การประชุม อจร.น่าน เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๕๕  มีมติให้มีคณะทำงาน อจร.น่านเพื่อดูแลเฉพาะเกี่ยวกับการลำเลียงบนทางหลวงแผ่นดิน สาย ๑๐๘๐ หรือ AH13 ช่วงจังหวัดน่าน  คณะทำงานนี้มีนายอดิศร พิทยายน รอง ผวจ.น่าน เป็นประธาน ประชุมกันครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๕ ช่วงบ่าย ไปมีส่วนรวมกับคณะทำงานในฐานะภาคประชาชน

ที่ประชุมครั้งแรกมีมติจัดประชุมทุกเดือน แน่นอนเดือน มิถุนายน ๒๕๕๕ จะมีการประชุมคณะทำงานฯ   เหตุที่นำมาบันทึกเพื่อเป็นการช่วยจำ และเพื่อแบ่งปันกับเพื่อนผองน้องพี่ว่า  ในยุคปัจจุบัน การขนส่งเปลี่ยนไปจากแต่ก่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  เมื่อมีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังความร้อนลิกไนต์หงสา  มีการสร้างถนนจากเมืองเงิน - เมืองหงสา  เพื่อลำเลียงอุปกรณ์สร้างโรงไฟฟ้า ฯลฯ เป็นผลพ่วงให้ถนนหนทางดี ธุรกิจอื่น ๆ ได้ใช้ถนนไปในคราวเดียวกัน การจราจรทางถนนในช่วงที่ผ่านจังหวัดน่าน  ผ่านชายแดนห้วยโก๋นจึงมีความหนาแน่นกว่าแต่ก่อน

วันศุกร์ ที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๕๕ มีโอกาสขับรถยนต์จาก อ.เมืองน่าน ไป อ.เฉลิมพระเกียรติ เพราะมีธุระที่ตลาดชายแดนห้วยโก๋น  ระหว่างทางได้เห็นขบวนรถยนต์บรรทุกมีเหลืองจำนวนกว่า ๑๐ คัน  ในช่วงโค้งจาก อ.ทุ่งช้างไป อ.เฉลิมพระเกียรติ ได้เห็นความร่วมมือของ HPC กับ สภ.เฉลิมพระเกียรติ ตร.บ้าน และเข้าใจว่า เป็น บ.เอกชนที่ลำเลียงสินค้า ทราบว่า เริ่มวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๕๕  เกิดความร่วมมือช่วยกันอำนวยความสะดวกการจราจร เพราะไม่ให้รถบรรทุกหนักเสียจังหวะในการขึ้นภูเขาสูงที่เรียกว่า โค้งหักศอก ( ที่ผ่านมามีบทเรียนมา รถฯ ติดคราวละหลายชั่วโมงเพราะรถฯ เสียหลัก เกิดอุบัติเหตุ )

เมื่อถึงบริเวณตลาดชายแดนห้วยโก๋น  เห็นรถยนต์บรรทุกจำนวนมากน่าจะกล่าว ๔๐ คัน จอดอยู่บริเวณตลาดชายแดน  ข้อมูลรถยนต์ผ่านทางศุลกากรทุ่งช้างจะเก็บรวบรวมไว้ตามระเบียบกฎหมาย  ได้บอกกับน้อง ๆ ที่ร่วมเดินทางว่า  พื้นที่ จ.น่าน มีการให้ข้อมูลผ่านช่องทางหลายด้านว่า  ต้องการให้ผู้ประกอบการขนส่งเข้มงวดกับคนขับรถยนต์บรรทุกหนักว่า  ต้องไม่ประมาท ต้องมีมารยาท เมื่อเขาขับรถฯ ผ่านพื้นที่ จ.น่าน เพราะไม่อยากให้เิกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บ ล้มตาย ได้รับการตอบรับอย่างดีจาก HPC และหลายบริษัทฯ ที่เกี่ยวข้อง  อย่างไรก็ดี  อะไรที่เกี่ยวข้องกับคนหากไม่สื่อสารกันบ่อย ๆ อาจหย่อนยาน  การประชุมในเดือน มิถุนายน ๒๕๕๕  คงจะมีการนำเสนอข้อมูลเพื่อความเรียบร้อยของสังคม 

                                                                             ๒ มิุถุนายน ๒๕๕๕