ในชีวิตประจำวันของเรามีคนอยู่สองกลุ่มคือกลุ่มที่ต้องพึ่งพาคนอื่นเป็นนิจกับกลุ่มที่ดูแลตนเองได้ ยืนด้วยลำแข้งของตนได้อย่างภาคภูมิ หรือเราเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือกลุ่มชาวบ้านกับกลุ่มผู้มีอันจะกินนะครับ จากบันทึกคราวที่แล้วที่ได้บอกเล่าเรื่องราวของความพยายาม ซึ่งมีความสำคัญเทียบเท่ากับทอง กับความเก่งของผู้คนนั้น บันทึกนั้นผมได้สอนได้ให้ลูกได้รับรู้สิ่งต่างๆ ที่ผ่านมาในชีวิตของพ่อแล้วผ่านไปสู่การพร่ำสอนสู่ตัวลูกว่าพ่อมีที่มาที่ไปอย่างไร ทั้งหมดที่เล่านี้ก็เพื่อจะปูทางไปสู่การสอนให้เขาตระหนักถึงการแข่งขันในชีวิตจริงที่เขาจะต้องเผชิญอยู่ รวมถึงอุปสรรคที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า..

วันนี้ผมสอนเขาเรื่องของการเพิ่มความสามารถในการเรียนรู้ การฝึกฝน ในการพัฒนาตนเอง ผ่านการการเล่าให้ฟังถึงอุปนิสัยของชาวบ้านทั่วไปกับคนมีฐานะนั้นต่างกันอย่างไรโดยเปรียบเทียบให้เห็นจากเรื่องง่ายๆ เช่น เรื่องของการวางข้าวของในบ้าน การสอนเรื่องกิริยามารยาทต่างๆ การควบคุมอารมณ์ของครอบครัวชาวบ้านเปรียบเทียบกับครอบครัวผู้ดีว่ามันต่างกันอย่างไร โดยมีตัวอย่างจริงๆ รายล้อมรอบบ้านที่เราอาศัยอยู่ เน้นว่าสิ่งที่สำคัญคือเจ้าสิ่งที่หลายคนมักพูดกันบ่อยก็คือ พวกผู้ดีนี่ถี่ถ้วนนัก ละเอียด หยุมหยิม น่าเบื่อ ..ตรงนี้ที่ผมเน้นว่านี่แหละคือความต่างที่สำคัญมากๆ ที่นำมาซึ่งความรวยความจนของตัวพวกเขาที่ต้องประสพกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

ผมเชื่อมโยงมาที่การเรียนของเขา..ในวันนี้เค้าเป็นนักเรียนที่ต้องเรียนอยู่กับเพื่อนที่มีความพร้อมมากๆ ว่าจะต้องทำอย่างไร ผมแนะนำว่าเราสามารถที่จะขยับความสามารถเพื่อที่เราจะยังสามารถคงรักษาระดับความน่าคบ ความมีคุณค่า ความมีผลประโยชน์ต่อกลุ่มโดยการเพิ่มเรื่องราวของความเป็นผู้ดี ตรงนี้ก็จะทำให้เรานั้นสามารถปรับพฤติกรรม เจตคติที่ถึงพร้อมด้วยภาว

ะการณ์แข่งขันที่ดีได้ แนะนำว่าจะต้องมั่นคงต่อการรักษาพฤติกรรมที่ดี ตามจารีตวัฒนธรรมที่เหมาะสม ฉลาด เลือกใช้ด้วยปัญญาด้วย เหล่านี้แล้วก็จะทำให้ตัวลูกสาวผมนั้นมีคุณค่า เป็นที่ต้องการของกลุ่ม เป็นขวัญใจของเพื่อนๆ และจะก้าวเนื่องต่อไปถึงการเป็นที่พึ่งของคนรอบข้าง หรือสังคมได้ในอนาคต วันนี้เรามองมาถึงตรงนี้ แล้วละ