“แท้จริงแล้วเราได้จัดการศึกษาอย่างมีคุณค่าอย่างแท้จริงต่อชีวิตหรือไม่”

ตั้งแต่เกิดจนตายอาจจะกล่าวได้ว่าเราเกี่ยวข้องกับการศึกษาแทบทั้งสิ้น นับแต่การเรียนรู้การหัดเดิน หัดพูด หัดเข้ากลุ่มสังคมเด็กๆ คงไม่มีใครปฏิเสธการศึกษาหรือแยกออกห่างจากมันหรอก แต่จะมีสักกี่คนที่มีมุมมองเกี่ยวกับการศึกษาอย่างจริงจัง และลึกรอบด้าน ว่า “แท้จริงแล้วเราได้จัดการศึกษาอย่างมีคุณค่าอย่างแท้จริงต่อชีวิตหรือไม่” ในภาษาอังกฤษ เรียกว่า Meaningful learning

                คงจะโทษใคร หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งๆไม่ได้ ว่าผลที่เกิดในปัจจุบันมันเกิดจากสาเหตุใด สังคมที่ดิ้นรน แข่งขันกันอย่างเอาตายเข้าแลก ไม่ได้บอกว่าการแข่งในการศึกษามันไม่ดี แต่ว่ามันเกินไป ยิ่งสมัยนี้เทคโนโลยีก้าวไปแบบกระโดด จนคนแทบตามไม่ทัน อะไรๆ ก็เทคโนโลยีๆ ถามว่ามันจำเป็นมากเพียงนั้นเชียวหรือ ลองคิดดูเหตุปละผลที่จะตามมาให้ดี ว่าคนพัฒนาเทคโนโลยีอย่างหนักจนลืมศึกษาพัฒนาซึ่งจิตวิญญาณของตนเองอย่างแท้จริง จนก่อปัญหาแก่สังคมโลก และแทบไม่มีหนทางแก้ไขสถานการณ์ที่กำลังร่วมกันเผชิญอยู่ เพราะขาดจิตสำนึกต่อตนเอง และสังคม

                ในมุมมองของผมคิดว่าระบบการศึกษาควรถึงเวลาเปลี่ยนแล้ว โดยเฉพาะการศึกษาไทยที่ตามตะวันตกตนเสียเอกราชทางวัฒนธรรมที่ดีเสียส่วนมาก เริ่มจากเปลี่ยนมุมมองของตนเอง ครอบครัวและสังคมรอบข้างอย่างร่วมมือกัน ปลูกจิตสำนึก ศีลธรรมมากกว่าการปลูกจิตวิชาการจนเด็กๆอาจจะกลายเป็นเพียงแค่คอมพิวเตอร์หรือหุ่นยนต์ที่คิดได้อย่างชาญฉลาดแต่ขาดความเป็นมนุษย์ไปเสียแล้ว คิดกอบโกยผลลัพธ์ทุกอย่างเข้าหาตนเอง

                ทำอย่างไรหล่ะ? คำตอบในมุมมองของผม คือ ต้องเปลี่ยนระบบการเชิดชูคนเก่ง มาเป็นเชิดชูคนดี คนเสียสละ เพราะถ้าจิตใจของเขาดีแล้ว สิ่งดีๆจะตามมาเอง แม้ว่าคนดีอาจจะไม่เก่งก็ตาม  สังเกตง่ายๆ เช่น การมอบทุนศึกษา ส่วนใหญ่จะพิจารณาที่ผลการเรียนเป็นเกณฑ์ ใยไม่พิจารณาคุณความดีเล่า แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีแต่ว่ามันมีน้อยก็เท่านั้น เริ่มเสียวันนี้อย่ารอให้ถึงปี 2020 เลย เริ่มจากตัวเองง่ายที่สุด