พุทธสาวกภาษิตา......กลั่นกรองจากความรู้น้อยนิดทางพุทธศาสนา..และความรู้สึกเห็นคุณค่าความงดงามของภาษาไทย

อธิษฐานจิต และเขียนจากปัญญาที่เกิดจากการรู้กาย ใจ หมั่นมีสติ ปฏิบัติสมาธิ ฟังสัทธรรมจาก พระผู้เมตตา ปาวารณาว่า เป็นพุทธสาวกผู้มั่น  และวาระนี้  ขออาจเอื้อมพจนาไว้เตือนใจตัวเอง และสัตตานังทั้งหลายผู้ร่วม เกิดแก่ เจ็บตาย ร่วมสังสารวัฏที่ยาวไกลมาด้วยกัน  ส่วนใหญ่แต่งเพือต่อกลอน กันในเวป Thaipoem   .....กลั่นกรอง รวบรวมจากความรู้น้อยนิดทางพุทธศาสนา..และความรู้สึกเห็นคุณค่าความงดงามของภาษาไทย มาเป็น 

                              "พุทธสาวกภาษิตา"

               ล่วงบรรพ์  แรงบุญ ด้วยรอยบาท
    @แรกพบสบพักตรพาตาประสาน
ยินเพลงหวานลาวคำหอมพร้อมสู่ฝัน
รักระริกระเรื่อเร้าเคล้าแสงจันทร์
โอ้สวรรค์จัดสรรมาให้ข้าเคียง
กรุ่นกลิ่นมณฑารพกะทบรื่น
นาสิกชื่นโสตแว่วเพราะไพเราะเสียง
เอ่ออ้อนคำรักพร้อมเป็นคู่เรียง
เพลงสิ้นเสียงเพลงภวังค์ช่างปวดใจ
สรรคำพร่ำเรียงเพียงถ้อยเทพ
ทิ้งรอยเจ็บเหน็บหนาวร้าวเพียงไหน
วนกรรมก่อเกลียวซ้ำคำสาปใคร
สาบานใดสัญญาดลมนต์เพรงพรหม

  @ย้อนปางบรรพ์ทัณฑ์โทษามารุมเร้า
ล่อหลอกเราร้อนตัญหาพาอุ้มสม
แลพลันพรากกระชากมานให้ซานซม
เหนี่ยวรักล้มล่มสลายปลายเหมันต์
อันบุพเพพาพลาดสู่ชาติภพ
สานประสบด้วยแรงบุญหนุนกระสันต์
แต่กรรมแรงแซงหน้าพาโทษทัณฑ์
ทุกข์โศกศัลย์เลือดน้ำตาคั่งคาใจ
กี่แสนกัปล์วนว่ายในสังสาร
อีกกี่ล้านวัฎฎะ อสงไขย
อวิชชาพามืดบอดทอดอาลัย
โซ่สังโยชน์ร้อยรัดไว้ให้อับจน
ยังลืมหลงยึดขันธ์ห้าเป็นที่ตั้ง
อนิจังอนัตตาข้าไม่สน
ยิ่งเวียนว่ายตายเกิดยิ่งทุกข์ทน
จุติวน ดิรัจฉาน มารวิชา
ด้วยรอยบาทสัพพัญญูผู้รู้แจ้ง
ทรงเปล่งแสงธรรมส่องมองปัญหา
ให้ตื่นรู้ เบิกบาน ญาณ ปัญญา
วิปัสสนา ดูกาย จิตพิจจารณ์ธรรม

  @คงล่วงบรรพ์แรงบุญด้วยรอยบาท
โลกนาถพุทธองค์ทรงอุปถัมภ์
มั่นศิล ทาน ภาวนา เท่าทันกรรม
ปรมัตถ์ธรรมนำสุขานิพพานัง


..........................................
..................................

        พร้องสรรคำร่ำจำเรียงเพียงถ้อยเทพ
บ่มรอยเจ็บเหน็บหนาวราวอสงไขย
วนกรรมก่อเกลียวซ้ำคำสาปใคร    
สาบานใดสัญญาดลมนต์เพรงพรหม
ย้อนปางบรรพ์ทัณฑ์โทษามารุมเร้า
ล่อหลอกเราพบพักตร์ผ่านปานอุ้มสม
แลพลันพรากกระชากมานให้ซานซม
เหนี่ยวรักล้มล่มสลายปลายเหมันต์

.....................................................................................

      @อัปสราจำวันพรากจากแดนสรวง

ยามเมื่อดวงจิตตรึกรำลึกหวล

กาลล่วงผ่านพันปีฟ้าข้าคร่ำครวญ

บาดาลปรวนสวรรค์แปรแดเดือดปราณ

ด้วยโลกีย์เพรียกหาพาอุบัติ

สังสารวัฏเวียนวกภพสังขาร

มาครองรักครองกายครองวิญญาณ

ตกวิมานย้อนสัญญา... เยี่ยงสามัญ

.............................................................................................

แม้น(เลือก)
เกิดได้ก็คงเกิดเป็นดอกพุด                    
บริสุทธิ์ขาวแจ่ม ไม่แซมสี
ร้อยมาลัยคล้องบ่าว-สาวเข้าพิธี
คล้องชีวี สองดวงใจให้รักกัน
อยากเกิดเป็นดอกบัวที่ในสระ
ค่าคู่ควรหิ้งพระบูชาท่าน
พานประดับมาลัยดอกมะลิวัลย์                        
โชยหอมกรุ่นทุกวันไม่เคยจาง
 

(แต่ชาตินี้)
....บุญได้แค่ดอกกระถินที่ริมรั้ว       หม่นหมองมัวเค้าเด็ดกิ่งแล้วทิ้งขว้าง
แค่ดอกหญ้าแย้มยิ้มอยู่ริมทาง        ช่างเคว้งคว้างใครใครไม่ไยดี

................................................................................................

                      ก่อนเคยรักรักมลายสลายจิต
ก่อนเคยคิดคิดฝันไฝ่ไม่เหมือนฝัน
ก่อนเคยหวังหวังมอบใจให้แก่กัน
แต่ก่อนฉันโง่งมตรมเพราะใคร
    เจ็บซ้ำๆซ้ำที่ใจให้ชาด้าน
ทุกข์ซ้ำๆทุกข์จนต้านทานไม่ไหว
เศร้าซ้ำๆเศร้าแสนช้ำระกำใจ
โง่กระไรโง่แสนครั้งยังโง่งม
    เจ็บ ทุกข์ เศร้า โง่พามาจนตรอก
มองไม่เห็นทางออกที่เหมาะสม
เป็นสวะลอยตามน้ำลอยตามลม
โลกทับถม ชนนินทา ว่าเป็นควาย
พอสร่างทุกข์ พบธรรมเด่นเห็นตรงหน้า   
ได้ปัญญา “เกิด” “ดับ”ตลอดสาย
ทุกข์มีไว้ให้นั่งดูสบายสบาย
เอาใส่กายแบกไว้ไยให้อับจน
สุข ทุกข์เกิดเดี๋ยวเดียวเดี๋ยวก็ดับ
แล้วสลับ วนมาใหม่ให้สับสน
วิ่งไล่ตาม ยึดถือมั่น นั่นแหละคน  
ปัญญาชนขั้นอริยะ “เลิก” “ละ” “วาง”

.....................................................................................

          รักดั่งพยับแดดกลางทะเลทราย

ทะเลทรายพยับแดดแผดผ่าวร้อน
สร้างภาพหลอนเปลี่ยนรูปทรายซ่อนให้หลง
คลื่นพายุโถมพัดทรายเปลี่ยนรูปทรง
ให้เรางง หลงกลกาม ทะเลทราย
ตัณหาโหมโถมกิเลสเพิ่มตัณหา
โลภโกรธหลงตามมาพร้อมสหาย
ทั้งโมหะ โทสา ท้า อบาย
ต้อง เกิด –ตาย อีกกี่ครั้งทั้งกัปล์กาล
เพียงละอองครรลองมหาบุรุษ
คงสิ้นสุด ชาติ ภพ จบสังสาร(วัฏ)
คลื่นพระธรรมแผ่คุ้มป้องผองภัยมาร
แสงนิพพานส่องทาบอาบแสงธรรม

 ................................................................................

หากผิดฉันทลักษณ์ขอภัย...หวังในความเมตตา ช่วยทักท้วง สอนสั่งค่ะ