สถานบริการผู้สูงอายุ ชิเซอิ ตั้งอยู่ที่เมืองทาชิกาว่า นั่งรถออกจากโตเกียวไปเกือบ ๒ ชั่วโมง แต่วันนี้การจราจรสะดวก เราจึงไปถึงก่อนเวลานัด สร้างความเครียดให้แก่คุณฮาชิโมโต ผู้อำนวยการสถานบริการและทีมงาน คือวัฒนธรรมญี่ปุ่นเขาเน้นตรงเวลา เราไปก่อนเวลาเขาจึงโกลาหลหน่อย หรือคล้ายเขาถูกกดดัน ทีมของเราสังเกตเห็น
สถานบริการนี้มีประวัติความเป็นมายาวนาน ในด้านการเป็นหน่วยงานสาธารณประโยชน์ ทำงานบริการสาธารณะ ก่อนจะผันตัวมาทำงานบริการผู้สูงอายุเมื่อ ๕๑ ปีก่อน คือช่วงหลังสงคราม และตอนนี้ถือว่าทำคุณประโยชน์ยิ่งใหญ่ให้แก่บ้านเมือง ที่เป็นยุคคนแก่ มีผู้สูงอายุ (เกิน ๖๕) ทั่วประเทศกว่าร้อยละ ๒๐
ที่ผมแปลกใจคือ ระบบดูแลผู้สูงอายุของญี่ปุ่นเรียนรู้มาจากยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เขาบอกว่าระบบของญี่ปุ่นยังสู้ของประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียไม่ได้ คุณฮาชิโมโตก็ไปศึกษาด้านนี้ที่ประเทศฟินแลนด์ จึงได้ภรรยาเป็นคนฟินแลนด์ กลับมาอยู่ด้วยกันที่นี่ ช่วงแรกของการนำเสนอและซักถาม เขาพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นให้คุณมนต์ชัย ล่ามชาวไทยของเราแปลเป็นภาษาไทย คุณมนต์ชัยแปลได้ไม่กี่ประโยคก็ยกธงขาวยอมแพ้ บอกว่าใช้ภาษาเทคนิคชั้นสูงแปลไม่ได้ ภรรยาของคุณฮาชิโมโตจึงช่วยแปลเป็นภาษาอังกฤษ จนในที่สุดคุณฮาชิโมโตนำเสนอเป็นภาษาอังกฤษเอง ค่อยคล่องตัวขึ้น แต่คุณฮาชิโมโตก็บอกว่าตนไม่คล่องภาษาอังกฤษ แม้ภรรยาของคุณฮาชิโมโตเอง ก็บอกว่าภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในการนำเสนอพวกเราเข้าใจยาก เป็นภาษาชั้นสูง เขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจ
คงเพราะเหตุนี้ สถานบริการ ชิเซอิ จึงมีข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบและพัฒนาคนทำงาน มีการแลกเปลี่ยนบุคลากรระหว่างกัน ก่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าแก่สถานบริการ ชิเซอิ เป็นอันมาก เราได้ข้อเรียนรู้นี้ สำหรับกลับมาวางระบบความร่วมมือต่างประเทศของมหิดลพฤฒาสถาน
เขาบอกว่ากิจการดูแลผู้สูงอายุจะมีคุณภาพดีต้องใช้เงิน ซึ่งหมายความว่ามาจากภาษีอากรที่เก็บมาจากประชาชน แต่คนญี่ปุ่นไม่ยินยอมพร้อมใจเสียภาษีในอัตราที่สูงอย่างที่คนในประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวียเสีย คือ VAT ของญี่ปุ่นเพียง 5% ในขณะที่ของกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย 22%
ทำให้ผมได้เรียนรู้ว่า บริการสาธารณะ รวมทั้งบริการผู้สูงอายุ จะดีได้ต้องมาจากหลากหลายปัจจัย และปัจจัยด้านภาษี และการใช้เงินภาษี ให้เกิดประโยชน์สาธารณะเต็มเม็ดเต็มหน่วย เป็นเรื่องสำคัญมาก สังคมไทยยังต้องเดินทางอีกยาวไกล และนักวิชาการต้องสนองให้สังคมได้เรียนรู้จากสภาพที่สังคมไทยเป็นอยู่ เราต้องบากบั่นทำงานวิชาการเพื่อสื่อสารสังคม ให้เห็นว่า คอรัปชั่นที่กำลังรุนแรงยิ่งขึ้น มันบั่นทอนความอยู่ดีมีสุขของคนไทยอย่างไรบ้าง
การนำเสนอสไตล์ญี่ปุ่น เน้นให้เราเข้าใจระบบใหญ่ของทั้งประเทศ และทั้งจังหวัดทาชิกาว่า จึงมีตาราง แผนผัง และสถิติ เป็นภาษาญี่ปุ่นเต็มไปหมด เราเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง จึงมีการซักถามกันจนหมดเวลา สิ่งที่เราได้รับรู้คือ ระบบของญี่ปุ่นยังห่างไกลจากสภาพอุดมคติ เพียงร้อยละ ๓๐ ของผู้สูงอายุในสภาพ independent living เท่านั้นที่มีห้องพักแยกเป็นส่วนตัวคนเดียว (private room) และเพียงร้อยละ ๒๐ ของคนที่มีปัญหาหลงลืม (dementia) เข้ารับการดูแลในสถาบัน ร้อยละ ๘๐ อยู่ที่บ้าน ซึ่งผมคิดว่าดีแล้ว ผมเองเมื่อตกอยู่ในสภาพนั้น ก็อยากอยู่ที่บ้านมากกว่าไปอยู่ที่สถานบริการ
หัวใจของการดูแลผู้สูงอายุคือ ทีมสหวิชาชีพ (interdisciplinary team) ที่แต่ละวิชาชีพต่างก็มีความสันทัดในการทำหน้าที่แตกต่างกัน มาทำงานร่วมกันเป็นทีม เขาพยายามอธิบายระบบอาสาสมัคร และบอกว่าคุณประโยชน์สำคัญที่สุด นอกจากการได้ความสุขทางใจในการเป็นผู้ให้ คือการได้ความรู้และประสบการณ์เอาไว้ช่วยตัวเองยามแก่
จุดแข็งของระบบญี่ปุ่นคือ เขาคิดเฉพาะหน่วยงานเดียวไม่เป็น ดังนั้นทางสถานบริการ ชิเซอิ จึงเชิญ ผอ. ของสถานบริการอื่นในเครือมาร่วมเล่ากิจกรรม และร่วมตอบคำถามด้วย เราจึงได้ข้อเรียนรู้ว่า สถานบริการผู้สูงอายุต้องมีระบบเครือข่าย และความร่วมมือกับหลายฝ่ายอย่างกว้างขวาง
ตอนนั่งรถกลับโตเกียวเราทำ AAR ทั้งการดูงานที่ญี่ปุ่น และ AAR ภาพรวมทั้งหมด ได้ความรู้และแรงบันดาลใจกลับมาทำงานสร้างสรรค์"โครงการจัดตั้งสถานดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจรและผู้ป่วยระยะสุดท้าย"ที่ผมโมเมตั้งชื่อเล่นๆ ว่า มหิดลพฤฒาสถาน และพัฒนาระบบดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะสุดท้าย ให้แก่สังคมไทย
ขอบันทึกไว้ว่า บันทึกนี้เขียนในวันที่ ๒๙ มิ.ย. ๕๕ จากบันทึกตอนไปดูงานใน iPad, ในรูปที่ถ่ายมา และจากความทรงจำ สาระจึงไม่ค่อยสด
วิจารณ์ พานิช
๒๙ มิ.ย. ๕๕

สวนเป็นส่วนหนึ่งของสถานดูแลผู้สูงอายุ

บรรยากาศในห้องประชุมบรรยายสรุป

รถบริการของศูนย์

ผู้มาเล่ามีหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายบริหาร อาสาสมัคร และ บอร์ด ของศูนย์

บรรยากาศอีกมุมหนึ่งของห้องประชุม

ด้านหลังมีเจ้าหน้าที่หนุ่มสาวมานั่งฟังเพื่อเรียนรู้ด้วย

คนที่ให้ข้อมูลได้ดีมากคือหัวหน้าอาสาสมัคร คนซ้ายสุด
นั่งอยู่หลัง ศ. นพ. รัชตะ

children therapy พาเด็กเล็กมาคุยกับผู้สูงอายุ

ความรู้ + แรงจูงใจ....ให้ผล + ให้พลังมากมายเหลืแเกินนะคะ
ขอบคุณท่านอาจารย์มากค่ะ
บรรยากาศในห้องประชุมดูอบอุ่นครับ...ดูมี IT ค่อนข้างน้อย...อาจารย์สบายดีนะครับ
ต่างประเทศเขาทำอย่างไรคะที่ทำให้ผู้สูงอายุมีความสุขและมีสุขภาพจิตที่ดี