ในปัจจุบันภูมิศาสตร์มีจุดเน้นในเรื่องของเทคนิคในการศึกษาพื้นที่มากยิ่งขึ้น มีการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการศึกษา สำรวจ และวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวโลก โดยเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญในปัจจุบันประกอบด้วย ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System: GPS) เทคโนโลยีรีโมทเซนซิง (Remote Sensing: RS) และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS)
“ข้อมูล” เป็นองค์ประกอบพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะทำให้การดำเนินงานขององค์กรสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ แต่ข้อมูลนั้นควรจะมีความเกี่ยวโยงสัมพันธ์กับกิจกรรมที่สนใจโดยตรงและควรเป็นข้อมูลที่มีคุณภาพ ตรงกับสภาพการณ์ที่เป็นจริงอย่างเป็นพลวัตร ถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบ ซึ่งจะทำให้นำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการตัดสินใจในแต่ละครั้งเป็นไปอย่างสมเหตุสมผล และสามารถตอบสนองตอบต่อวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
 
 ข้อมูล 80 เปอร์เซ็นต์ที่ใช้ในการบริหารจัดการและวางแผน เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจมีส่วนคาบเกี่ยวกับการเป็น “ข้อมูลเชิงพื้นที่” (Spatial Data)  ซึ่งมีอยู่ 2 ลักษณะ คือข้อมูลด้านกายภาพและข้อมูลด้านมนุษย์ ข้อมูลด้านกายภาพเป็นข้อมูลที่แสดงถึงลักษณะของการกระจายตัว รูปแบบ และความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ที่เป็นปรากฏการณ์บนพื้นผิวโลก เช่น ลักษณะภูมิประเทศ ลักษณะดิน ลักษณะโครงสร้างของหิน ลักษณะชายฝั่ง ระบบการระบายน้ำ ลักษณะพืชพรรณตามธรรมชาติ ฯลฯ และข้อมูลด้านมนุษย์เป็นข้อมูลที่แสดงถึงลักษณะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการกระทำหรือกิจกรรมของมนุษย์ ซึ่งเป็นข้อมูลที่สัมพันธ์เวลาและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา (Temporal Data) เช่น การเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจ การบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ การขยายตัวของชุมชนและเส้นทางคมนาคม ฯลฯ (จรัญธร บุญญานุภาพ, 2550)

 

“ภูมิศาสตร์” เป็นศาสตร์แห่งการศึกษา “ข้อมูลเชิงพื้นที่” ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดวางและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ ที่แบ่งแยกสิ่งหนึ่งออกจากสิ่งอื่นๆ โดยภูมิศาสตร์พยายามค้นหาเพื่อที่จะตีความให้กระจ่างถึงความสำคัญของสิ่งที่เหมือนและแตกต่างกันระหว่างพื้นที่ ในรูปสาเหตุและความเกี่ยวเนื่องที่เน้นการศึกษาปรากฏการณ์บนพื้นผิวโลกในฐานะที่อยู่อาศัยของมนุษย์ เนื่องจากภูมิศาสตร์เป็นศาสตร์ที่ศึกษาถึงความสัมพันธ์ของมนุษย์กับพื้นที่ ทำให้ขอบข่ายของวิชาภูมิศาสตร์กว้างขวางและสัมพันธ์เชื่อมโยงกับศาสตร์สาขาอื่นมากมาย จึงนับได้ว่าเป็นศาสตร์ที่มีความเป็น “บูรณาการ”  (Integrate) เป็นพื้นฐาน ดังเช่น ภูมิศาสตร์กายภาพก็จะเชื่อมโยงกับศาสตร์สาขาอื่นๆ เช่น ธรณีวิทยา อุตุนิยมวิทยา พืชศาสตร์ นิเวศวิทยา สัตวศาสตร์ ปฐพีวิทยา สมุทรศาสตร์ และอุทกวิทยา เป็นต้น

 

อิมมานูเอล ค้านท์ (Immanuel Kant) บิดาแห่งปรัชญาจิตนิยมแห่งศตวรรษที่ 19 ได้กล่าวถึงประโยชน์ของภูมิศาสตร์ไว้ว่า “คุณประโยชน์ของการศึกษานี้มีมากมายนัก มันจะทำให้สามารถจัดวางระบบความรู้ของเราได้ตามเป้าหมายอย่างชัดเจน มันจะช่วยให้เราสนุกสนานเพลิดเพลิน และมันจะเป็นคลังข่าวสารข้อมูลที่มั่งคั่ง ทำให้สามารถสนทนาวาทีกับผู้คนในสังคมได้อย่างไม่มีวันหมด” (พัฒนา ราชวงศ์, 2539)

 

ภูมิศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพื่อให้สามารถคงความเป็นศาสตร์ที่สนองตอบต่อความต้องการของสังคมได้อย่างเป็นพลวัตร ทั้งแนวคิด รูปแบบ และวิธีการศึกษา รวมไปถึงเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิด รูปแบบ และวิธีการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป     ในปัจจุบันภูมิศาสตร์มีจุดเน้นในเรื่องของเทคนิคในการศึกษาพื้นที่มากยิ่งขึ้น มีการใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยในการศึกษา สำรวจ และวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวโลก โดยเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ที่สำคัญในปัจจุบันประกอบด้วย 1) แผนที่ (Maps)  2) ระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (Global Positioning System: GPS) 3) เทคโนโลยีรีโมทเซนซิง (Remote Sensing: RS) และ 4) ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GPS) ฯลฯ ซึ่งถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน โดยเฉพาะระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก เทคโนโลยีรีโมทเซนซิง และระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ ที่ถูกเรียกรวมกันว่า “เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ” (Geomatics, Geo-Informatics, 3S Technology)

 

อย่างไรก็ตามการบูรณาการเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศได้เป็นอย่างดี ผู้ใช้งานต้องเข้าใจว่าเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นมีความสัมพันธ์กับศาสตร์ด้านอื่นๆ ด้วย ฉะนั้นการจะนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาประยุกต์ใช้จำเป็นต้องมีพื้นฐานในศาสตร์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น แผนที่ การสำรวจและการทำแผนที่คอมพิวเตอร์ สารสนเทศ กระบวนการทางคณิตศาสตร์ และศาสตร์เฉพาะด้าน เช่น ป่าไม้ ธรณีวิทยา ปฐพีวิทยา วิทยาศาสตร์สุขภาพ การเมือง กฎหมาย ขึ้นอยู่กับว่าผู้ใช้งานจะใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศในวัตถุประสงค์ใด