การทดลองให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องเกิดจากการวางแผนที่ดี การใช้อุปกรณ์อย่างถูกต้องเหมาะสม และการใช้สารเคมีได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

       ในการนำว่าที่เด็กๆชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ เข้าสู่ห้องเรียนเคมีในคาบถัดมา ครูนกได้ใช้การทดลองเกี่ยวกับ "ปฏิกิริยาเคมีระหว่างลวดแมกนีเซียมกับสารละลายกรดไฮโดรคลอริก" เป็นกรอบในการดำเนินเนื้อหาสาระที่ต้องการชี้นำให้นักเรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ
        ๑.  การวางแผนการทดลองหลังจากที่ได้อ่านคู่มือการทดลอง
        ๒.  การใช้เครื่องมือในการตวง  การวัด และการจับเวลา
        ๓.  การเก็บข้อมูลรวมถึงหน่วยของปริมาณสิ่งที่เราต้องการวัดให้เลือกใช้อย่างเหมาะสม
        ๔.  การเก็บล้างอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและสิ่งแวดล้อม
 

        จะบรรลุเป้าหมายเหล่านี้ครูนกเริ่มจาก
         ขั้นแรก นำเด็กสู่วิธีการ Talk Lab คือมาสรุปขั้นตอนการทดลองอย่างเป็นระบบด้วยภาพ และคำสำคัญเพื่อให้เกิดความมั่นใจโดยครูนกเป็นผู้จดบันทึกบนกระดานประกอบการพูดคุยสอบถามความเข้าใจในขั้นตอนการทดลอง


         ขั้นสอง  นำเด็กๆเตรียมการบันทึกผลการทดลองและปรับความรู้พื้นฐานในเรื่องของหน่วยปริมาณสิ่งที่จะวัด เนื่องจากเด็กๆ ยังมีส่วนที่คลาดเคลื่อนทางมโนทัศน์เช่น การเขียนหน่วยย่อด้วยภาษาไทย (ที่ถูกต้องหากจะย่อต้องใช้ภาษาอังกฤษ) และการบันทึกด้วยหน่วยเดียวกันเช่นจับเวลาเป็นวินาที แต่เมื่อนานไปนาฬิกาจะรายงานเป็นนาที นักเรียนต้องสังเกตแล้วปรับเป็นนาที สิ่งเหล่านี้ครูสอนวิทยาศาสตร์ต้องชี้ชวนให้นักเรียนคิดและสังเกตเพราะเด็กๆบางคนยังมองไม่เห็นความสำคัญ

          ขั้นสาม  การทำงานเป็นทีมเนื่องจากในกลุ่มมีสมาชิกหลายคนต้องแบ่งงานกันเช่น มีเพื่อนขัดลวดแมกนีเซียม มีเพื่อนไปตวงสารละลาย มีเพื่อนนำบีกเกอร์ไปใส่น้ำ มีคนเตรียมนาฬิกาจับเวลา และมีคนเตรียมการบันทึกข้อมูล ซึ่งต้องพยายามชี้ชวนให้นักเรียนมองงานเหล่านี้ให้ชัดเจนว่าดำเนินไปพร้อมๆกันได้ แต่ต้องช่วยกัน

         ขั้นสี่  การดูแลและรักษาโต๊ะการทดลองให้เหมาะต่อการทำงาน จะพบว่านักเรียนจะมีเป้ มีหนังสือ มีกล่องดินสอ อะไรมากมายวางบนโต๊ะแล้วทำให้ทำงานไม่สะดวก  ครูนกเลยชวนคิดว่า ห้องนี้เป็นห้องเคมีโต๊ะแต่ละโต๊ะผ่านการใช้งานมากมายเกี่ยวกับสารเคมี บางครั้งเรามองว่า โต๊ะสีขาวสะอาดแต่เมื่อวางพักแขน วางสิ่งของอาจจะเสียหายได้เพราะอาจจะมีเพื่อนทำสารเคมีหกแล้วทำความสะอาดไม่ทั่วถึง ดังนั้้นจึงเน้นให้จัดระเบียบสิ่งของ และการดูแลความสะอาดเพื่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่น
          ขั้นสุดท้าย หลังจากทดลองเสร็จครูนกแนะเรื่องการล้างอุปกรณ์ และการเทสารว่าสิ่งใดควรทำอย่างไร  และสารเคมีใดที่ไม่ควรทิ้งลงอ่างน้ำ และการเก็บสารเคมีบางชนิดมาใช้ใหม่ได้อีกก็ทำได้  
          สิ่งที่นักเรียนได้คือ ทักษะการทำการทดลองที่ถูกต้อง ทำให้ลดปัญหาการใช้สารเคมีมากเกินความจำเป็น และลดปัญหาการทดลองที่ผิดพลาด  ที่สำคัญสิ่งที่นักเรียนได้ลงมือทำเองเป็นประสบการณ์ตรงที่จะเป็นความรู้ที่คงทน ที่สำคัญทำงานเป็นทีมเป็น (ลดปัญหานักเรียนวาดหรือขีดเขียนบนโต๊ะก็น่าจะได้เพราะทุกๆคนมีหน้าที่)
           หลังจากนี้ครูนกก็ต้องนำเด็กๆนำผลการทดลองที่ได้ไปทำสารสนเทศที่เหมาะสมต่อการรายงานผลการทดลอง