๓๐  มิถุนายน  ๒๕๕๕

เรียน  เพื่อนครู  ผู้บริหารและผู้อ่านทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๒๕  มิถุนายน  ๒๕๕๕  หลังกาแฟที่ห้องสโมสร เดินทางไปโรงเรียนคลองบ้านพร้าว พร้อมด้วยท่านรองฯ สมมาตร ชิตญาติ เพื่อเปิดการอบรมโครงการส่งเสริมรักการอ่าน ที่กลุ่มนิเทศฯ เป็นเจ้าภาพจัดขึ้น โดยเชิญวิทยากรจาก สพป. นนทบุรี เขต ๑ มาเป็นผู้ให้การอบรม  การอ่านนับเป็นประตูสำคัญในการนำความรู้สู่สมอง การทำให้นักเรียนอ่านออกเขียนได้จึงเป็นเครื่องมือสำคัญเบื้องต้น เมื่อเขาอ่านได้ก็ต้องหาหนังสือน่าอ่านน่าสนใจมาให้อ่าน  ยุคนี้นับว่าไม่ขัดสนเหมือนสมัยผมเรียน เพราะไปดูโรงเรียนไหนก็มีหนังสือในห้องสมุดให้เลือกหาได้มากมาย มีสีสันงดงามดึงดูดความสนใจ อีกทั้งครูก็สามารถส่งเสริมการอ่านโดยมอบงานให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าได้ทั้งงานเดี่ยวและงานกลุ่ม  ฟังดูก็น่าจะราบรื่นไปได้ดี แต่อุปสรรคสำคัญอยู่ที่ครูไม่สามารถจ้ำจี้จ้ำไชนักเรียนได้เหมือนก่อน เพราะเรามีเนื้อหาที่ต้องสอน และมีครูวนเวียนผลัดเปลี่ยนหลายคน ครูภาษาไทยจึงมีเวลาค่อนข้างจำกัด วิธีแก้ครูต้องตระหนักกันทุกคนว่า ต้องรับผิดชอบเรื่องอ่านคล่องเขียนคล่องกันทุกวิชา หากร่วมใจกันทำเชื่อว่าลูกศิษย์ต้องอ่านออกเขียนได้และไปศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเองจากหนังสือในห้องสมุดและที่อื่น ๆ ซึ่งมีอยู่มากมาย   หลังพิธีเปิดมานั่งคุยกับผู้อำนวย สำเริง  ทองมอญ ถึงการเร่งรัดให้สหกรณ์ฯ สามารถจ่ายเงินปันผลให้สมาชิกได้ในเร็ววัน ก็ทราบว่าคืบหน้าไปมาก อีกไม่นานคงเรียบร้อย 

กลับเขตมาต้อนับคณะเจ้าหน้าที่ ครู ผู้บริหารโรงเรียน จาก สพป.พระนครศรีอยุธยา เขต ๒ ที่เดินทางมาส่ง ท่าน ศน. คงกริช สว่างศรี ซึ่งย้ายมาดำรงตำแหน่งที่ สพป.ปทุมธานี เขต ๑ เที่ยงไปทานข้าวที่ร้านรัชชานนท์ ถนนรังสิต-ปทุมธานี บ่ายกลับมานั่งทำงานที่ห้อง ฝนเทลงมาอย่างหนัก จนพลบค่ำถึงได้ซาเม็ด 

