ผมได้คิดค้นอิสระเรื่องการปลูกผักแบบยกแคร่ไว้นานไม่น้อยกว่าสิบปีเห็นจะได้ (จำได้ว่าได้เขียนบอกไว้ที่ไหนสักแห่งด้วย สงสัย OK Nation บ้านเก่า)
วันนี้ไปสืบค้นดู เห็นมีคนทำกันแล้ว ได้กำไรดีเสียด้วย เช่น ตามลิงก์นี้
http://www.komchadluek.net/detail/20101103/78065/78065.html
อ้าวคิดเหมือนกันเลย คือเอาท่อ PVC มาทำเป็นแปลงผัก เพียงแต่ว่าตามรูปนี้ยังมีข้อปรับปรุงได้อีกมาก เช่น ท่อที่วางนั้นไม่ควรทำเป็นหลั่นสูงต่ำแบบนั้น แต่ควรทำเป็นระนาบเดียวกันมากกว่า สูงระดับอกเท่ากันหมด เพราะจะทำให้ไม่ต้องก้มหลังเวลาทำหญ้าหรือตัดผัก (เหนื่อยน้อยลง) นอกจากนี้การทำเป็นหลั่นแบบหันหน้าเข้าหากันแบบนี้ ยังทำให้ผักทั้งสองฝั่งรับแดดไม่เท่ากัน อัตราการโตก็จะไม่เท่ากัน (หลักการตะวันอ้อมข้าว)
ในภาพพอมองเห็นวิธีการให้น้ำคือให้ที่ริมแคร่ด้านหนึ่งเท่านั้น ประหยัดแรงงานได้มาก เพราะไม่ต้องรดน้ำทั้งแปลง ซึ่งหลักการนี้ตรงกับที่ผมคิดไว้ เพียงแต่วิธีในรูปนี้ยังมีข้อด้อยบางประการคือ 1) รดน้ำที่ผิวดิน 2) แคร่หัวท้ายมีความราบเสมอกัน (สูงจากพื้นเท่ากัน) ส่วนวิธีของผมที่คิดไว้คือ
1) แคร่ด้านหัว (ที่ทำการรดน้ำ.... แบบหยด) จะสูงกว่าแคร่ด้านท้าย ทำมุมประมาณ 1 องศา หรือมากน้อยกว่านี้ ซึ่งต้องทำการวิจัยหามุมเอียงที่ดีที่สุด
2) ควรกรุพื้นแคร่ด้วยกรวดหยาบละเอียดตามแต่การวิจัย หาขนาดเม็ดกรวดที่ดีที่สุด (เพื่อประโยชน์ในการไหลของน้ำ)
3) หยดน้ำลงที่พื้นกรวด ที่ด้านหัวแคร่
หลักการทำงานของวิธีนี้คือ น้ำจะไหลช้าๆ ผ่านม่านกรวด จากหัวแคร่สู่ท้ายแคร่ ตามความเอียงของแคร่ จะเกิดการอั้นของน้ำจนเปียกเต็มชั้นกรวด ซึ่งดินจะดูดซับน้ำจากกรวดได้อีกต่อ ทำแบบนี้จะเกิดการสูญเสียน้ำน้อยมาก เพราะไม่มีการระเหยทิ้งไปแบบการให้น้ำที่ผิวดิน อีกทั้งความชื้นหัวแคร่ ท้ายแคร่จะสม่ำเสมอ ทำให้ผักโตเร็วเท่ากัน อีกทั้งจะเป็นการทำให้ผักแข็งแรง เพราะรากจะหยั่งลึกลงมาใต้ดินเพื่อมาหาน้ำ รากไม่ลอยอยู่ผิวดินแบบการรดน้ำผิวดิน
