บันทึกจากสวนส้ม
เสียงจากความด้อยโอกาส
ถึงวันเวลาที่เหลืออยู่
สิ้นพฤษภาเข้ามิถุนาฯไม่ทันไร ไม่กี่วันก่อนมีโอกาสขึ้นเหนือไปถึง ต. แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ร่วมเป็นสักขีพยานกิจกรรมตามโครงการ “วันแลงใหม่ของเด็กในสวน” ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ให้ลูกหลานของแรงงานต่างด้าว ที่พากันอพยพเข้ามาทำงานอยู่ในสวนส้ม ในพื้นที่ ต. แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ได้มีกิจกรรมร่วมกัน ผ่านกิจกรรมอย่างง่ายๆ อาทิ การพัฒนาศักยภาพเด็กในชุมชนในประเด็นต่างๆ ทั้งเรื่อง การกิน การพัฒนาด้านสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข อย่างที่รู้กันซึ่งแต่ละครอบครัวมีที่มาต่างกัน แต่สรุปได้ว่าเป็นเด็กไร้สัญชาติ เป็นลูกหลานของแรงงานต่างด้าว ที่อพยพเข้ามาทำงานในสวนส้มหากมีลูกเป็นเด็กผู้หญิง เมื่ออายุ 13-15 ปี ก็จะถูกจับคู่ให้ เพราะพ่อแม่มองว่า ตัวเองจะได้ไม่ต้องมีภาระเลี้ยงดู แถมยังได้ผู้ชายที่มาเป็นลูกเขยเข้ามาช่วยทำมาหากินอีกด้วย (แน่นอนว่าเรื่องนี้หากใครได้ติดตามบันทึกของเราตั้งแต่ครั้งก่อนคงพอจำกันได้)

โครงการนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของเด็กกับผู้ปกครอง เพราะเด็กๆ มองว่าจะได้รับชีวิตใหม่ที่อาจดีขึ้นกว่าเดิม โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ก็มุ่งหน้าถ่ายทอดความรู้ เรื่องที่จำเป็นมาตั้งแต่ต้นปี 55 อาทิ สุขอนามัยในช่วงเจริญพันธ์ การบริโภคอาหารอย่างขนมกรุปกรอบ พร้อมๆกับการให้ความรู้ในเชิงการศึกษาเพื่อสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กเหล่านั้นมีความรู้ด้านภาษาไทย เพื่อใช้สื่อสารเมื่อยามเกิดปัญหา อย่างพ่อแม่เจ็บป่วย หรือถูกตำรวจจับหลังจากที่จัดกิจกรรมได้สักระยะ “พี่ดุลย์” อดุลย์ ดวงดีทวีรัตน์ ผู้จัดการโครงการวันแลงใหม่ของเด็กในสวน บอกเคล็ด (แบบไม่) ลับว่า การทำกิจกรรมเช่นนี้โครงการจะโดดเดี่ยวไม่ได้เพราะต้องประสานกับทางโรงเรียนด้วย เพราะบางกรณีต้องปล่อยให้เด็กหยุดงานเป็นเดือนเพื่อไปช่วยพ่อแม่ทำงานในสวน และส่วนนี้ก็ทำให้ครูก็ทำงานหนักหน่อย แต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นเงื่อนไขข้อจำกัดของเด็กเพราะครอบครัวไม่มีเงิน ต้องไปทำงานหาเงิน เมื่อได้มาส่วนหนึ่งเขาก็กลับมาเรียนต่อ การเรียนก็ต้องปรับตามเงื่อนไขและข้อจำกัดของเด็กเหมือนกัน

