รูปแบบการดำเนินงานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2
จากรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ปีการศึกษา 2550 - 2552 พบว่าผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาภาไทย ภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์มีค่าคะแนนเฉลี่ยลดลง ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ขั้นพื้นฐาน (O-NET) พบว่า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ลดลงทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย สังคมศึกษาสาสนาและวัฒนธรรม ภาษาต่างประเทศ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ ลดลงทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ส่วนกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ไม่ได้จัดสอบในปีการศึกษา 2551 จึงไม่มีการเปรียบเทียบ แต่ก็มีคะแนนเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำ ไม่เป็นที่น่าพอใจ และผลการทดสอบ NT (National Test) จากการประเมินคุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อการประกันคุณภาพผู้เรียนปีการศึกษา 2551 กับ ปีการศึกษา 2552 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคความรู้ ระดับเขตพื้นที่การศึกษาพบว่า ผลการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในวิชาภาษาไทยและวิทยาศาสตร์ มีค่าคะแนนเฉลี่ยลดลง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 จึงได้สร้างรูปแบบการดำเนินงานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ปีการศึกษา 2553-2554 ให้มีความต่อเนื่องและทั่วถึง เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยการจัดกิจกรรมการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่อไป จึงได้กำหนดรูปแบบการดำเนินงานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ดังต่อไปนี้
รูปแบบการดำเนินงานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ปีการศึกษา 2554 ประกอบด้วย
1. วัตถุประสงค์ของรูปแบบ
2. หลักการของรูปแบบ
3. กระบวนการดำเนินงาน
4. เงื่อนไขความสำเร็จของรูปแบบ
5. การวัดและการประเมินความสำเร็จของรูปแบบ
ซึ่งมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้
วัตถุประสงค์ของรูปแบบ
เพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2
หลักการของรูปแบบ
รูปแบบการดำเนินงานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ยึดหลักการสำคัญ ดังนี้
1. หลักการมีส่วนร่วม
การบริหารแบบมีส่วนร่วมเป็นการที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องผูกพันกัน ทำงานด้วยกัน ช่วยเหลือสนับสนุนซึ่งกันและกันในการปฏิบัติงานที่เป็นระบบครบวงจร
มีขั้นตอนการบริหารหรือการจัดการ 6 ขั้นตอน ดังนี้
1. การกำหนดจุดหมาย และระบุความต้องการ
2. การกำหนดนโยบาย
3. การกำหนดแผนงาน
4. การจัดทำแผนและอนุมัติงบประมาณแผนงาน
5. การนำไปปฏิบัติ
6. การประเมินผล
2. หลักความรับผิดชอบ
ความรับผิดชอบเป็นภาระหรือพันธะผูกพันในการจะปฏิบัติหน้าที่การงานของผู้ร่วมงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย เป็นเครื่องผลักดันให้ปฏิบัติงานตามระเบียบ ปฏิบัติงานในหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบและมีความซื่อสัตย์สุจริต คนที่มีความรับผิดชอบ จะทำให้การปฏิบัติงานไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ ช่วยให้การทำงานร่วมกันเป็นไปด้วยความราบรื่น ทำให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายได้อย่างดี แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
1. ระดับเขตพื้นที่การศึกษา
2. ระดับศูนย์เครือข่าย
3. ระดับสถานศึกษา
