ชีวิตของเรา "ไม่มีอะไรแน่นอน" สักอย่าง มีเพียงร่างกายและจิตใจเท่านนั้น ที่พอจะเข้าข้างตัวเองได้ว่าเป็นสมบัติที่เรามีอยู่เราจึงควรใช้กายและใจนี้ ให้ดำเนินไปอย่างรู้คุณค่า

      "ขงจื้อ" เป็นนักแรชญ์ที่ชอบเดินทางเพื่อไปสอนผู้คนให้เข้าใจชีวิต  ด้วยหลักคุณธรรมที่เป็นไปเพื่อความถูกต้องดีงาม  การเดินทางไกลและบ่อยครั้ง ถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับขงจื้อเพราะท่านถือเป็นการแสวงหาความรู้  และทำหน้าที่ถ่ายทอดสรรพวิชาที่ตัวเองมี

       มีอยู่ครั้งหนึ่ง  ในขณะที่เดินทางผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่งขงจื้อได้เห็นชายชราสูงวัยคนหนึ่ง  มีใขหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา  ขณะเดียวกันก็ดีดพิณและร้องเพลงไปด้วย  ดูอิริยาบถไหนของชายชราก็สัมผัสได้ว่า  ผู้เฒ่าท่านนี้ช่างมีความสุขเสียจริง  เมื่อขงจื้อเห็นเช่นนั้นก็หยุดเพื่อสนทนากับชายผู้ผ่านโลกมานานโดยถามไถ่ขึ้นว่า

       "ขออภัยท่านผู้เฒ่า  ข้าขอสนทนากับท่านหน่อยจะได้ไหม?"

       "ได้สิท่าน  ไม่เห็นว่าจะเป็นธุระที่หนักหนาอะไร"

       "ท่านมีอายุเท่าไหร่แล้ว?"  ขงจื้อถามด้วยถ้อยคำและกิริยาที่สุภาพ

       "90 ปี เห็นจะได้"

       "ในสายตาของข้า  มองว่าท่านช่างเป็นคนที่ดูมีความสุขเหลือเกิน  แม้จะมีอายุมากแล้ว  แต่ดูความเบิกบานไม่ได้ร่วงโรยไปกับกาลเวลาที่ผ่านไปเลยแม้แต่น้อย  ข้าอยากทราบว่าท่านมีวิธีการใช้ชีวิตอย่างไรจึงดูผ่องใสยิ่งนัก"

       เมื่อผู้เฒ่าได้รับทรายความสงสัยของท่านขงจื้อ  จึงมองมาที่เจ้าของคำถามอย่างเพ่งพินิจ  แล้วจึงตอบคำถามนั้นด้วยใบหน้าที่เบิกบานว่า

       "ข้าเองก็ไม่ได้มีเทคนิคพิเศษอะไรมากมายนักหรอก  ข้ามีเพียงวิธีคิดในการดูแลชีวิตของตัวเอง  4  ข้อ เท่านั้นคือ
       ข้อที่ 1  มีคนบอกว่าการเกิดเป็นมนุษย์ คือความโชคดีในเมื่อข้าเกิดเป็นมนุษย์แล้ว  จึงมีความยินดีว่าตัวเองก็เป็นคนที่โชคดีในการเกิดมาในครั้งนี้
       ข้อที่ 2  มีคนบอกว่า  การเกิดมาเป็นผู้ชาย  คือความโชคดีเพราะอย่างน้อยก็ไม่ต้องดูแลร่างกายตัวเองมาก หรือยุ่งยากเหมือนผู้หญิง  ในเมื่อข้าเองก็เกิดมาเป็นผู้ชายเช่นเขาว่า  ข้าจึงมีความยินดีว่าตัวเองก็เป็นคนที่โชคดีเช่นกัน
       ข้อที่ 3  มีคนบอกว่า  คนเราเกิดมาล้วนต้องตาย มีทั้งตายในขณะที่อายุยังน้อย  วัยกลางคน  กระทั่งแก่เฒ่าตายไป ในเมื่อข้ามีอายุมาถึง 90 ปี  โดยที่ยังไม่ถูกความตายมาพลัดพรากไปข้าจึงยินดีว่าตัวเองช่างเป็นคนที่โชคดีเหลือเกิน  ที่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึง 90 ปี
       ข้อที่ 4  มีคนบอกว่า  การมีชีวติที่เป็นอยู่อย่างปกติ  มีร่างกายที่แข็งแรง  มีจิตที่เบิกบาน  ไม่ถูกความโลภ  โกรธ  หลง  เล่นงาน  ถือว่าเป็นคนโชคดี  ข้าจึงมีความยินดีว่าตัวเองมีชีวติมาจนถึงปัจจุบัน  มีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย  แม้ไม่ร่ำรวยนัก  แต่ก็รู้สึกว่าความโลภ  ความโกรธ  ความหลง  ไม่สามารถบีบคั้นให้ต้องทำตามมันได้  ข้าจึงยินดีว่าชีวิตของข้าช่างโชคดีเหลือเกิน"

       เมื่อขงจื้อได้ฟังท่านพ่อเฒ่ากล่าวเช่นนี้  ก็สัมผัสได้ว่าผู้เฒ่าได้เข้าถึงสัจธรรมของชีวิตอย่างถ่องแท้  จึงถามพ่อเฒ่าต่อไปอีกว่า

       "เหตุใดท่านจึงมีวิธีคิดเช่นนี้ได้?"

       พ่อเฒ่าผู้เดินทางฝ่านกาลเวลามานาน  จึงกล่าวอย่างคนที่รู้เท่าทันความจริงของชีวิตว่า

       "ข้าคิอยู่เสมอว่า  ชีวิตของเราไม่มีอะไรแน่นอนสักอย่างมีเพียงร่างกายและจิตใจเท่านนั้น  ที่พอจะเข้าข้างตัวเองได้ว่าเป็นสมบัติที่เรามีอยู่  เราจึงควรใช้กานและใจนี้  ให้ดำเนินไปอย่างรู้คุณค่า  ด้วยการฝึกฝนให้มันเป็นไปในทางที่ดีและถูกต้องแล้วชีวิตจิตใจที่เรามีอยู่นี้  ก็จะคอยดูแลตัวเราให้มีความเป็นอยู่อย่างเรียบงาน  แต่ไม่ใช้ความมักง่าน  เพราะความสุขของคนเรานั้น  แท้จริงแล้วก็เริ่มที่จิตใจของเราเอง  เมื่อเราเข้าใจสิ่งที่อยู่ใกล้ๆ ตัว  ทุกอย่งที่เกิดขึ้นมาทีหลัง  ก็จะไม่ใช้เรื่องยุ่งยากแต่อย่างใด"