อย่างไรก็ตามก็ใช่ว่าเรื่องทั้งหมดมันจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ในสภาพความเป็นจริง ความยากจนก็บั่นทอนโอกาสให้เด็กธรรมดามีโอกาสน้อยไปกว่าสิ่งที่ใจต้องการ แต่ละวันของกิจกรรมวันแลงใหม่ของเด็กในสวนก็มักพบเรื่องราวที่คาดไม่ถึงและควรนำมาบอกต่อเพื่อหาคำคอบกับอะไรบางอย่าง อย่าง ด.ญ.คำขิ่น ลุงพอ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้เล่าว่า เธอมีน้องอีก 3 คน ช่วงปิดเทอมจึงช่วยพ่อ-แม่ทำงานในสวนส้ม พร้อมๆกับไปขายอาหารทะเลที่ตลาดใหม่หนองยาว อ.ฝาง ได้ค่าจ้างเดือนละ 3,000 บาท แต่เมื่อถึงเวลาเปิดเทอมพ่อแม่กลับไม่ให้มาเรียน เพราะต้องการให้ทำงานเพื่อช่วยหาเงิน “หนูต้องเรียนกศน. เพราะเรียนแค่สัปดาห์ละ 1 วัน จะได้ช่วยพ่อแม่ทำงานหาเงินให้น้องๆ ได้มีโอกาสเรียนจนจบเหมือนหนู ตอนแรกที่พ่อกับแม่จะให้ออก เขาใช้วิธีด่าหนูทุกวันว่ามีน้องอีกตั้ง 3 คน ถ้าไม่ออกมาช่วยกันทำงานจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ เราก็กดดันเลยตัดสินใจออก” เธอบอกและว่าถึงเช่นนั้นกิจกรรมที่ทำให้มันก็ช่วยให้ประกายความหวังไม่จบลง โดยเธอตั้งใจว่า จะเรียนต่อในระบบการศึกษานอกระบบ กศน. ให้จบ ม.6 และทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย

ขณะที่ น.ส.แสงดาว วงปา ครูอาสาโรงเรียนบ้านหล่ายฝาง ห้องเรียนเคลื่อนที่บ้านเด่น ต.แม่ข่า อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ บอกถึงเด็กคนนี้ว่า หลังจากเปิดเทอมไม่เห็นกลับมาเรียน จึงไปสอบถามที่บ้านทำให้ทราบว่าผู้ปกครองต้องการให้ทำงาน และวางแผนจะให้แต่งงานในอีกไม่ช้า แต่ความพยายามก็เป็นผลเมื่อครูอธิบายให้เห็นความสำคัญของการเรียนโดยพยายามยกตัวอย่างที่ใกล้ตัว ผู้ปกครองจึงเข้าใจและยอมให้กลับมาเรียนต่อในที่สุด “คำขิ่น เป็นเด็กน่ารักตั้งใจเรียน ชอบทำกิจกรรม ปัจจุบันเวลาจัดงานอะไรคำขิ่นก็จะรับหน้าที่เป็นพิธีกร จากเด็กที่เมื่อก่อนขี้อายไม่กล้าพูด เขาเปลี่ยนไป ตั้งแต่โครงการวันแลงใหม่เข้ามาทำให้ เด็กๆ กล้าคิด กล้าแสดงออก เพราะมีโครงการนี้ที่เชิญผู้ปกครองมาเรียนรู้ร่วมกับบุตรหลานเวลาเราก็ไปคุยกับพ่อแม่ของเขาก็ง่ายหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้เข้าใจทั้งหมดหรอกนะ อย่างคำขิ่นเองถึงแม้จะต้องเรียนเพิ่มเติมเนื่องจากขาดเรียนไปเกือบ 1 เดือนเต็ม แต่ครูก็พยายามสอนเพิ่มเพื่อชดเชยให้” ครูอาสารายนี้พูด

“วันแลงใหม่ของเด็กในสวน” จึงไม่ได้ถูกขับเคลื่อนด้วยคนใดคนหนึ่ง หากแต่มันบอกว่าการมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้นั้นต้องร่วมฝ่าฝันร่วมกัน ทั้งตัวเยาวชน คนในพื้นที่ และการมีหลักคิดที่ถูกต้อง ก่อนที่ทั้งหมดจะช่วยกระตุ้นให้สังคมที่เป็นอยู่ดีกว่าเดิม “เราต้องไม่ย่อท้อ และจำยอมต่อความยากลำบาก”เสียงจากเยาวชนในสวนส้มว่าไว้เช่นนั้น บทบันทึกฉบับนี้จึงปิดท้ายที่ว่า เมื่อเห็นความพยายามของคนที่ไร้โอกาสแล้ว มันน่าจะทำให้คนที่ยังมีทางเลือก (อย่างเราๆ) เริ่มหันมามองตัวเองมากขึ้น เพื่อใช้วันเวลาที่มีอย่างรู้คุณค่ามากกว่าที่เป็น?
เวลาซื้ส้มมักเลือกลูกลาย ๆ แบบนี้ หวานดี
ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม บังเอิญหรือเปล่าก็ไม่รู้
หวานคะ รูปไม่สวยแต่จูบแล้วหอม อิอิ