ซึ่งแต่ละฝ่ายจะต้องมีความรับผิดชอบดำเนินงานตามกรอบภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถ
3. หลักการกระจายอำนาจ
การกระจายอำนาจในการดำเนินงานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้แก่ การกระจายอำนาจทั้งในหน้าที่การจัดการศึกษาและภารกิจการบริหาร โดยมุ่งหวังให้มีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายและลดขั้นตอนการบริหาร เป็นการใช้ทรัพยากรในองค์กรอย่างคุ้มค่าเกิดประโยชน์ต่อ การพัฒนาคุณภาพการศึกษามากที่สุด โดยที่การกระจายอำนาจการบริหารสถานศึกษาจะเกิดประโยชน์ต่อนักเรียน ได้แก่
1. การกำกับติดตามการดำเนินงานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับศูนย์เครือข่าย ของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. การนิเทศติดตามการดำเนินงานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับศูนย์เครือข่าย ของรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ศึกษานิเทศก์ ประธานศูนย์เครือข่าย และครูวิชาการประจำศูนย์เครือข่าย
4. หลักการมีเอกภาพ และนโยบายร่วมกัน
การดำเนินงานเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจะต้องยึดนโยบายร่วมกัน และ
ดำเนินงานไปพร้อมกัน ภายใต้กรอบการดำเนินงานเดียวกัน และมีเป้าหมายร่วมกัน
กระบวนการดำเนินงาน
การยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนจากการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2554 ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้ดำเนินโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (O-NET) ปีการศึกษา 2554 อย่างต่อเนื่อง ดังนี้
1. ปัจจัย ปัจจัยที่เอื้อต่อการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดำเนินการพัฒนา คือ
1.1 ปีการศึกษา 2553 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 ได้ดำเนินการพัฒนาระยะที่ 1 คือ ระยะเร่งพัฒนา โดยใช้กิจกรรมติวเตอร์ การทดสอบ Pre-O-NET การสร้างความตระหนัก การจัดการเรียนรู้เต็มความสามารถ เต็มเวลา เต็มหลักสูตร และกระบวนการนิเทศติดตาม 100% ทั้ง 3 ระยะ คือ เตรียมความพร้อม ตรวจสอบ และสอบ Pre-O-NET ทำให้มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นมากกว่าปีการศึกษา 2552 ในภาพรวมชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 สูงขึ้นร้อยละ 8.22 (อันดับหนึ่งของประเทศ) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สูงขึ้นร้อยละ 5.95 (อันดับ 27 ของประเทศ) ค่าเฉลี่ยสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ ร้อยละ 5
1.2 รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่และศึกษานิเทศก์ประจำศูนย์
ร่วมกันวิเคราะห์ผล
การสอบปี 2553 นำข้อเด่น ข้อด้อย มาวางแผนพัฒนาต่อเนื่องในปี
2554
1.3 ครูสอนตรงตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด และสอนควบคู่กับการสอบตามแนว สทศ.
ตลอด
ปีการศึกษา พัฒนาครูด้านการวัดและประเมินผล
และสร้างข้อสอบที่แทรกกระบวนการคิดตามแนวข้อสอบของ สทศ.
1.4 นักเรียนได้เรียนรู้ตรงตามมาตรฐาน ตัวชี้วัด มีประสบการณ์การสอบตามแนว สทศ.
1.5 สำนักงานเขตพื้นที่อำนวยความสะดวกด้านสื่อ เอกสารประกอบการสอน
1.5.1 จัดทำหน่วยการเรียนรู้ชั้น ป.1-6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จำนวน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ แทรกกระบวนการคิดทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
1.5.2 จัดทำข้อสอบแยกมาตรฐานประจำหน่วยการเรียนรู้ชั้น ป.1-6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 จำนวน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ตามแนวข้อสอบของ สทศ.