ถ้าไม่โรยกรวด ผมเกรงว่าดินด้านหัวแคร่จะดูดซับน้ำไปหมด ทำให้ท้ายแคร่ไม่ค่อยได้รับน้ำ แต่ถ้าโรยกรวด แล้วอาจให้กรวดด้านหัวหยาบกว่ากรวดด้านหาง (ต้องทำวิจัย) จะทำให้ได้รับน้ำเท่ากันตลอดแนว ผนวกกับความเอียงของแคร่เข้าไปด้วย ...วิทยาลัยเกษตรท้องถิ่นน่าเอาไปลองทำดูนะครับ
สารอาหารสำหรับพืช ไม่ว่าชีวหรือเคมีเราสามารถผสมกับน้ำแล้วหยดรดที่หัวแคร่ได้เลย วิธีการแบบนี้ดีกว่าวิธีไฮโดรโปนิก เพราะยังเป็นธรรมชาติมากกว่า ยังปลูกบนดิน ไม่ใช่ในน้ำ ซึ่งการปลูกในน้ำนั้นผมว่าจะทำให้พืชเขาเครียด (หนาว) ความเครียดจะส่งผลร้ายตามมาอีกมาก แบบที่เราคิดไม่ถึง (เช่นอาจหลั่งสารแปลกๆ มาำทำให้คนกินเป็นมะเร็งเป็นต้น แต่แหม..วันนี้เขาเห่อกันจัง ทำยังกะประเทศไทยมันหาดินยากเหลือเกิน)
วิธียกแคร่แบบนี้จะเหนื่อยน้อยมาก เพราะไม่ต้องรดน้ำด้วยมือ และรดจุดเดียว ทำให้ประหยัดงบลงทุน การขจัดหญ้าก็ไม่ต้องก้ม หญ้าก็มีน้อยลงกว่าปกติมาก เพราะไม่ค่อยมีพื้นที่ว่างให้หญ้าขึ้น
อย่าลืมด้วยว่า ถ้าปลูกแบบเสมอกัน (ไม่ทำเป็นหลั่น) พื้นที่ใต้แคร่ก็ทำประโยชน์ได้อีก เช่น ปลูกพืชที่ชอบแดดรำไร หรือ เลี้ยงกระต่าย เป็นต้น เศษหญ้า เศษผัก ก็เอาไปเป็นอาหารกระต่ายได้
...คนถางทาง (๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๕)
เจ๋ง... ผมเอาไปทำแน่ ได้ผลอย่่างไรจะมาบอกอีกที
ดีครับท่านมันอ้น เอาใจช่วย มีอะไรปรึกษากันได้ครับ ผมชอบคิด แต่ไม่มีเวลาทำ เกิดมาพึ่งกันครับ
ลืมบอกไปด้วยครับว่า วิธีนี้ทำให้ประหยัดน้ำได้มาก เพราะไม่มีการระเหยน้ำทิ้งแบบการรดที่ผิวดิน ไม่ว่าจะรดแบบธรรมดา หรือ แบบหยดก็ตามที ซึ่งทำให้ลดต้นทุนเรื่องการหาแหล่งน้ำได้มาก ขุดสระเล็กๆเีพียงสระเดียว มีน้ำพอปลูกผักได้มากกว่าเดิม 10 เท่า
สำหรับรองพื้นนั้นนอกจากรวดแล้ว อาจมีสารอินทรียอื่นๆ เช่น ฟางป่น กาบมะพร้าวป่น ฯลฯ โรยทับด้านบน ซึ่งพวกนี้จะค่อยๆ สลายตัวอย่างช้าๆ กลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์ให้ผักได้กินตลอดช่วงอายุเขา (ล่อรากให้แทงลึกอีกด้วย)
เพื่อความง่ายในการขึ้นแปลงใหม่ อาจกั้นชั้นกรวดกับชั้นสารอินทรีย์ด้วยมุ้งลวด พอจะขึ้นแปลงใหม่ก็เิริกดินออก โรยสารอินทรีย์ลงไป แล้วกลบดิน โดยไม่ต้องกระทบกับชั้นกรวด เพราะมีมุ้งลวดกั้นไว้