งานสัมมนา "ทศวรรษต่อไปของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง"

 

              Large_photo25ab

 http://www.trf.or.th/ 

 

      สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ร่วมกับ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานโครงการในพระราชดำริ(กปร.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สถาบันบัณทิตพัฒนบริหารศาสตร์ กรมการพัฒนาชุมชน สถาบันการจัดการเพื่อชนบทและสังคม มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทยฯ สถาบันไทยพัฒน์ และกรมราชทัณท์ ได้จัดงานสัมมนานี้ เพื่อระดมความเห็น และนำเสนอผลงานวิจัยเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในหัวข้อเศรษฐกิจชุมชุน วิสาหกิจชุมชน ระบบการแลกเปลี่ยนชุมชน และพุทธเศรษฐศาสตร์ เป็นต้น

 

      Large_photo26ab

http://class.cmmu.mahidol.ac.th/lib/opac_css/index.php?lvl=author_see&id=4286

 

        ศ.นพ.ประเวศ วะสี ได้กล่าวปาฐกถานำ ในแนวทางที่สอดคล้องกับความเห็นของ คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม (ดูบันทึกที่เกี่ยวข้องข้างท้าย) โดยเน้นย้ำถึงการแก้ไขวิกฤตชาติว่า ปัญหาของการพัฒนาแบบอารยธรรมตะวันตกในปัจจุบัน ตั้งอยู่บนโลภจริต (Greed is Good) ซึ่งนำไปสู่การแข่งขันทำลายล้างกันอย่างต่อเนื่อง..ที่ต้องแก้ไขด้วยการจัดการการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ และ ระหว่าง มนุษย์กับธรรมชาติแวดล้อม ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่สะท้อนคุณธรรมแห่งการไม่โลภ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล ความมีสติ ความไม่เสี่ยง ความมีภูมิคุ้มกัน ความสมดุล และความยั่งยืน   

 

        เอกสารงานวิจัย "เหลียวหลังเพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในทศวรรษหน้า (2556-2565) " ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า พันธมิตรของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง กำลังก่อตัวและขยายตัว ที่ประกอบด้วยบุคคลและองค์กรส่วนต่างๆที่ทำงานทางวิชาการและการพัฒนา ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาคม เป็นทั้งทุนทางปัญญาและสังคมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสำคัญ

 

       อย่างไรก็ตาม แม้การวิจัยนี้ ได้อ้างถึงธุรกิจการเมือง และระบบราชการ ที่สนองตอบต่อธุรกิจการเมือง ว่าเป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง แต่เชื่อว่าคงเป็นสภาพชั่วคราว ไม่อาจทนทานต่อกระแสใหม่ของ "พันธมิตรของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง " ที่มียุทธศาสตร์ไปสู่จุดของ Critical Mass ในการดึงส่วนต่างๆของสังคมเข้ามาสู่กระแสของพันธมิตรน้ำดีนี้ ด้วยการวิจัยและพัฒนา การจัดการความรู้ การสื่อสารอย่างเกิดประสิทธิผล และร่วมกันปักเสาเข็มประเทศไทย ผ่านชุมชนและท้องถิ่น ในรูปแบบของ 1 บริษัทต่อ 1 ตำบล 1 คณะวิชาต่อ 1 ตำบล ด้วยกระบวนการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติระหว่างชุมชนและท้องถิ่น มหาวิทยาลัยและภาคธุรกิจ เพื่อการพัฒนาอย่างบูรณาการ โดยยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง สามารถทำได้ทั่วทั้งประเทศ ก่อตัวเป็นรากฐานอันมั่นคงสืบต่อไป... 