1.5.3 สร้างเครือข่ายแลกเปลี่ยนสื่อการเรียนรู้ และข้อสอบ
2. กระบวนการพัฒนา มีกระบวนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพื่อสร้างความยั่งยืน ดังนี้
2.1 ด้านการบริหาร ดำเนินการดังนี้
2.1.1 นายสกล คามบุศย์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 กำหนดนโยบายการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเป็นโมเดล ROIET2 MODEL ดังนี้
R = Research ได้แก่ การวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
O = Organization ได้แก่ การศึกษาองค์กรเพื่อพัฒนา
องค์กรให้มีความก้าวหน้า บริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
I = Information ได้แก่ การใช้ข้อมูล ข่าวสาร ในการ
วางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา
E = Evaluation ได้แก่ การวัดและประเมินผลเพื่อ
พัฒนาคุณภาพการศึกษา นำข้อมูลมาใช้ในการวางแผน
และพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ
T = Technology ได้แก่ การใช้เทคโนโลยีพัฒนาคุณภาพการศึกษา
2 = Quality and Moral ได้แก่ คุณภาพ และคุณธรรม
คำว่า คุณภาพและคุณธรรม คือ มี 3 ด้าน คือ ด้านวิชาการ วิชาชีพ และวิชาประคองชีพ
วิชาการ ได้แก่ 1) ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร้อยละ 5 2) พัฒนานักเรียนให้อ่านออกเขียนได้ 100%
วิชาชีพ ได้แก่ 1) เสริมทักษะวิชาชีพ 2) การส่งเสริม OSOP หรือ One School One Product มีศูนย์จำหน่ายสินค้านักเรียน OSOP ในรูปของ School Mart
วิชาประคองชีพ ได้แก่ 1. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 8 ประการ 2) ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
2.1.2 การกำหนดนโยบายการยกระดับผลสัมฤทธิ์
- ทุกโรงเรียนมีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น ร้อยละ 5 ทุกกลุ่มสาระ
- มีรางวัลให้โรงเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์สูง 5 อันอันดับแรก เช่น ให้โล่รางวัล เกียรติบัตร คำชมเชย
2.1.3 การสร้างเครือข่ายคุณภาพการจัดการศึกษา
- จัดตั้งศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา จำนวน 19 ศูนย์
- จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนรู้ ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ /ปฐมวัย ในทุกศูนย์เครือข่าย
- จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญ ด้านการประกันคุณภาพภายใน ตามมาตรฐาน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ประจำศูนย์เครือข่าย
- จัดตั้งชมรมครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ประจำสำนักงานเขตพื้นที่
- จัดเครือข่ายการเรียนรู้ รร.ดีประจำอำเภอ รร.ดีประจำตำบล โรงเรียนต้นแบบ ภายในและภายนอกเขตพื้นที่
- จัดเครือข่ายพัฒนาการเรียนรู้ร่วมกับ อปท.และสถาบัน/หน่วยงานการศึกษาเอกชน เครือข่ายผู้ปกครอง และเครือข่ายศิษย์เก่า ให้การสนับสนุนงบประมาณจัดค่ายติวเตอร์ระดับโรงเรียน ระดับศูนย์เครือข่ายฯ
2.1.4
บริหารงานโดยแบ่งเป็นศูนย์เครือข่าย จำนวน 19 ศูนย์
โดยมีรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและศึกษานิเทศก์ประจำศูนย์เครือข่าย
2.1.5 ประชุมบุคลากรเพื่อชี้แจงกิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
15 ขั้นตอน 8 อำเภอ ชี้แจงนโยบาย 15 ขั้นสู่ความสำเร็จ
และร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง MOU นักเรียน ป.3 อ่าน-เขียนได้ 100%
2.1.6 ประชุมชี้แจงกิจกรรมยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ครู ป.3 ป.6 ม.3 ทุกคน โดยชี้แจงรูปแบบข้อสอบโอเน็ต NT รูปแบบของกระดาษคำตอบฉบับจริง ชี้แจงแนวทางการสอน-สอบ การติวข้อสอบ และชี้แจงนโยบาย 15 ขั้นสู่ความสำเร็จ จากการวิเคราะห์ผลการสอบโอเน็ต ได้แนวทางพัฒนา 15 ขั้น ดังนี้
1. โรงเรียนปรับโครงการยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้สอดคล้องนโยบายของ สพป.ร้อยเอ็ด เขต 2
2. โรงเรียนตรวจสอบการวิเคราะห์หลักสูตร การกำหนดหน่วยการเรียนรู้ หากไม่ครบให้เพิ่มเติมทันที
3. วางแผนการสอนชั้น ป. 3 ป. 6 ม. 3 ให้จบ ครบทุกสาระภายในวันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2555
4. นำคลังคำศัพท์ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ (ของ สทศ.) ไปใช้สอนติวนักเรียนให้ครบทุกคำ
5. จัดกิจกรรมติวเตอร์ ตามแนวข้อสอบของ สทศ. ในชั้นเรียน
6. ครูทุกคนร่วมกันสร้างข้อสอบตามแนว สทศ. แล้วแลกเปลี่ยนข้อสอบผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
7. นำแนวข้อสอบ NT/O-NET ไปใช้ติวในชั้นเรียน ให้นักเรียนคุ้นเคยและมีประสบการณ์การสอบ
8. ผู้บริหารกำหนดปฏิทินการนิเทศภายในโรงเรียนเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนให้ชัดเจน
9. ผู้บริหารติดตามการนำข้อสอบ PRE-NT/O-NET ไปใช้ในห้องเรียน
10. ตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป โรงเรียนจัดกิจกรรม Tutor อย่างต่อเนื่อง
11. วันที่ 15-17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2555 ทุกโรงเรียนจัดสอบเสมือนจริง เพื่อแก้ไขก่อนวันสอบจริง
12.
จัดกิจกรรมเสริมแรงทางบวก สร้างบรรยากาศผ่อนคลาย
ทำสมาธิก่อนเวลาสอบ
13.
ประชาสัมพันธ์ความสำคัญของการสอบโอเน็ตทุกวัน
14.
ประชาสัมพันธ์โดยจัดทำป้ายนับเวลาถอยหลัง (Count Down) ทุกวัน
15.
ให้รางวัลนักเรียนที่มีคะแนนสอบสูง/มีความก้าวหน้าสูง
2.1.7 การบริหารจัดการโรงเรียนขนาดเล็ก
- จัดการเรียนการสอนแบบคละชั้น
- การควบรวมกับโรงเรียนใกล้เคียง
2.1.8 การกำหนดมาตรฐานคุณภาพโรงเรียน
- อาคารเรียนอาคารประกอบร่มรื่นสวยงามปลอดภัย
- ห้องเรียน ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ (วิทย์ คอมฯ ภาษา กอท.) พร้อมใช้
- บริเวณ สิ่งแวดล้อมเอื้อต่อการเรียนการสอน
- จัดให้มีแหล่งเรียนรู้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนที่
- จัดประกวดกิจกรรมจากการดำเนินงานของโรงเรียน
- ทุกโรงเรียนจัดให้มีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
2.1.9 การกำหนดมาตรฐานคุณภาพผู้บริหาร
- ผู้บริหารใช้แผนเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ
- ผู้บริหารได้รับการอบรมพัฒนาให้เข้าใจบทบาท อำนาจหน้าที่และภารกิจทุกคน
- สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพป.)และโรงเรียนจัดทำข้อตกลง (MOU) การพัฒนาคุณภาพการศึกษา
- บริหารจัดการโรงเรียนครอบคลุมตามบทบาทหน้าที่ทุกวัน
- ใช้กระบวนการนิเทศภายในอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
- ควบคุม กำกับติดตามภาระงานที่ครูและบุคลากรได้รับมอบหมายอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
- ใช้เทคโนโลยีในการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต e-office e-mail เว็บไซต์
- ระดมทรัพยากรและได้รับทุนสนับสนุนทางการศึกษา
2.2 ด้านการจัดการเรียนรู้ ดำเนินการดังนี้
2.2.1 การพัฒนาครู
- ครูทุกคนได้รับการพัฒนาทั้งระบบ
- ครูที่สอนไม่ตรงวุฒิได้รับการอบรมพัฒนา
- ครูได้รับการพัฒนาการวิเคราะห์หลักสูตรและการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ และออกแบบการจัดการเรียนรู้
- สร้างขวัญ กำลังใจ เสริมสร้างพัฒนาครูให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะสูงขึ้น
2.2.2 การพัฒนาหลักสูตร การวิเคราะห์หลักสูตรและการนำหลักสูตรสู่ชั้นเรียน
- ศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษาร่วมมือกันจัดกิจกรรมพัฒนาหลักสูตร การนำหลักสูตรสู่ชั้นเรียน
- ออกแบบหน่วยการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระทุกชั้นเรียน นำคลังข้อสอบเข้าแทรกในหน่วยการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนมีความคุ้นเคยกับรูปแบบข้อสอบตามแนวข้อสอบของ สทศ.
