เอาใจใส่การเรียนรู้ของผู้เยาว์และทุรนทุราย
บทความเรื่อง Teaching the young and the restless โดย Voranai Vanijaka ใน นสพ. บางกอกโพสต์วันอาทิตย์ ที่ ๑ ก.ค.๕๕ น่าอ่านมาก เป็นการเสนอความเห็น หรือถกเถียง เรื่องการสอน critical thinking
เริ่มที่คำแรกของชื่อบทความ คือ Teaching ผมก็เถียงแล้ว ผมไม่เห็นด้วยกับการเน้น teaching ผมชอบให้เน้น learning มากกว่า
ย่อหน้าแรกของบทความเล่าว่า พรรครีพับลิกันของรัฐเท็กซัสเรียกร้องให้งดสอน critical thinking ในโรงเรียนของรัฐ โดยให้เหตุผลว่า เพราะเป็นการเน้น “behavior modification” ที่มีเป้าหมาย “challenging the student’s fixed beliefs and undermining parental authority”
ผมเห็นด้วยกับผู้เขียนว่า เราต้องให้เยาวชนไทยเรียนรู้หรือฝึกทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ (critical thinking) แต่ผมเชื่อว่าต้องเน้นให้เขาเรียนไม่ใช่เน้นให้ครูสอน เพราะเด็กวัยรุ่นจะเบื่อหรือต่อต้านการสอน
ผมคิดว่าเยาวชนที่เป็นวันรุ่น วัยวุ่น และต่อต้านอำนาจเหนือ ต้องได้ฝึกทักษะชีวิต ที่จะฟันฝ่ามรสุมชีวิตที่ฉอร์โมนเพศฉีดแรง ไม่ให้ตกอยู่ใต้อำนาจฮอร์โมนเพศและกระแสสังคมที่ฉกฉวยประโยชน์จากความอ่อนเยาว์ของวัยรุ่น ทักษะชีวิตช่วงวันรุ่นเป็นทักษะที่ซับซ้อน และพวกเราที่ผ่านชีวิตช่วงนั้นมาแล้วต่างก็รู้ดีว่า เราเกือบๆ จะเสียคนอย่างไร ทักษะในการหลีกเลี่ยงแรงกดดันจากหลายทาง ทักษะด้านวิจารณญาณตามสภาพที่ตนเผชิญ เป็นเรื่องที่นำมาฝึกได้ โดยการเรียนรู้แบบ PBL (Project-Based Learning) ที่เรียนเป็นกลุ่ม
ผมเคยไปจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทักษะ critical thinking ให้แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นปีที่ ๑ และบันทึกไว้ที่นี่ หากเปลี่ยนโจทย์สถานการณ์ล่อแหลมในชีวิตของวัยรุ่น ให้นักศึกษาหรือนักเรียน ประชุมกลุ่มร่วมกันหาวิธีป้องกันความผิดพลาดในชีวิต โดยประชุมแบบหมวก ๖ ใบ นศ. หรือนักเรียน ก็จะได้ฝึกทีเดียว ๒ อย่าง คือฝึก critical thinking และฝึกทักษะชีวิต
นอกจากเรียนแบบ PBL แล้ว ควรมีหนังที่สอนใจวัยรุ่นให้ดูและร่วมกันตีความ หรือเชิญรุ่นพี่ที่เคยเผชิญสถานการณ์ล่อแหลมหรือพลาดพลั้งมาก่อน แล้วผ่านสถานการณ์ได้ มาเล่าประสบการณ์ชีวิตให้รุ่นน้องฟัง พร้อมทั้งให้คำแนะนำ เป็นต้น
วิจารณ์ พานิช
๑ ก.ค. ๕๕
โรงแรมสยามไทรแองเกิ้ล เชียงแสน