ถ้ามีโอกาสปีหน้าจะไปลองอยู่ในบรรยากาศ silent day

ไปบาหลีคราวนี้เกิดความประทับใจบาหลีอยู่ 3 เรื่องด้วยกันคือ


1. คนบาหลีพูดภาษาอังกฤษได้คล่องและมากขึ้น เมื่อเทียบกับ 10 ปีที่แล้ว และเทียบกับภูเก็ตบ้านเรา จะเห็นว่าคนขับรถ คนขายของ คนทำความสะอาด หมอนวด และอื่นๆ พูดได้หมดแม้ว่าจะไม่ชัดมากก็ตาม ถ้าเราไม่ฝึกคนของเราให้รู้จักพูดภาษาอังกฤษให้มากขึ้น เมื่อเข้าสู่ยุคประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน เราจะตามประเทศเพื่อนบ้านไม่ทันแล้วนะ แม้กระทั่งการเรียนการสอนของแพทย์ประจำบ้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูก็พูดภาษาอังกฤษกันแล้ว อาจารย์อาวุโสที่นั่นเป็นคนนำทาง บอกค่อยๆฝึกไปน้ำซึมบ่อทราย แล้วมันจะค่อยๆพัฒนาขึ้นได้้

 

2. ชอบที่รัฐบาลบาหลีไม่อนุญาตให้สร้างตึกสูงเกินกว่าต้นมะพร้าว เขารักษาสภาพแวดล้อมได้ดีจริงๆ

 

3. ได้ฟังเรื่อง Silent day หรือ nyepi จากไกด์ท่องเที่ยวแล้วอยากไปอยู่บรรยากาศแบบนั้นจริงๆสักครั้ง เพราะในวันนั้นทุกคนบนเกาะจะหยุดทำงาน ปิดวาจา พักผ่อนกายใจ งดรับประทานอาหารเป็นเวลา 24 ชั่วโมง สนามบินก็ปิด ปิดไฟทั้งเกาะ กลางคืนน่าจะเห็นดวงดาวได้ชัดเจนทีเดียว น่าจะได้ยินเสียงธรรมชาติอาทิเช่น เสียงลม เสียงคลื่น จิ้งหรีด นกร้อง และที่สำคัญเสียงลมหายใจของตัวเองได้อย่างชัดเจนมากขึ้น เป็นความเชื่อที่ว่าการปฏิบัติตนใน silent day แบบนี้จะช่วยขจัดสิ่งชั่วร้ายออกจากเกาะ แต่ที่แน่ๆและเห็นได้ชัดอย่างน้อยการปิดไฟบนเกาะ 24 ชั่วโมงก็ช่วยลดโลกร้อนได้มากโข นี่จึงเป็นที่มาของการรณรงค์ให้ปิดไฟ 1 ชั่วโมงพร้อมกันทั่วโลก ปีละหน วัน nyepi นี้จะตรงกับวันทางจันทรคติของบาหลีช่วงประมาณมีนาคมหรือเมษายนของทุกปี ถ้ามีโอกาสปีหน้าจะไปลองอยู่ในบรรยากาศ silent day