ปกติใบแทรกน้ำยา (leaflet) มักจะติดมาคู่กับน้ำยาเสมอ แต่มาวันนี้ผมแกะกล่อง proteinase K แล้วหาใบแทรกไม่เจอ เนื่องจากเคยแกะกล่องเจ้าน้ำยาตัวนี้ แล้วเอาใบแทรกน้ำยาออกไปอ่าน แล้วไม่รู้เอาไปลืมไว้ที่ไหน กว่าจะค้นเจอก็ต้องรื้อหาดูในป่างู บนโต๊ะทำงานอยู่นานโขเชียว เมื่อเจอแล้ว ก็เลยต้องขอบันทึกเรื่องราวที่จำเป็นไว้ เผื่อว่าหลายๆคน ที่มีปัญหาจะได้ใช้ประโยชน์ด้วย

     วิธีการเตรียม proteinase K buffer เจ้านี่มีสูตรให้เตรียมหลายสูตรครับ หากใช้ของ invitrogen ในใบแทรกน้ำยาจะมีสูตรให้เตรียม 2 สูตร ดังนี้ครับ

     สูตรแรก  

    10 mM Tris HCl, pH 7.5, 20 mM Calcium chloride, 50% glycerol เก็บไว้ที่ -20 C  สูตรนี้ ช่วยให้เก็บ proteinase K ไว้ที่ -20 C ได้โดยไม่มีปัญหาเรื่อง การเกิดตะกอนครับ

     สูตรที่สอง

     50 mM Tris HCl, pH 8.0, 5 mM Calcium acetate เก็บที่ 4 C สูตรนี้หากเก็บไว้ที่ 4 C นานเกินไป อาจเกิด bacterial contamination ในน้ำยาได้ครับ

     Working concentration 

     อาจมีได้หลากหลายครับ แต่ที่ผมใช้อยู่ที่หน่วยนิติเวชศาสตร์และพิษวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นี้ ผมใช้ความเข้มข้น 20 mg/ml สำหรับในขวดบรรจุ 100 mg ก็เติมด้วย buffer 5 ml แล้วแบ่งใส่หลอดพลาสติกหลอดละ 1 ml เก็บไว้ที่ -20 C ได้เลยครับ เวลาใช้งานก็นำออกมาละลาย แล้วเก็บไว้ที่ 4 C จนกว่าจะใช้หมดครับ

ข้อน่าสังเกตุ ที่ควรรู้

     1. อุณหภูมิที่เหมาะสมของเอ็นไซม์ proteinase K หากเป็นของยี่ห้อ invitrogen จะใช้ที่อุณหภูมิ 65 C แต่ของบางยี่ห้อ จะใช้ที่อุณหภูมิ 56 C ดังนั้นจึงควรตรวจสอบกับใบแทรกน้ำยาของแต่ละบริษัทก่อนที่จะใช้งานจริง

     2. Ca2+ ที่เติมลงไป proteinase K buffer นั้น จะทำหน้าที่เป็น stabilizer เพื่อยับยั้งปฏิกิริยา autolysis ของเอ็นไซม์ proteinase K 

     3. autolysis ของเอ็นไซม์ มักเกิดขึ้นใน pH ที่เป็นด่าง อย่างไรก็ตาม เอ็นไซม์ตัวนี้มักไม่ถูกยับยั้งการทำงาน (inactivate) อย่างสมบูรณ์จากการเกิด autolysis ชิ้นส่วนบางส่วนของเอ็นไซม์นี้จะยังคงมีความสามารถในการย่อยโปรตีนได้ แม้ว่าจะเกิด autolysis ก็ตาม