วันอังคารที่ ๒๖  มิถุนายน  ๒๕๕๕  ขับรถออกจากบ้านพักแต่เช้าตรู่เพื่อไปประชุมคณะทำงานวางระบบโรงเรียนขนาดเล็ก ที่โรงแรมปริ้นพาเลส มหานาค กรุงเทพมหานคร หรือที่คนทั่วไปเรียกว่าโบ้เบ๊ แหล่งขายส่งเสื้อผ้าราคาถูกนั่นเอง  โครงการนี้เป็นการวิจัยของ สพฐ. แบ่งย่อยออกเป็น ๑๐ ประเด็น  ผมรับผิดชอบในเรื่องการบริหารงานบุคคล  มีลูกทีมอีก ๑๐ คน มีทั้งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขต และผู้อำนวยการโรงเรียน ภารกิจสองสามวันทีมาอยู่ที่โรงแรม ต้องกำหนดกรอบความคิด ในการวิจัยให้เสร็จ  เพื่อนำเสนอผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณา  ผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วยรองเลขาธิการ กพฐ. ดร.พิษณุ  ตุลสุข ดร.โกศล  ปราคำ และดร.สมเดช  สีแสง  นอกนั้นเป็น ผอ.เขต รุ่นใหม่ไฟแรงอีกหลายท่าน  วันแรกเป็นการระดมความคิดเห็นและรับฟังสภาพปัญหาโรงเรียนขนาดเล็กในประเทศไทย เตรียมเสื้อผ้ามาพักค้างที่โรงแรมเป็นห้องพักเดี่ยวเล็ก ๆ เหมือนที่สิงคโปร์ แต่ก็สะดวกสบาย ลำบากตรงที่ต้องขับรถขึ้นไปจอดไว้ที่ชั้น ๑๐ อาหารการกินก็พื้น ๆ ทั่วไป สังเกตว่าช่วงนี้ส่วนราชการหลายแห่งมาใช้บริการที่นี่ เพราะสะดวกในการเดินทาง

วันพุธที่ ๒๗  มิถุนายน  ๒๕๕๕  เมื่อวานได้รับการประสานจาก สพฐ. ว่าให้ไปประชุมเรื่องสอบบรรจุครูที่ห้องประชุมชั้น ๒ อาคาร สพฐ. ๔  จึงนั่งรถสามล้อเครื่องจากหน้าโรงแรมไปที่กระทรวงศึกษาธิการ พบหน้า ผอ.เขต ที่อยู่ในวิชาซึ่งเป็นปัญหา ๔๑ เขต ความจริงเป็นปัญหาแค่ ๓ เขต เพราะวิชาที่เปิดสอบกับข้อสอบไตรงกัน สาเหตุเนื่องจากสวนดุสิตส่งข้อสอบผิดพลาด  ความจริงปัญหามีมากมายสุดจะจาระไนได้หมดในเวลาสั้น ๆ แต่พยายามแก้กันไปจนสามารถดำเนินการสอบได้  ที่แก้ไม่ได้เพราะเป็นปัญหาของคนอื่น ในที่สุดที่ประชุมก็เห็นตรงกันว่า ให้สอบซ่อมเฉพาะ ๓ เขต ที่ผิดพลาด โดยออกข้อสอบใหม่  สวนดุสิตเองก็ยอมรับความผิดพลาด  สพฐ. เองก็ดูเงียบ ๆ งง ๆ ไปมาก ปทุมธานี เขต ๑ ไม่ต้องยุ่งอะไรกับเขาด้วยเพราะไม่มีกรณีอย่าง ๓ เขต  ผมก็เรียน ดร.สุขุม  เฉลยทรัพย์ ไปว่าที่กังวลคือความผิดพลาดในการตรวจกระดาษคำตอบจนประกาศผลไม่ได้  ท่านก็บอกว่าจะระมัดระวังอย่างที่สุด  เที่ยงกลับโรงแรมเพื่อทำงานต่อไปจนมืดจนค่ำ

วันพฤหัสบดีที่ ๒๘  มิถุนายน  ๒๕๕๕  วันนี้รถมารับตั้งแต่เช้าเดินทางกลับเขต เป็นประธานเปิดการพัฒนาบุคลากรในสำนักงาน ที่ห้องสโมสร เป็นการอบรมให้ความรู้ ๑ วันและจะเดินทางไปศึกษาดูงานที่เชียงใหม่อีก ๓ วัน หลังการบรรยายพิเศษให้รถไปส่งที่โรงแรม วันนี้กลุ่มต่าง ๆ นำเสนอกรอบความคิดในการวิจัยเพื่อกำหนดงบประมาณ จนบ่ายกลุ่มงานที่ผมรับผิดชอบได้นำเสนอ ให้น้อง ๆ ขึ้นไปดำเนินการ ผู้เฒ่าให้กำลังใจอยู่ด้านล่าง  เย็นเดินทางกลับที่พัก แม้ว่าทีมงานจะต้องอยู่ต่อพรุ่งนี้อีก ๑ วัน

