สองสามวันมานี้เป็นหวัดงอมแงม เริ่มจากน้ำมูกไหลก็คิดว่า แพ้อากาศตามปกติ แต่ตามมาด้วยอาการแสบคอมาก ก็เด็ดใบฟ้าทะลายโจรมากินตามสูตรที่เคยทำเสมอ ปรากฎว่าอาการเจ็บคอทุเลาแต่ น้ำมูกไหล และจามไม่หายไป และเป็นเวลาที่เผอิญตรงกับช่วงวันนั้นของเดือนพอดี เสียเลือดค่อนข้างมาก รู้สึกร่างกายอ่อนเพลีย อาการแย่ลงถึงขนาดที่หายใจเข้าออกก็เหนื่อยมาก รู้สึกหายใจไม่ทัน และเริ่มมีอาการคันคอมาก ไอจนเหนื่อย ตามมาด้วยน้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้มข้น แสดงว่าตอนนี้น่าจะถึงขั้นแบคทีเรียโจมตีแล้ว หลังจากที่ไวรัสหวัดเล่นงานเราในช่วงแรก 

พอถึงขั้นนี้แล้วก็เริ่มคิดว่า รอเวลาไม่ได้แล้ว เพราะถ้าเขาไม่อยู่แค่ทางเดินหายใจส่วนบน แต่ลงไปที่ปอด เพราะรู้สึกได้จากการหายใจที่หนักและเหนื่อย คงจะแย่แน่ๆ ก็เลยถึงเวลาไปพบคุณหมอหูคอจมูก ได้ยาฆ่าเชื้อมาสมใจ รวมทั้งยาบรรเทาอาการต่างๆ ซึ่งทำใจแล้วว่า ถ้าอยากทำงานให้ได้เหมือนปกติก็ต้องกินยาพวกนี้แล้วล่ะ ก็จัดการกินยาสามสี่อย่างทันที ภายในมื้อที่สามของการกินยา อาการทั้งหลายทั้งปวงที่ทรมานมาสามสี่วันก็อันตรธานหายไปหมดเลย 

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้คนทั้งหลายไม่คิดจะพึ่งพายาวิทยาศาสตร์กันได้อย่างไรนะคะ สำหรับตัวเองก็ต้องรู้สึกขอบคุณยาวิทยาศาสตร์เหล่านี้ ซึ่งผ่านการศึกษาค้นคิดกว่าจะออกมาเป็นเม็ดๆที่กินแสนง่ายเหล่านี้ แต่ก็ยังคงเชื่อมั่นในวิถีธรรมชาติอยู่อย่างเหนียวแน่น รู้สึกว่าเราพลาดไปที่ไม่ได้รักษาร่างกายให้แข็งแรงตามปกติ ย่อหย่อนการออกกำลังกายไปในช่วงหลังๆ เพราะจัดภาระกิจไม่ลงตัว จะพยายามจัดการใหม่ รู้สึกเลยว่าเมื่อชีวิตเสียสมดุลของการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน เราก็จะไม่แข็งแรงพอที่จะสู้กับโรคภัยแม้เพียงเล็กน้อย 

เขียนบันทึกนี้เพื่อเตือนตัวเอง และฝากถึงกัลยาณมิตรทุกท่านให้รักษาสมดุลชีวิตให้ดีๆนะคะ เพราะพอป่วยแล้วจะรู้ว่า อะไรๆในชีวิตก็ไม่สำคัญเท่ากับสุขภาพที่แข็งแรง ทรัพย์สมบัติและหัวสมองจะทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าขาดร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง