เมื่อตอนผมหัดอ่านภาษาขอมโบราณ ผมอ่านคำว่า กมรเต็ง ว่า กะมอนเต็ง แต่นานๆไปผมชักเอะใจว่า อ่านว่า กม-ระ-เต็ง ก็ได้
จิตร ภูมิศักดิ์ จินตนาการว่า พอตกมาถึงอยุธยา กลายเป็น อำแดง เช่น มีบันทึกในพงศาวดารด้วยการใช้คำว่า อำแดงเผื่อน เป็นเต้น ดูเหมือนใช้มาจนกระทั้งกรุงเทพตอนต้น
ส่วนผมจินตนาการโลดไปว่า คำว่า “สมเด็จ” ก็มีเค้าว่ามาจาก กมระเด็ง ได้เหมือนกัน เพราะภาษาขอมโบราณนั้นใช้เป็นยศของเจ้านายชั้นสูง
ลองมาอ่านจารึกขอมโบราณที่กำแพงนครวัดกันดูสิครับ (จารึกใต้ภาพสลักกองทัพละโว้และสยาม) น่าสนุกมาก ...บรรทัดที่ ๑-๒๕ ไม่มีอะไรน่าสนใจนัก เป็นเรื่องการสรรเสริญพระเจ้าสายพราห์มณ์เสียเป็นส่วนใหญ่ เนื้อหาสำคัญอยู่สามบรรทัดสุดท้าย นี่เป็นสลักประกอบรูปภาพที่กำแพงนครวัด
26.Vrah kamraten an Sri Jaya-sinha-varmma kamlun vrai nam vala Lvo.
My Holy High Lord Sir “Victory-Lion Protected” inside the jungle, leading the troops of Lvo.
พระกมรเต็ง องค์ศรีชัยสิงห์วรมัน กำลัง ไพร นำ พล ละโว้ (vala คือ วาลา พาลา พล)
27.Neh Syam-kuk.
These are the Siamese People.
นี่ไงพวกสยามของเรา (ผมแปลกุก ว่าของเรา )
28.Anak raja-karyya-bhaga Paman Jen Jhala ta nam Syam-kuk.
Person of the King’s Service “Hunter” from the Foot (or Place) of Jhaala, leading the Siamese People.
นักองค์ ราชการิยาพักตร์พมานเจนชล เป็นผู้นำเหล่าทหารสยาม
ผมแปลของผมมั่วๆ แบบนี้แหละ สนุกและตลกดี ซึ่งความหมายต่างจากการแปลของฝรั่งเล็กน้อย ใครไม่เชื่อก็ไม่ว่ากัน
ผมได้ตีความไว้แล้วว่าทำไมภาพสลักทหารสยามจึงดูไร้ระเบียบ ส่วนทหารละโว้ (ลพบุรี) เรียบร้อยดี ในบทความก่อน
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/481581
ณ ที่นี้เราน่าจะมาคิดกันต่อไปว่า ทำไมมีทหารแค่สองเหล่า คือ ละโว้ กับ สยาม แล้ว ทหารหลักคือ ทหารขอม หายไปไหนเสียล่ะ
ผมตอบดังๆว่า ขอมในสมัยโน้นที่ทำการแกะสลัก เขาเรียกตัวเองว่า “สยาม” น่ะซิครับ
ไม่งั้น คงไม่มีคำว่า “นี่ไง สยามของเรา” คำว่า “กุก” ผมแปลว่า “ของเรา” ใครไม่เชื่อก็ไม่ว่ากัน
ซึ่งมันสอดรับกับอาการที่ทหารสยามไร้ระเบียบนั่นเอง
ทหารสองเหล่านี้ทำการรบชนะอริราชศัตรู (น่าเป็นพวกแขกจาม) โดยละโว้ส่งกองทหารมาช่วย สยำกุก นั่นเอง เนื่องเพราะเป็นเมืองพี่เมืองน้อง
๕๐๐ ปีต่อมา สยามถูกเขมรปฏิวัิติ นำโดยตระซอกประแอม (พระเจ้าแตงหวาน) คนสวนของพระราชาชัยวรมันที่ ๙ (มีบันทึำกไว้ในพงศาวดารฉบับแรกของเขมรด้วย) จนพระเจ้าอู่ทองนำชาวสยามหนีตายจากนครวัดมาก่อตั้งกรุงศรีอยุธยา นั่นแล
...คนถางทาง (๑๑ มิถุนายน ๒๕๕๕)
อาจารย์คร้าบอันนี้เรียกพรสวรรค์หรือพรแสวง คร้าบ เขียนบทความครบทุกศาสตร์แล้วมั้งนี่
ย้อนรอยถอยหลังไปฟังประวัติศาสตร์ ได้คำแปลกๆมาเรียนรู้
...kamraten... กมรเต็ง ว่า กะมอนเต็ง แต่นานๆไปผมชักเอะใจว่า อ่านว่า กม-ระ-เต็ง ก็ได้...
This reminds me of the word ระเด่น (in the famous ระเด่นลันได) possible from Java. "raten" refers to a member of a noble clan; a prince or a pricess. "raten" may come from "rata" (participle of "ramati" = love).
The prefix "kam" may come from old Sanskrit "kram" (Pali "kama") written in Thai alphabet "กรม" (and read "[โ]กม").
By this line of thinking, kamraten is กำ ระ เด่น = a truely loved/adored person/gentile ที่รัก[แท้]. So "Vrah kamraten an Sri Jaya-sinha-varmma..." is just "highly praising title".
But to bring in Javanese words would open another can of worms ;-)
ฮ่าๆๆๆๆๆ ช่างเหมือนกับ พม่า อ่านคำไทยที่ระนอง
บ้านราชกรูด ชี้ให้พม่าอ่าน พม่าออกเสียงว่า....ราชะกะรูดอ....(เรื่องจริงที่ได้ฟังพม่ามา.....)
good point ครับท่าน sr
ท่าน วอญ่า ๕๕๕ ตะนาวศรี พม่า ว่า ทะนะสิเรียม ประมาณนั้นใช่ไหม
คนถางทางค่ะ...ใช่เลย..เคยมีประสบการณ์ ไม่เข้าใจกับคำนี้ "Tenasserim Mountain Range" เพราะต้องการสืบค้นสภาพทางภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อการเคลืื่อนย้ายถิ่นของสัตว์ในแนวตะวันตกและใต้ของเรา ตามแนวรอยต่อชายแดนไทยกับพม่า ตอนนั้นที่อ่านครั้งแรก ผลจาการสืบค้นด้วย keyword ภาษาอังกฤษ.. ก็เดาไม่ถูกว่าเทือกเขาอะไรน๊า?? แต่เนื่องจากที่เรียนภูมิศาสตร์รู้มาว่าแนวเทือกเขาบริเวณนี้คือ แนวเทือกเขาตะนาวศรี ก็เลยถึงบางอ้อ ว่า เค้าเรียกกันอย่างนั้นนี่่เอง..เดายากกว่า ราชกรูดเป็น "ราชะกะรูดอ"...นะค่ะ..บังวอญ่า...เส้นนั้นรู้จักเพราะอยู่ไม่ไกลจากบ้าน เคยขับรถผ่าน สวยดีด้วยค่ะ จากระนอง เข้ามาทางพะโต๊ะ :-))