แนวความคิดทฤษฏีของ Roger ได้แบ่งกลุ่มคนในสังคมที่จะยอมรับการแพร่กระจายทางเทคโนโลยีไว้ดังนี้
1. นวัตกร นักนวัตกรรม หรือนักบุกเบิก (innovator) คนเหล่านี้จะชอบการผจญภัย รักและเสาะแสวงหาความคิด หรือสิ่งใหม่ๆ หรือแม้กระทั่งสร้างขึ้นมาด้วยตนเอง ชอบสุ่มเสี่ยง ชอบแสวงหาข้อมูล และส่วนใหญ่จะเป็นผู้มีอันจะกิน ที่จะสามารถนำสิ่งที่เป็นนวัตกรรมไปสู่สาธารณะ และสามารถยอมรับการขาดทุนหรือสูญเสียได้ ยอมรับความไม่แน่นอนได้สูง เมื่อมีการนำเอสนวัตกรรมมาใช้ พวกเขาจะมีความคิดไม่เหมือนสมาชิกส่วนใหญ่ของสังคมที่อาศัยอยู่ ไม่ติดอยู่ในเฉพาะกลุ่มเพื่อนๆในท้องถิ่นเท่านั้น แต่จะขยายเครือข่ายไปในหลายๆทิศทางเกินขอบเขตชุมชนของตนเอง คนในชุมชนจะมองเขาเหล่านี้ว่าไม่ปกติธรรมดา บางทีจะมองว่าเป็นคนแปลกๆด้วยซ้ำ ดังนั้นคนเหล่านี้มักจะไม่เป็นแบบอย่างสำหรับคนอื่นๆในชุมชน คนจำพวกนี้จะเป็นคนส่วนน้อยในสังคม ซึ่งจะมีประมาณ 2.5% เท่านั้น
2. คนที่ปรับใช้นวัตกรรมกลุ่มแรกๆ (early adopters) คนกลุ่มนี้จะมีความคิดที่ทันสมัยและมีความกระตือรือร้นที่จะนำเอาสิ่งใหม่ๆเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน คนกลุ่มนี้มักจะมีรากฐานที่มั่นคง และเป็นคนที่นับถือสำหรับคนในชุมชน จะเป็นบุคคลกลุ่มแนวหน้าในการเปลี่ยนแปลงหรือยอมรับสิ่งใหม่ๆ แต่ก็จะไม่รวดเร็วเหมือนกลุ่มนักบุกเบิก(innovator) คนกลุ่มนี้มักได้รับการเรียกขานว่าเป็น “ผู้นำทางความคิด (opinion leader)” โดยปกติแล้วกลุ่มผู้นำทางความคิดจะเป็นแบบอย่างและเป็นที่นับถือแก่คนในสังคม คนอื่นๆในสังคมมักจะมาหาข้อมูลจากคนกลุ่มนี้ก่อนที่จะยอมรับและนำสิ่งใหม่ๆมาใช้ คนที่ปรับใช้นวัตกรรมกลุ่มแรกๆ(early adopters) จะลดความเสี่ยงโดยการนำเอาสิ่งใหม่ๆ ใช้ด้วยตนเอง และพูดคุยให้คนอื่นๆฟังว่าเขาคิดอย่างไรกับสิ่งนั้น คนกลุ่มนี้มักจะมีเครือข่ายของคนรู้จักมาก ซึ่งจะทำฐานะของการเป็นแบบอย่างแก่คนอื่นของเขา แผ่ไปได้กว้างขวาง เครือข่ายทางสังคมของคนเหล่านี้ก็ขยายไปกว้างกว่าขอบเขตท้องถิ่นที่อาศัยอยู่ เป็นที่สังเกตว่า คนกลุ่มนี้มักจะมีการศึกษา มีฐานะดี มีหน้าที่การงานดี และฐานะทางสังคมที่ดีขึ้น มากกว่าพวกที่มักจะมีการยอมรับสิ่งใหม่ๆ พวกหลังๆ คนกลุ่มนี้จะมีประมาณ 13.5% ในสังคม
3. คนส่วนใหญ่ที่ยอมรับและใช้สิ่งใหม่ๆในระยะต้นๆ (early majority) คนกลุ่มนี้จะยอมรับและใช้สิ่งใหม่ๆก่อนคนอื่นๆของสังคมเพียงเล็กน้อย พวกเขาจะใช้เวลาคิดเกี่ยวกับสิ่งใหม่ๆนี้ก่อนที่จะตัดสินใจนำมาใช้ พวกเขาไม่ต้องการเป็นกลุ่มสุดท้าย และในขณะเดียวกันก็ไม่ต้องการเป็นกลุ่มแรกที่นำสิ่งใหม่ๆมาใช้ ส่วนมากพวกเขาจะตามความคิดของคนที่ปรับใช้นวัตกรรมกลุ่มแรกๆ(early adopters) พวกเขาจะมีปฏิสัมพันธ์กับสมาชิกในสังคมบ่อย แต่ก็จะไม่แสดงว่าเป็นผู้นำทางความคิด คนพวกนี้จะมีมากในสังคม คือประมาณ 34%
4. คนส่วนใหญ่ที่ยอมรับและใช้สิ่งใหม่ๆในระยะหลังๆ (late majority) พวกเขาจะเป็นกลุ่มคนที่มีความไม่แน่ใจหรือสงสัยในสิ่งใหม่ๆและนำมาใช้หลังจากที่คนโดยเฉลี่ยในสังคมได้นำสิ่งใหม่นี้มาใช้แล้ว คนกลุ่มนี้มักได้รับการชักจูงจากเพื่อนฝูง คนใกล้ชิด หรือความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจ จะเป็นตัวการสำคัญในการชักจูงให้เขาทำสิ่งใหม่ๆไปใช้ คนกลุ่มนี้จะรอจนกว่าสิ่งใหม่ๆนั้นได้กลายเป็นบรรทัดฐานของสังคมเสียก่อน เขาจึงได้ตัดสินใจนำไปใช้ คนกลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มคนที่ไม่ค่อยมีฐานะ และจะไม่นำเอาสิ่งใหม่มาใช้จนกว่าจะแน่ใจว่าหากนำมาใช้แล้วจะคุ้มค่า กลุ่มนี้จะเป็นคนกลุ่มใหญ่ในสังคมเช่นกัน คือจะมีประมาณ 34%
5. พวกล้าหลัง (laggards) คนกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มหัวโบราณในสังคม พวกเขาจะยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้ช้า และจะนำสิ่งใหม่ๆไปใช้เป็นกลุ่มสุดท้าย เขาจะให้ความสนใจต่อความคิดคนอื่นน้อยมาก คนกลุ่มนี้มักจะเป็นกลุ่มคนที่ยากจน และมักจะมีความรู้สึกว่าเขาไม่สามารถที่จะเสี่ยงต่อการใช้สิ่งใหม่ๆได้ เขาจะใช้สิ่งเก่าๆที่เคยใช้ได้ผลเป็นบรรทัดฐานและลังเลที่จะเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่คนเหล่านี้จะติดต่อคบหากับคนที่อยู่ในฐานะหรือสภาวะเดียวกันเท่านั้น เขาจะมีความสงสัยในคนที่ส่งเสริมสิ่งใหม่ๆหรือความคิดใหม่ๆ พวกล้าหลังนี้จะมีประมาณ 16% ในสังคม
ที่มา