดการเชิงพุทธ ภาคเรียนที่ ๑  ปีการศึกษา  ๒๕๕๔  เป็นพระนิสิตที่เรียนวิชาพุทธวิธีการบริหารงาน  จำนวน  ๑๐  รูป

 

สถานภาพ

จำนวน (รูป)

ร้อยละ

นิสิตที่เป็นพระภิกษุ

๑๐

๑๐๐

นิสิตที่เป็นสามเณร

-

-

รวม

๑๐

๑๐๐

                       ๕.๑.๒  ข้อมูลทั่วไป

 

อายุ

จำนวน (รูป)

ร้อยละ

ระหว่าง  ๕๐ –  ๖๙

๗๐

ระหว่าง  ๓๖ – ๔๙

      ๓๐

รวม

๑๐

๑๐๐

 

              ๕.๑.๓ ปัญหาการจัดการเรียนการสอน วิชาพุทธวิธีการบริหารงาน โดยใช้หลักอริสัจ ๔มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตพะเยา  สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้

                        - ปัญหาด้านหลักสูตร (ทุกข์)

๑. อาจารย์เน้นการสอนด้านเนื้อหามากกว่าด้านกระบวนการเรียนรู้

๒. อาจารย์ไม่ส่งเสริมให้พระนิสิตได้ศึกษาค้นคว้าคำตอบหรือแก้ปัญหาด้วยตนเอง

๓.อาจารย์ขาดวิธีการสอนที่หลากหลาย ที่สามารถเรียนรู้จากแหล่งความรู้ สื่อ อุปกรณ์และวิธีการต่าง ๆ

๔.หลักสูตรไม่ครอบคลุมเนื้อหาและกว้างขวางเพียงพอ และไม่สอนตามแผนการสอน

                - การแก้ปัญหา (สมุทัย)

                      ๑.การสอนด้วยการลงมือกระทำ (learning  by  doing)

                     ๒.การสอนด้วยกิจกรรมและประสบการณ์แทนหนังสือหรือพูดให้ฟังเพียงอย่างเดียว

            ๓. การสร้างทักษะในการวิเคราะห์เนื้อหาเพื่อความเข้าใจด้วยวิธีการตั้งคำถาม  

            ๔. การสร้างเรื่อง หรือหาบทความที่ไม่มีในหนังสือมาวิเคราะห์

            ๕. ใช้สื่อการสอนประกอบ (power  point) และสอนตามแผนการสอนที่วางไว้

     -  ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล (นิโรธ)

            ๑. การวัดผลและเมินผลการเรียนรู้ 

            ๒. บันทึกผลหลังการสอน

     - ขั้นสรุปและรายงานผล  (มรรค)

            - การพัฒนา  การปรับปรุง  และการแก้ไขปัญหา

.๒  อภิปรายผล

                               ๕.๒.๑ ปัญหาด้านหลักสูตร :  (ทุกข์)

                                        ๑.มีเนื้อหาไม่ครอบคลุม และกว้างขวางเพียงพอ

                                       ๒.การเรียนการสอนไม่เป็นไปตามแผนการสอนที่กำหนดไว้

                                        ๓.เวลาการเรียนการสอนน้อยเกินไป อาจารย์ควรจะมีเวลาสอนให้มากกว่านี้ควรสอนตามขั้นตอนและแผนการสอนที่กำหนดไว้

                                         ๔.ให้เพิ่มการค้นคว้างานในเอกสารตำราต่าง ๆ  และให้ส่งใบงานหรือรายงานการให้ผลการเรียนควรให้แต่ละบทให้มากกว่านี้ 

                                                  ๕. มีความรู้พื้นฐานทางด้านศัพท์ภาษาบาลีน้อย ไม่ค่อยจะเข้าใจศัพท์ธรรมะบางศัพท์ที่มีความลึกซึ้งมากเกินไป

                                        ๖. ผู้บริหารขาดปฏิสัมพันธ์กับพระนิสิต  ผู้บริหารที่เป็นอาจารย์ ควรจะอุทิศเวลาให้การเรียนการสอนให้มากกว่านี้

                    ๗.  ห้องเรียน ห้องน้ำ ต้องปรับปรุงเร่งด่วน  น้ำดื่มไม่ค่อยจะสะอาด และมีไม่เพียงพอ                    

                   ๘.สื่อการเรียนการสอนในห้องเรียนไม่ได้รับการดูแล สื่อบางอย่างไม่ทันสมัยควรเพิ่มสื่อการสอนที่หลากหลายให้มากกว่าน

                               

              ๕.๒.๒ สาเหตุด้านหลักสูตร (สมุทัย)

                                     ๑. เนื้อหาของหลักสูตรวิชาพุทธวิธีการบริหารงาน มีความครอบคลุมเนื้อหา และกว้างขวาง เพียงพอ

                                    ๒.จำนวนหน่วยกิต ๒ หน่วยไม่มากและไม่น้อยเกินไป

                                     ๓.มีความพึงพอใจในกระบวนการเรียนสอนของอาจารย์ 

                                     ๔.อาจารย์ผู้สอน มีความเข้าใจเนื้อหา มีความรู้ ความสามารถในการถ่ายทอด  และมีความตั้งใจในการสอน เพื่อมุ่งหวังพัฒนาพระนิสิต ให้เป็นบุคลากรทางพระพุทธศาสนาที่มีคุณค่ายิ่ง 

                      ๕.๒.๓  การแก้ปัญหาเกี่ยวกับหลักสูตร  (นิโรธ)                   

                                   ๑.เน้นการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรให้มีคุณภาพและทันสมัย
                                   ๒.พัฒนาหลักสูตรให้ส่งเสริมการเรียนการสอนแบบบูรณาการ

                                   ๓.การเน้นพระนิสิตเป็นสำคัญ โดยอาจารย์คำนึงถึงคุณค่าที่พระนิสิตจะได้รับเป็นหลักและเอื้อประโยชนต่อพระนิสิตให้มากที่สุด
                                  ๔.กำหนดคุณลักษณะของพระนิสิตที่พึงประสงค์เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการผลิตที่ชัดเจนและมีคุณภาพ
                                ๕.การปลูกฝังและพัฒนาทักษะทั้งทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านภาษาและด้านการสื่อสารให้กับพระนิสิต
                                ๖.การปลูกฝังและพัฒนาทักษะทางด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การวิเคราะห์
                                ๗.การปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม โดยวิธีการสอดแทรกในการเรียนการสอน
                                         ๘.มีการกำหนดภาระงานที่เหมาะสมและชัดเจน ได้แก่ การสอนการวิจัย การให้บริการทางวิชาการและการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม
                                ๙.มีการประเมินการสอนของอาจารย์ โดยการเน้นการประเมินเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการสอนของอาจารย์ให้มีประสิทธิภาพ
                               ๑๐.ส่งเสริมให้อาจารย์ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนการสอน โดยการกำหนดเป็นภาระงานที่จะต้องปฏิบัติและจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตลอดจนอำนวยความสะดวก รวมทั้งจัดหามาตรการที่จะช่วยกระตุ้น จูงใจในการดำเนินการวิจัย

 

                   

 

            

 ๕.๒.๔ ขั้นสรุปผล  (มรรค)

                               สรุปผลการวิจัย  :                

                     ๑.มีการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรให้มีคุณภาพและทันสมัยพัฒนาหลักสูตรให้ส่งเสริมการเรียนการสอนแบบบูรณาการ