- จัดหา พัฒนาสื่อการสอนตามหน่วยการเรียนรู้
- ส่งเสริม แก้ปัญหาการอ่านออกเขียนได้ของผู้เรียน
2.2.3 การคัดกรองและแก้ปัญหาผู้เรียน
- สถานศึกษาคัดกรองนักเรียนทุกคนทุกชั้น ในเรื่องต่อไปนี้
ชั้น ป. 1 – 3 อ่านออกเขียนได้ คิดเลขเป็น
ชั้น ป. 4 – 6 อ่านคล่อง เขียนคล่อง คิดเลขคล่อง
ชั้น ม. 1 – 3 ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนรู้
- จัดกลุ่มคุณภาพผู้เรียน จัดกิจกรรมสอนซ่อมเด็กอ่อน สอนเสริมเด็กเก่ง
จัดกิจกรรมแข่งขันการอ่าน การเขียน เก่งยกห้อง ตามโครงการเพื่อเด็กไทยอ่านออกเขียนได้ 100%
- ครูนำข้อมูลไปวางแผนจัดการเรียนรู้ตามธรรมชาติและศักยภาพผู้เรียน
- ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาผู้เรียนผ่านระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
2.2.4 การจัดกระบวนการเรียนรู้
- ครูออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย ใช้สื่อนวัตกรรม เทคโนโลยี ภูมิปัญญา มาประยุกต์ใช้ตามศักยภาพผู้เรียน
- จัดบรรยากาศ และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการเรียนรู้
- ใช้กระบวนการ สอน-สอบ ควบคู่กับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ตรงตามมาตรฐานและตัวชี้วัดทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้
- ใช้เทคนิคติวเตอร์ (Tutor) จัดค่ายวิชาการให้แก่ผู้เรียนทั้งในระดับโรงเรียน ระดับศูนย์เครือข่าย เมื่อจัดกระบวนการเรียนการสอนครบตามมาตรฐานและตัวชี้วัดรายชั้นปีแล้ว
2.2.5 การวัดและประเมินผล
- ระดับโรงเรียน
1. ครูวัดและประเมินผลผู้เรียนตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดรายชั้น เพื่อตรวจสอบผลการพัฒนาผู้เรียน
2. วิเคราะห์ผลการสอบ NT, O-NET ในระดับโรงเรียนและชั้นเรียน เพื่อวางแผนพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในกลุ่มวิชา/สาระที่ผลสัมฤทธิ์ยังไม่น่าพอใจหรือเป็นปัญหา
- ระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1. วิเคราะห์ผลการสอบ NT, O-NET ในระดับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
2. พัฒนาเครื่องมือวัดและประเมินผลให้มีคุณภาพ สอดคล้องกับตัวชี้วัดและมาตรฐานการเรียนรู้
3. รวบรวมข้อสอบจากแหล่งต่าง ๆ คัดแยกตามมาตรฐาน
4. จัดทำคลังข้อสอบมอบให้โรงเรียนนำไปใช้ในรูปแบบ VCD และ ไฟล์
ให้ดาวน์โหลดทางอินเทอร์เน็ต
5. ติดตามความเคลื่อนไหวของ สถาบันทดสอบทางการศึกษา แห่งชาติ (สทศ.) และสำนักทดสอบทางการศึกษา เพื่อจัดประชุมชี้แจงให้ผู้เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้อง ทันเวลา
6. จัดทำแบบทดสอบ Pre O – NET , Pre NT ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สร้างข้อสอบเสมือนจริงตามรูปแบบของสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ และสำนักทดสอบทางการศึกษา
7. นำแบบทดสอบ Pre O – NET , Pre NT ข้อสอบเสมือนจริง ที่ได้ไปใช้ทดสอบนักเรียนก่อนการสอบจริง เพื่อทดสอบความรู้ สร้างความคุ้นเคย ทำให้นักเรียนมีประสบการณ์ในการสอบ
8. วิเคราะห์ข้อมูลและสะท้อนผล เร่งพัฒนาผู้เรียนก่อนการสอบจริง นำข้อบกพร่องในการสอบมาปรับปรุงให้นักเรียนสามารถทำข้อสอบได้อย่างเต็มตามศักยภาพ
2.2.6 การส่งเสริมความสามารถผู้เรียน
-
สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้เรียนร่วมกิจกรรมแข่งขันทักษะทางวิชาการในระดับโรงเรียน
ศูนย์เครือข่าย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด
เขต 2 และระดับภาค
-
ส่งเสริมนักเรียนที่มีศักยภาพสูงร่วมแข่งขันอัจฉริยภาพทางวิทยาศาสตร์
คณิตศาสตร์ ในระดับภูมิภาค ระดับชาติ
และระดับนานาชาติ