วันศุกร์ที่ ๒๙  มิถุนายน  ๒๕๕๕  กลัวรถติดจึงออกจากที่พักตั้งแต่เช้า ไม่ถึง ๗ นาฬิกาก็ถึงสนามบินดอนเมือง จัดการเช็คอินเรียบร้อย เข้าไปนั่งเปิดไอแปดดูข่าวสารบ้านเมือง จน ๙ นาฬิกาจึงขึ้นเครื่องเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่  เพียง ๑ ชั่วโมงก็ถึงที่หมาย  วันนี้อากาศดีแม้จะร้อนไปสักนิด มีรถตู้มารับเดินทางไป สพป.เชียงใหม่ เขต ๔  เพื่อร่วมกับคณะที่มาศึกษาดูงานระบบไร้กระดาษในการทำงานของที่นี่  พบคุณพงศ์พันธ์  ไชยวรรณ ผอ.เขต ให้การต้อนรับ ร่วมกับท่านรองฯ และเจ้าหน้าที่  นอกจากรับฟังการบรรยายแล้ว ยังได้ไปเยี่ยมชมกลุ่มงานต่าง ๆ ทำงานระบบที่กล่าวถึง  เที่ยงไปทานอาหารที่ร้านกาแล ซึ่งอยู่ในทำเลที่ดี ความจริงตั้งใจจะพาไปกินที่ร้านข้าวเม่าข้าวฟ่าง แต่ร้านปิดในช่วงนี้พอดี เลยผิดหวังเล็ก ๆ เพราะตั้งใจจะเก็บบรรยากาศการจัดสวนมาจัดที่เขตใหม่   บ่ายไปชมสวนพฤกษศาสตร์บริเวณที่เคยจัดงานพืชสวนโลกมาแล้ว  วันนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม  เสียแต่เรามายามกลางวันอากาศร้อนไปหน่อย  แต่เจ้าหน้าที่เขาบริการเราอย่างดี   เย็นไปแวะชมหัตถกรรมพื้นบ้านประเภทไม้แกะสลักที่บ้านถวาย  ของสวยงามมาแต่ไม่ได้อุดหนุนเพราะไม่มีที่จะเก็บจะจัด  เย็นไปพักค้างที่ยูเอเชียรีสอร์ท เป็นบรรยากาศร่วมรื่นในแมกไม้ย่านถนนซุเปอร์ไฮเวย์  กลางคืนมีงานเลี้ยงสังสรรค์กันเล็กน้อย พรุ่งนี้เช้าผมจะเดินทางกลับ เพราะวันอาทิตย์ที่ ๑  กรกฎาคม ๒๕๕๕ ต้องเป็ยนประธานพิธีวันสถาปนาคณะลูกเสือแห่งชาติ ที่โรงเรียนปทุมไล  ได้รับแจ้งจากท่านรองฯ สมมาตร  ชิตญาติว่า สวนดุสิตไม่สามารถให้คะแนนการสอบและกระดาษคำตอบที่ตรวจแล้ว ตามกำหนดได้ จนในที่สุด สพฐ. ออกหนังสือแจ้งว่าให้เลื่อนประกาศผลสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการตำแหน่งครูผู้ช่วยออกไปไม่มีกำหนด  ก็ทราบว่าความยุ่งยากจะตามมาให้แก้อีกแล้ว  งานนี้ผู้เกี่ยวข้องเสียสรรเสริญไปเยอะมาก คิดถึงสำนวนไทย “ละเลงขนมเบื้องด้วยปาก”  ซึ่งหมายถึง : คนที่ดีแต่พูด พูดอย่างเดียว ทำไม่เป็น พูดง่ายกว่าทำ  โอกาสที่ใช้ : ใช้เปรียบเทียบกับบุคคลที่ดีแต่พูด พูดอย่างน่าเชื่อถือ  แต่เอาเข้าจริงๆ กลับทำไม่ได้อย่างที่พูด  เช่น ..เป็นพวกที่ละเลงขนมเบื้องด้วยปากดีแต่พูดๆ  แต่พอจริงๆกลับทำไม่ได้อย่างที่พูด

นายกำจัด  คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