                     ๒.เน้นการเรียนการสอนของพระนิสิตเป็นสำคัญโดยอาจารย์คำนึงถึงคุณค่าที่พระนิสิตจะได้รับเป็นหลักและเอื้อประโยชนต่อพระนิสิตให้มากที่สุด
                    ๓.กำหนดคุณลักษณะของพระนิสิตที่พึงประสงค์เพื่อนำไปสู่เป้าหมายการผลิตที่ชัดเจนและมีคุณภาพ  การปลูกฝังและพัฒนาทักษะทั้งทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านภาษาและด้านการสื่อสารให้กับพระนิสิต การปลูกฝังและพัฒนาทักษะทางด้านการคิดอย่างมีวิจารณญาณ การวิเคราะห์ และการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมโดยวิธีการสอดแทรกในการเรียนการสอน
                        ๔.มีการกำหนดภาระงานที่เหมาะสมและชัดเจน ได้แก่ การสอนการวิจัย การให้บริการทางวิชาการและการทำนุบำรุงส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มีการประเมินการสอนของอาจารย์ โดยการเน้นการประเมินเพื่อพัฒนาและปรับปรุงการสอนของอาจารย์ให้มีประสิทธิภาพ                                    
                  ๕.ส่งเสริมให้อาจารย์ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนการสอน โดยการกำหนดเป็นภาระงานที่จะต้องปฏิบัติและจัดสรรงบประมาณสนับสนุนตลอดจนอำนวยความสะดวก รวมทั้งจัดหามาตรการที่จะช่วยกระตุ้น จูงใจในการดำเนินการวิจัย

                  ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย เรื่อง  [1] การปรับปรุงการสอนรายวิชาการวิจัยในชั้นเรียน โดยใช้รูปแบบการวิจัยปฏิบัติในชั้นเรียนตามแบบจำลองคุณภาพ

                 รูปแบบการวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนตามแบบจำลองคุณภาพ ประกอบด้วยแนวคิดของการวิจัยในชั้นเรียน การวิจัยปฏิบัติการกับแบบจำลองคุณภาพ

                การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการวิจัยที่มุ่งแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นในชั้นเรียน อาจใช้ระเบียบวิธีการวิจัยเชิงปริมาณ การวิจัยเชิงคุณภาพหรือการวิจัยเชิงปฏิบัติการก็ได้[2]  ส่วนการวิจัยปฏิบัติการเป็นการวิจัยที่ดำเนินการโดยผู้ปฏิบัติงาน  เพื่อตรวจสอบผลการปฏิบัติของตนและแสวงหาแนวทางในการปรับปรุงให้การปฏิบัติงานนั้นดีขึ้นกว่าเดิม [3]  การวิจัยปฏิบัติการเป็นกระบวนการแก้ปัญหาขั้นตอนตามวงจรคุณภาพแบบ  P-D-C-A  ที่ครูผู้สอนดำเนินการในชั้นเรียนอย่างต่อเนื่องในรูปของเกลียวสว่าน(spiral) ขณะที่การวิจัยปฏิบัติการดำเนินการไปในแต่ละรอบ ปัญหาการเรียนรู้ก็จะรับการแก้ไขและคุณภาพการเรียนรู้จะได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันครูผู้สอนเองก็ได้เรียนรู้วิธีการปฏิบัติการสอนของตนและปรับปรุงวิธีปฏิบัติการสอนของตนให้ดีขึ้นอย่างตลอดเวลาเช่นกัน แบบจำลองคุณภาพเป็นแบบจำลองการวิจัยที่ผู้วิจัยนำมาจากแนวคิดของเทคนิคการควบคุมคุณภาพ(Quality Control Circle : QCC) ที่ขยายวงจรการแก้ปัญหาแบบ PDCA ให้มีวิธีปฏิบัติการแก้ปัญหาที่เป็นระบบ มีขั้นตอนและเป็นวิทยาศาสตร์ จนสามารถนำมาใช้พัฒนาคุณภาพได้ดีและสามารถประยุกต์วิธีการดังกล่าวมาใช้พัฒนาคุณภาพของสินค้าและบริการต่างๆ รวมถึงการเรียนรู้ในชั้นเรียนได้ เทคนิคการควบคุมคุณภาพดังกล่าวได้รับการพัฒนาขึ้นให้ประกอบด้วย(ก)กิจกรรมการวิจัย ๗ ขั้นตอน (ข)เครื่องมือการวิจัย ๗ ชนิด และ(ค)เรื่องราวการวิจัย ๗ ตอน[4]

