ที่ว่ากันว่าผู้ชายที่เป็นโรคหยั่งว่ามักแพ้สาเก ก็อาจเป็นเพราะว่าสาเกมีธาตุอาหารสูง กินเข้าไปแล้วไปบำรุงเชื้อโรคได้ดีก็เกิดการเจริญเติบโตทำให้อักเสบมากกว่าปกติก็เป็นได้

ต้นสาเกเคยเห็นไหมครับ เป็นต้นไม้ใบใหญ่ทรงพุ่มกว้าง สาเกต้นหนึ่งจะออกลูกปีละประมาณ 200 ลูก ลูกหนึ่งน่าจะหนักประมาณ 1 กก.  เนื้อสาเกเป็นแป้งชั้นดีมีความเหนียวนุ่ม คนไทยเรานิยมใช้ทำขนม แต่ตามหมู่เกาะทะลใต้เขากินเป็นอาหารหลัก (แทนข้าว)

 

ลองมาคำนวณดูนะครับ ถ้าปลูก 5x5 เมตร ต้นละ 200 โล หนึ่งไร่จะได้  12.8 ตัน  ในขณะที่ปลูกข้าวได้ไร่ละ 0.4 ตัน (เฉลี่ยประเทศไทย) ดังนั้นถ้าเราปรับนิสัยเราให้มากินสาเกแทนข้าว เราจะลดพื้นที่ทำนาจาก 60 ล้านไร่ มาเหลือเพียง  1.875 ล้านไร่เท่านั้นเอง  ที่เหลือเอาไปปลูกป่าไม้เศรษฐกิจอื่นดีไหม เช่น ขนุน ที่ได้ไร่ละ 160 ตัน

 

อย่างน้อยที่สุดผมเสนอว่ารัฐควรศึกษาเรื่องนี้แล้วแบ่งเนื้อที่สัก 2 ล้านไร่ (จาก 60 ล้านไร่) ปลูกสาเกเล่นๆ ไว้เป็นหลักประกันชีวิต  ยามข้าวยากหมากแพง (แต่สาเกถูก) ก็ยังกินสาเกกันตายได้ (ยกเว้นพวกเป็นโรคหยั่งว่า ตามคติไทยโบราณ) 

 

ที่ว่ากันว่าผู้ชายที่เป็นโรคหยั่งว่ามักแพ้สาเก ก็อาจเป็นเพราะว่าสาเกมีธาตุอาหารสูง กินเข้าไปแล้วไปบำรุงเชื้อโรคได้ดีก็เกิดการเจริญเติบโตทำให้อักเสบมากกว่าปกติก็เป็นได้

 

บางท่านอาจคิดว่าเรากินข้าวมาเป็นพันปีจะให้เปลี่ยนไปกินสาเกคงยาก แต่ผมว่าไม่ยาก ขนาดเปลี่ยนมากินหนมปัง ซูชิ ก๋วยเตี๋ยว ก็ไม่เห็นว่ายากอะไร ชอบกันเสียอีก  พวกฝรั่งเอง เมื่อก่อนกินมันฝรั่งเป็นที่ไหน เพิ่งมาหัดกินเมื่อร้อยกว่าปีนี่เอง ยิ่งมันฝรั่งบดยิ่งไปกันใหญ่ (mashed potato)

 

ผมว่าถ้าเอาสาเกมาหั่นเป็นท่อนๆ แล้วปิ้ง น่าอร่อยเหมือนกันนะครับ   หรือถ้าจริตยังติดอยู่ในเมล็ดข้าว ก็เอาสาเกมาอัดเป็นเม็ดก็ได้ แบบเม็ดยา

 

...คนถางทาง (๒๗ พค. ๒๕๕๕)