หน่วยของรังสีและกัมมันตรังสี
ปริมาณ |
หน่วยเดิม |
หน่วยใหม่ (SI unit) |
กัมมันตภาพรังสี (Radioactivity) |
คูรี (Ci) |
เบคเคอเรล (Bq) |
รังสีที่ถูกดูดกลืน (Absorbed dose) |
แรด (Rad) |
เกรย์ (Gy) |
รังสีที่ทำให้อากาศแตกตัว (Exposure) |
เรินท์เกน (R) |
คูลอมบ์ต่อกิโลกรัม (C/kg) |
รังสีสมมูล (Dose Equivalent) |
เรม (Rem) |
ซีเวิร์ต (Sv) |
ปริมาณกัมมันตภาพรังสีในขณะใดขณะหนึ่งวัดได้โดยวัดรังสีที่เกิดขึ้นในขณะนั้น ซึ่งเป็นผลของการเปลี่ยนแปลงทางนิวเคลียร์ที่เกิดขึ้น หน่วยของปริมาณกัมมันตภาพรังสีเดิมอาศัยการเกิดการเปลี่ยนแปลงทางนิวเคลียร์ของธาตุเรเดียมหนัก 1 กรัม ซึ่งเท่ากับ 3.7x1010 disintegration per second เรียกว่า 1 คูรี (Ci)
1 คูรี (Ci) = 3.7x1010ครั้งต่อวินาที่ (s-1)
กัมมันตภาพรังสี 1 คูรี มีค่าสูงมาก โดยทั่วไปจะใช้หน่วยย่อยของคูรี เช่น mCi (millicurie), Ci (microcurie), nCi (nanocurie) และ pCi (picocurie)
1 Ci = 1000 mCi, 1 Ci = 1000 nCi, 1 nCi = 1000 pCi
ต่อมาใช้ SIunit หน่วยของกัมมันตรังสี ควรจะเป็น s-1แต่ให้ใช้ชื่อเฉพาะว่า เบคเคอเรล (Bq) ดังนั้น
1 (Bq) = 1s-1 และ 1 Ci = 3.7x1010Bq
1 Bq = การให้รังสีออกมา 1 ครั้งต่อวินาที
กัมมันตภาพรังสี 1 เบคเคอเรล มีค่าน้อยมาก โดยทั่วไปจะใช้หน่วยที่เป็นจำนวนหลายเท่าของเบคเคอเรล เช่น kBq (kilobecquerel), MBq (megabecquerel) และ GBq (gigabecquerel)
1 kBq = 1000 Bq, 1 MBq = 1000 kBq, 1 GBq = 1000 MBq
ผลกระทบจากรังสีต่อร่างกาย
ปริมาณรังสี(มิลลิซีเวิร์ต) |
อาการ |
2.2 |
เป็นระดับรังสีปกติในธรรมชาติ ที่มนุษย์แต่ละคนได้รับใน 1 ปี |
5 |
เกณฑ์สูงสุดที่อนุญาตให้สาธารณชนได้รับใน 1 ปี |
50 |
เกณฑ์สูงสุดที่อนุญาตให้ผู้ปฏิบัติงานทางรังสีได้รับใน 1 ปี |
250 |
ไม่ปรากฏอาการผิดปกติใดๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว |
500 |
เม็ดเลือดขาวลดลงเล็กน้อย |
1,000 |
มีอาการคลื่นเหียน และอ่อนเพลีย เม็ดเลือดขาวลดลง |
3,000 |
อ่อนเพลีย อาเจียน ท้องเสีย เม็ดเลือดขาวลดลง ผมร่วง เบื่ออาหาร ตัวซีด คอแห้ง มีไข้ อายุสั้น อาจเสียชีวิตภายใน 3-6 สัปดาห์ |
6,000 |
อ่อนเพลีย อาเจียน ท้องร่วงภายใน 1-2 ชั่วโมง เม็ดเลือดลดลงอย่างรวดเร็ว ผมร่วง มีไข้ อักเสบบริเวณปากและลำคออย่างรุนแรง มีเลือดออก มีโอกาสเสียชีวิตถึง 50% ภายใน 2-6 สัปดาห์ |
10,000 |
มีอาการเหมือนข้างต้น ผิวหนังพองบวม ผมร่วง เสียชีวิตภายใน 2-3 สัปดาห์ |
ที่มา; http://www2.egat.co.th/ned/index.phpoption=com_content&view=article&id=164&Itemid=172
http://www.nst.or.th/article/article493/article493020.html