 

     ในฐานะที่ข้าพเจ้าได้ร่วมอยู่ในภาคส่วนการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในสถานศึกษา จึงหวังที่จะได้เห็นการปลูกฝังจิตสำนึกดีๆนี้ลงสู่พฤติกรรมอันพึงประสงค์ของเยาวชนทั่วประเทศ ในช่วงศตวรรษที่ ๒๑ และต่อเนื่องยั่งยืนตลอดไป

     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ธ สถิตย์ในดวงใจประชาไทย



ความเห็น (11)

เขียนเมื่อ 
  • พี่ใหญ่ครับ
  • มีการร่วมมือของคนหลายฝ่ายนะครับ
  • มาช่วยแก้ไขข้อความ
  • ประเทส

  • ชอบใจ 1 คณะวิชาต่อหนึ่งตำบลครับ
  • ถ้ามหาวิทยาลัยขยับลงไปช่วยชุมชนก็จะช่วยประเทศไทยหรือชุมชนได้มากเลยครับ
  • ขอบคุณมากๆครับ
เขียนเมื่อ 

แวะเยี่ยมชมและส่งต่อกำลังใจ

เห็นด้วยกับพี่นงนาท ที่ต้องเริ่มจาก

การปลูกฝัง...จิตสำนึก

เพื่อให้ค่อยๆซึมซับลงยังราก

และส่งต่อไปยังกิ่งก้านสาขา ค่อยๆแตก

แผ่ออกไป โดยยืดหยัดด้วยรากฐานที่มั่นคงและแข็งแรง

 

 

  • เข้ามาอ่านบันทึกนี้ ได้ประโยชน์มากมายเลยค่ะ พีี่ใหญ่ ทั้งเนื้อหาสาระในบันทึกเอง และ Link บันทึกที่เกี่ยวข้อง นับเป็นศูนย์รวมข้อมูล สารสนเทศ และความเคลื่อนไหวในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ที่ดีมากเลยค่ะ
  • น้องจะเข้าไปอ่าน และนำไปรวบรวมไว้ ใน Folder เรื่อง "เศรษฐกิจพอเพียง" เพื่อติดตามศึกษา และนำไปใช้ทั้งในการจัดการเรียนรู้ในภาคเรียนสุดท้ายของงานราชการ และในการพัฒนาชุมชนหลังเกษียณค่ะ
  • ขอบพระคุณพี่ใหญ่มากค่ะ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการเรียนรู้เรื่องเศรษกิจพอเพียง ที่ดีมากเลยค่ะ
  • ดอกบัวหลวงที่บ้านพี่ใหญ่ยังออกดอกอยู่ไหมคะ ที่บ้านช่วงนี้ไม่มีดอกใหม่แล้วค่ะ มีแต่ฝักอ่อน

น้อง ดร.ขจิต

น้อง EGA

น้องผศ.วิไล

น้อง Sila

น้องkwancha

น้องครูสุภาภรณ์

น้องชยพร

น้องหมออนามัยทิมดาบ

คุณยายธี

น้องอาจารย์ umi

น้องสันติสุข

 

  • สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่งานสัมมนานี้

  • น้องดร.ขจิต

    ... ผลงานวิจัยสะท้อนชัดเจนถึงความเข้มแข็งของเครือข่ายขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติของภาคส่วนต่างๆอย่างต่อเนื่องค่ะ..

  • น้อง EGA

  • ... หากทุกภาคส่วนขับเคลื่อนการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่ชีวิตประจำวันจนเป็นอุปนิสัย ความเป็นสุขอย่างพอเพียงเป็นที่หวังได้

  • น้องผศ.วิไล

  • ... ยินดีมากๆค่ะที่เห็นประโยชน์จากบันทึกนี้และเรื่องเล่าอื่นๆที่เชื่อมโยงกัน ซึ่งได้ตั้งใจสะท้อนให้เห็นถึง ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนสู่การเปลี่ยนแปลงของหัวใจการศึกษาไทยที่ควรคำนึงถึงเรื่องการปรับพฤติกรรม สู่ความสมดุลของความพอเพียง ตั้งแต่รากฐานของชีวิตอย่างยั่งยืน

  • ... ขอบคุณภาพดอกบัวงดงามมาก..ที่สวนบ้านพี่ใหญ่ ดอกบัวค่อยๆโผล่มาที่ละดอกสองดอก ให้ชื่นใจอย่างยิ่งเช่นกัน..ขอแต่ดูแลน้ำในอ่างบัวใสอยู่เสมอ เขารู้ด้วยสัญาชาติญาณว่า เราไม่ทอดทิ้งตามมีตามเกิดค่ะ..

เขียนเมื่อ 

ค่ะพี่ใหญ่ เศรษฐกิจพอเพียงคือความสุขที่แท้

น้องชลัญธร

น้อง Dr.Sukajan

  • สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่งานสัมมนานี้ค่ะ

  • น้องชลัญธร ... ภาพหลานไจ่ไจ๋น่ารักมากค่เ..ยิ่งโตยิ่งเหมือนอาม่า..

               .., การศึกษายุคใหม่ที่บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่การเรียนการสอนด้วย จะส่งผลให้เยาวชนอย่างหลานไจ่ไจ๋ ได้รับการปลูกฝังอุปนิสัยแห่งความพอเพียงในชีวิตอย่างมีความสุขค่ะ
    
เขียนเมื่อ 
 สวัสดีค่ะคุณใหญ่...

...ดีใจค่ะที่ภาคปัญญาชนจะลงมาให้ความสำคัญกับภาคชุมชนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วยการขับเคลื่อนโครงการดีๆลงสู่ชุมชน.

...ประเทศไทยอุดมไปด้วยพืชพรรณ เกษตรกร-ชาวบ้านมีความรู้ประสบการณ์ในการดำรงชีพแต่ความรู้ด้านการศึกษาจึงทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย(โดยเฉพาะระบบการเมืองที่ทำให้รากเหง้า"คน"อ่อนแอ) แต่ข้าพเจ้าเชื่อว่าหากชุมชนมีความเข้มแข็งสามัคคีในแนวทางพอเพียงและยั่งยืน บรรดาคนที่อ้างตัวอาสาเป็นตัวแทนเสียงประชาชนจะต้องเป็นฝ่ายปรับปรุงตัวเองค่ะ.

...หากภาคการศึกษาลงสู่ชุมชน1คณะวิชาต่อหนึ่งตำบล นอกจากการพัฒนาชีวิต พัฒนาเศรษฐกิจ และเสริมองค์ความรู้ให้กับชุมชนเพื่อความเข้มแข็งแล้ว นักศึกษาก็จะได้มีความรู้และพัฒนาท้องถิ่นตัวเองค่ะ.

...ขอบพระคุณค่ะ...

น้องน้อย

* สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่งานสัมมนานี้ค่ะ

* ยินดีมากค่ะที่มาร่วมแสดงความเห็นในคุณค่าของการบูรณาการความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ลงสู่วิถีปฏิบัติ เพื่อสร้างพลังแห่งความมั่นคง และความสุขในชีวิต บนวิถีธรรมตามบริบทของความพอเพียงในแต่ละท้องถิ่น..

* ภาพสวนป่าที่นำมาฝาก ดูอุดมสมบูรณ์เขียวชอุ่มมากค่ะ..

สวัสดีคุณพี่ใหญ่ค่ะ

ปริมชอบคำพูดนี้มากค่ะ "You Can Never Get Enough of What You Don't Need" เพราะนั่นคือธรรมชาติของจิตใจคนที่ไหลไปทางนั้นอย่างง่ายดาย

การรณรงค์วิถีชีวิตที่พอเพียงเป็นการสวนกระแสนั้นด้วยความกล้าหาญ

ขอชื่นชมทุกท่านที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมดีดีนี้ค่ะ

มีความสุขในวันทำงานอีกวันนะคะ :)

ท่านพระมหาวินัย

น้องปริม

น้องอักขณิช

น้องเพชร

น้องหนูรี

น้องดร.ธวัชชัย

น้องอ.นุ

* กราบนมัสการ และสวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจให้แก่งานสัมมนานี้

* น้องปริม ... เพราะความโลภอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จึงเห็นการทำลายความสมดุลทางธรรมชาติอย่างไม่หยุดยั้ง ... ดังนั้น หลักคิดแห่งความพอเพียงสู่การปฏิบัตินี้ จึงเป็นวิถีตรงที่ต้านกระแสดังกล่าวนะคะ..

ขอบคุณพี่ใหญ่ สำหรับเรื่องราวดีๆ ค่า ^^