- ส่งเสริมให้ผู้เรียนร่วมสอบวัดความสามารถ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษา ความถนัด ของหน่วยงานต่าง ๆ ที่จัดขึ้น เพื่อเพิ่มประสบการณ์ในการสอบ และศักยภาพในการแข่งขันให้แก่ผู้เรียน
2.3 ด้านการนิเทศ ดำเนินการ ดังนี้
2.3.1 วางแผนการนิเทศติดตามผลการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 100% ดำเนินงานโดยเครือข่ายการนิเทศ ประกอบด้วย รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และศึกษานิเทศก์ประจำศูนย์ ประธานศูนย์เครือข่าย หัวหน้ากลุ่มเครือข่าย และผู้เชี่ยวชาญประจำศูนย์เครือข่าย ร่วมกันนิเทศติดตามอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดประเด็นในการนิเทศ 4 ประเด็น คือ
1) การปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ
2) การบริหารหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
3) การพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
4) การนิเทศภายในสถานศึกษาที่เป็นระบบ สม่ำเสมอและต่อเนื่อง
2.3.2 โครงสร้างเครือข่ายการนิเทศ
ผอ.สพป. รองผอ. ศึกษานิเทศก์ กตปน.
อกคส. ร่วมกับครูผู้เชี่ยวชาญกลุ่มสาระ
นิเทศติดตามการดำเนินงานครอบคลุม 19 ศูนย์เครือข่าย 8 อำเภอ รวม 339
โรงเรียน สร้างความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดค่าย
วิชาการ
2.3.3 ประเด็นการนิเทศ
- นิเทศ ติดตามอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ภาคเรียนละ 3 ครั้ง เน้นใน 4
เรื่องหลัก ต่อไปนี้
1. การปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์และแผนปฏิบัติการ
2. การบริหารหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล
การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
3. การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา
4. การนิเทศภายในสถานศึกษาที่เป็นระบบ สม่ำเสมอและต่อเนื่อง
2.3.4 กระบวนการนิเทศ
- นิเทศโดยเครือข่ายนิเทศที่สถานศึกษาโดยตรง
- นิเทศผ่านระบบการสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตระหว่างกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการศึกษา กับสถานศึกษา โดยนิเทศ Online ผ่านเว็บไซต์ และเครือข่าย face book
- นิเทศเพื่อพัฒนาและแลกเปลี่ยนเรียนรู้
- นิเทศการดำเนินงานยกระดับผลสัมฤทธิ์ และ Pre O-NET, NT
- คณะกรรมการดำเนินการนิเทศ สัมมนาทางวิชาการ นำผลการนิเทศมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การปรับปรุงและพัฒนาการนิเทศในระยะต่อไป
2.3.5 นิเทศติดตามผลการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3 ระยะ
- ระยะที่ 1 เตรียมความพร้อมในระดับโรงเรียน
- ระยะที่ 2 ติดตาม ประเมินผลการจัดกิจกรรมยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
- ระยะที่ 3 ติดตามการทดสอบ Pre-O-net ของ สพฐ. และการทดสอบ Pre-O-net เสมือนจริง
สรุป รายงานผลการนิเทศติดตามผลการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนปี 2554
2.3.6 การนิเทศภายในสถานศึกษา
- สถานศึกษาจัดระบบการนิเทศภายในโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ
- การนิเทศภายในสถานศึกษาดำเนินการในรูปแบบเดียวกันทุกโรงเรียนอย่างเป็นระบบ
- สถานศึกษามีแผนการนิเทศภายในสถานศึกษาและปฏิบัติตามแผนการดำเนินงานที่กำหนด
เงื่อนไขความสำเร็จของรูปแบบ
เงื่อนไขความสำเร็จของรูปแบบ มีดังนี้
1. ภาวะผู้นำของประธานศูนย์เครือข่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา และคณะกรรมการเครือข่าย เป็นบุคคลหรือกลุ่มบุคคลสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามรูปแบบให้สำเร็จ หรือความล้มเหลว
2. ความกระตือรือร้นในการทำงานครู ผู้บริหารและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