กล่าวโดยสรุปว่า การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียนตามแบบจำลองคุณภาพ  เป็นรูปแบบการวิจัยการวิจัยในชั้นเรียนแบบหนึ่งที่ใช้รูปแบบของการวิจัยปฏิบัติการร่วมกับแบบจำลองคุณภาพ  ที่พัฒนาขึ้นเพื่อมุ่งให้เป็นรูปแบบใหม่ของการวิจัยในชั้นเรียนสำหรับครู เพื่อให้ครูได้ริเริ่มปฏิบัติการวิจัยในชั้นเรียนด้วยรูปแบบการวิจัยที่ง่าย สะดวก เป็นขั้นเป็นตอน ไม่ยุ่งยากและเป็นภาระทางการสอน และสามารถช่วยแก้ไขปัญหาในชั้นเรียนแก่ผู้เรียนได้ทันท่วงทีเมื่อการวิจัยนั้นเสร็จสิ้นลง  ผู้วิจัยคาดหวังว่า เมื่อครูสามารถวิจัยในชั้นเรียนได้แล้ว เขาจะเกิดการเรียนรู้และพัฒนารูปแบบการวิจัยนี้ไปให้กว้างขวาง ลึกซึ้งและมั่นคงมากขึ้นกว่าเดิมได้ด้วยตัวครูเองตามหลักการของการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้

 

           ๕.๓  ข้อเสนอแนะ

                           จากการวิจัยครั้งนี้ ผู้สอนมีข้อเสนอแนะต่อการปรับปรุงหรือพัฒนาการสอน ดังนี้

                              ๑.อาจารย์ผู้สอนควรนำแบบอย่างที่ดีจากผลงานวิจัยของพระนิสิตและข้อพร่องที่พบไปใช้เป็นกรณีศึกษาในการสอนครั้งต่อไป เพื่อเป็นการนำเสนอตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม

                             ๒.มหาวิทยาลัยควรให้การฝึกอบรมวิจัยในชั้นเรียนให้แก่อาจารย์อย่างต่อเนื่องและทุกภาคการศึกษาเพื่อให้อาจารย์สามารถทดลองทำวิจัยได้อย่างสมบูรณ์

                             ๓.อาจารย์ผู้สอนควรจัดให้มีเน้นกิจกรรมการนำเสนอผลงานการวิจัยและวิพากษ์ผลการวิจัยในชั้นเรียนให้มากขึ้น ทั้งการสะท้อนความคิดจากผลการวิจัย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการวิจัย และการวิพากษ์ผลการวิจัย จากอาจารย์ผู้สอน  และจากพระนิสิต

                             ๔.อาจารย์ผู้สอนควรจัดให้มีระบบการจัดการความรู้การวิจัยในชั้นเรียนของพระนิสิต โดยจัดให้มีแหล่งความรู้ เรื่องการวิจัยในชั้นเรียน  วิธีปฏิบัติที่ดีทางการวิจัยในชั้นเรียน  การสนับสนุนและช่วยเหลือนิเทศพระนิสิต และแหล่งรวบรวมผลงานวิจัยในชั้นเรียน การจัดประชุมทางวิชาการ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลงานการวิจัยในชั้นเรียน

 

 

 

 



[1]  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.กฤษดา  กรุดทอง  :  มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา :  ๒๕๕๐.

[2]  ผ่องพรรณ  ตรัยมงคลกูล  :  ๒๕๔๘.

[3]  กิตติพร  ปัญญาภิญโญผล  :  ๒๕๔๙.

[4]  วีระพงษ์  เฉลิมจีระรัตน์ :  ๒๕๔๔.

หมายเลขบันทึก: 494552เขียนเมื่อ 12 กรกฎาคม 2012 12:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 12 กรกฎาคม 2012 12:45 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี