สองวันก่อนได้ดูนักบอลระดับโลกยิงลูกโทษในศึกบอลยูโรแล้ว ผมว่าน่าสงสาร ข้ามคานบ้าง ชนคานบ้าง ชนเสา ออกนอกกรอบกันหลายราย ไอ้พวกนี้รับรองได้ว่า ภาพหลอนไปตลอดชาตินี้ และชาติหน้าด้วย เพราะค่าตัวระดับซื้อนักการเมืองไทยได้หลายคน
วันนี้ถ้าให้ผมเป็นโคชทีมบอลผมจะสอนว่า
1) ถ้ายิงเลียดพื้น ให้ยิงให้แรงประมาณ 90% แล้วยิงเข้าช่อง “รักแร้” ของโกล์
2) ถ้ายิงโด่งให้ยิงสูงสองในสามของความสูงเสา และ สองในสามจากจุดกลางโกล์ โดยยิงแรง 75% ก็เหลือเฟือแล้ว
3) มีเพียง สี่ทางเลือก คือเลียดซ้าย เลียดขวา โด่งซ้าย โด่งขวา...ให้หัวหน้าทีมเป็นคนตัดสินใจแล้วกระซิบที่หูคนยิง ก่อนยิง ถ้าหัวหน้าทีมคิดไม่ออกให้ปั่นหัวปั่นก้อย ข้อสำคัญคืออย่าให้คนยิง “คิดเอง” ...แต่ตอนฝึกซ้อมต้องฝึกยิงทั้งสี่แบบให้ชำนาญ
สังเกตดูวันนี้การยิงเลียดจะนิยมยิงให้ห่างตัวโกล์มากที่สุด คือให้ชิดเสาโกล์มากที่สุด คงเพื่อให้พ้นมือโกล์ แต่โกล์ที่เก่งๆก็กระโดดปัดได้อยู่ดี หรือไม่ก็ยิงพลาด ยิงออกนอกกรอบ หรือ ชนเสา ไปเสียเอง .... แต่ผมสอนว่าให้เขยิบจุดยิงเข้ามาด้านในโกล์ ให้เข้าช่องรักแร้ รับรองว่าเข้าแน่ เพราะช่องมันเปิดกว้าง เป็นรูปสามเหลี่ยม ยิงพลาดอย่างไรก็ไม่ออกนอกกรอบอีกต่างหาก แต่ทั้งนี้ต้องยิงแรง 7-80% ก่อนที่รักแร้โกล์จะล้มลงมาปิดช่องได้ทัน (ลองจินตนาการสิ โกล์พุ่งตัว ล้ม ยืดมือ แขน ออก มันมีรูปทรงเรขาคณิตอย่างไร ...การยิงไกลตัวโกล์แบบชิดเสานั้น โอกาสติดปลายมือมากกว่าการยิ่งใกล้ระดับซอกรักแร้เสียอีก)
ส่วนการยิงโด่งนั้น ถ้าไปหวังให้เข้าสามเหลี่ยม โอกาสพลาดออกนอกกรอบสูงมาก ดังนั้นจึงใช้สูตร 2 ใน 3 ดังว่าไปแล้ว ถ้าเข้าจุดนั้นหรือห่างออกไปบวกลบ 10% ก็เข้าแน่ 100% เพราะโกล์จะยืดมือไปไม่ถึงแน่นอน ...จะไปเสี่ยงยิงมุมมากๆทำไม ในเมื่อยิง 2 ใน 3 ก็เข้าชัวร์อยู่แล้ว
สุดท้ายในสภาวะตื่นเต้นที่คนยิงต้องแบกภาระความแพ้ชนะไว้บนบ่าตนเองคนเดียว ไม่ควรให้เขาต้องคิดอะไรมาก เช่น คิดว่าจะยิงมุมไหนดี เลียดหรือโด่ง ยิ่งคิดมากยิ่งตื่นเต้น ยิ่งสั่น ยิ่งส่งผลลลต่อการทำหน้าที่เพชฌฆาต ดังนั้นจึงควรให้หัวหน้าทีมเป็นคนสั่งไปเลยว่าจะยิงเลียดหรือโด่ง ซ้ายหรือขวา (โดยอาจรับสัญญาณมือมาจากโคชข้างสนามก็ได้) จะได้ลดแรงกดดันออกจากนักกีฬา เช่น ถ้ายิงไม่เข้าก็เป็นว่า เป็นความผิดของหัวหน้าทีมเอง
การกีฬาคือการจำลองการรบ แม่ทัพต้องกล้าสั่งการ แบกรับความรับผิดชอบแทนทหารเลว
ส่วนทหารเลว ต้องรับผิดชอบการฝึกซ้อมเทคนิคการยิง ให้แม่น ให้แรง เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งได้อย่างแม่นยำ เช่น ดังที่ผมได้โพสต์ไว้แล้วว่า จะเตะบอลให้แรง และ แม่นได้อย่างไร ตามหลักวิศวกรรมศาสตร์
ชาติไทยเราวันนี้จะไปแข่งอะไรกะใครเขาก็แสนยาก เพราะผู้นำก็ไม่มีความรู้ ไม่เข้าใจเกมส์ ไม่กล้ารับผิดชอบ ส่วนผู้ตามก็ขาดทักษะ เทคนิคการทำงาน ก็เลยโง่ยกกำลังสอง ลองผิดลองถูกกันไปตามยถากรรม ได้อันดับบ๊วยรองฐานเขาอยู่ร่ำไป ไม่ติดแม้แต่รอบแรก
...คนถางทาง (๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๕)
ปล...
อดีตผมเคยยิงลูกโทษเดี่ยวกะโกมาแล้ว นัดตัดเชือกเข้าชิงชนะเลิศบอลภายในกองทัพเรือ เมื่อปีพศ. ๒๕๑๙ ปรากฏว่าผมซัดชนคานบนแล้วกระดอนออก ...ยังจำภาพหลอนฝันร้ายมาจนถึงวันนี้ ....ในเกมส์นั้นยังมีการตะลุมบอน โดยผมเป็นต้นเหตุ ....ทั้งสองทีมยกพวกต่อยกัน โดยผมเป็นเป้าหลัก
วันนั้น ถ้าไม่มี god’s intervention ดลใจให้กองเชียร์จากอัฒจันทร์ให้วิ่งกรูลงมารุมตื้บฝ่ายตรงข้าม ช่วยชีวิตผมไว้ได้หวุดหวิด ผมคงอาจไม่ได้มีโอกาสมานั่งจิ้มแป้นสาธยายในวันนี้หรอก ...แทนที่จะอัมพาต คางเหลือง จากการที่ ๑๑ รุม ๑ ทำให้ผมบาดเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลาง คางเบี้ยวไปหน่อยเดียวเท่านั้นเอง แถมยังลงเล่นในแมทช์ชิง และได้แชมป์ในปีนั้นอีกด้วย
พศ. ๒๕๕๓ แก่หง่อมแล้ว ผมได้มีโอกาสยิงจุดโทษอีกครั้ง โกล์ก็ระดับชาติที่ยังหนุ่มแน่น แต่ผมซัดตุงแบบไม่เหลือซาก ด้วยเทคนิคใหม่ มุมมองใหม่ แม้โกล์จะพุ่งถูกทาง แบบสุดเอื้อมเเขนแล้วก็ตามที
สุดยอดครับอาจารย์
^_^
ไม่ธรรมดา อื้อ หือ ไม่ธรรมดา เลยนะคะพี่คนถางทาง สมัยหนุ่มเป็นหัวโจกเลยสิคะเนี่ย บู๊ไม่เบาเลยนะพี่ท่าน ขอคารวะ นับถือๆ บอลไทยอยู่ในสายเลือดค่ะพี่หนูนึกถึงประตูในดวงใจพี่ วัชรพงษ์ สมจิตรค่ะ พี่เขาเสียนานแล้วอายุก็ไม่มากด้วยตอนนั้น ขอตำหนิทีมชาติอังกฤษแบบแรงๆหน่อยเถอะ ทำไมยูไม่พัฒนาการดวลจุดโทษมั่ง ดีที่ไอไม่เคยเชียร์ยูเลย อิ อิ