* ผมคิดว่าจะเป็นตอนสุดท้ายเสียแล้ว ภาพถ่ายหมดแล้ว. ตั้งใจจะกลับไปนำเรื่องงานถาวรมาลงต่อ.ใกล้อวสานแล้ว. บังเอิญตากล้องจำเป็นหนีก๊าซระเบิดกลับจากมาบตาพุด จึงได้รับความช่วยเหลือและสามารถดำเนินการต่อได้อีกหน่อย สบายใจทั้งผู้อ่านและผู้ดำเนินการ.

พระราชอาคันตุกะจากราชอาณาจักรนอร์เวย์.
นายตำรวจเกียรติยศประจำพระองค์
เจ้าชาย โฮกุ้น มกุฎราชกุมาร
และเจ้าหญิง เมดเด มาริด มกุฏราชกุมารี แห่งนอร์เวย์.
พันตำรวจเอก อภิชาติ สุริบุญญา
ร้อยตำรวจตรีหยิง ฉันสินี ไชยรักษ์
พันตำรวจโทหญิง ณัฐิรา สุวัฒนกร.
พระองค์ตรัสถามผมอยู่เสมอว่า ปฏิบัติหน้าที่ผ่านมาเรียบร้อยดีหรือไม่ ตรัสขอบใจที่ถวายงานให้ ซึ่งเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นความภาคภูมิใจ เป็นเกียรติทั้งต่อตนเองและวงค์ตระกูลอย่างสูงสุด.

พระราชอาคันตุกะจากราชอาณาจักรเบลเยี่ยม.
นายตำรวจเกียรติยศประจำพระองค์
เจ้าชาย ฟิลิปป์ มกุฎราชกุมาร
และเจ้าหญิงมาธิลด์ มกุฏราชกุมารี แห่งเบลเยี่ยม.
พันตำรวจเอก พิทยา ศิริรักษ์
ร้อยตำรวจเอกหญิง นัทธมน วงค์ทรายทอง.
เมื่อทั้งสองพระองค์เสด็จฯ ถึงโรงแรมที่ประทับ เจ้าฟ้าชายฟิลิปป์มีพระราชประสงค์จะเสด็จพระราชดำเนินรอบๆบริเวณโรงแรม โดยมีรับสั่งเมื่อเห็นผมยืนรออยู่หน้าห้องที่ประทับว่า “ ไม่ต้องเป็นห่วง แค่ลงไปเดินเล่น ไม่ต้องมีตำรวจตามหรอก ” และก่อนที่พระองค์จะเข้าห้องบรรทมทรงยื่นพระหัตถ์ให้ผมสัมผัสพร้อมทั้งกล่าวคำขอบคุณ และแสดงความเป็นกันเองอย่างไม่ถือพระองค์ ผมภูมิใจที่ได้ทำหน้าที่นี้ และคงเป็นครั้งเดียวในชีวิต.

พระราชอาคันตุกะจากสหรัฐอาหรับอิมิเหรตส์.
นายตำรวจเกียรติยศประจำพระองค์
เชคโมฮัมเมด บิน ไชอิด อัลนะห์ยัน
มกุฎราชกุมารแห่งอาบูดาบี สหรัฐอาหรับอิมิเหรตส์.
พันตำรวจเอก สัญชัย สุนทรบุระ.
การเสด็จส่วนพระองค์จะมีรับสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามไม่ต้องแต่งเครื่องแบบ และมีผู้ติดตามน้อยที่สุด ขณะที่ผมส่งเสด็จที่หน้าห้องที่ประทับโรงแรม พระองค์ทรงยิ้มให้และตรัสขอบคุณ ทำให้ผมรู้สึกปลาบปลื้มใจเป็นอันมาก ในวันที่พระองค์จะเสด็จฯกลับ ได้พระราชทานของขวัญที่ระลึกให้และโปรดเกล้าให้ทีมงานร่วมฉายพระรูปเป็นที่ระลึกด้วย ซึ่งนับเป็นความภาคภูมิใจที่ได้ร่วมปฎิบัติภารกิจนี้.

พระราชอาคันตุกะจากสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือ.
นายตำรวจเกียรติยศประจำพระองค์
เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก
สหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่ และไอร์แลนด์เหนือ.
พันตำรวจเอก เขมรินทร์ หัสศิริ
พันตำรวจเอก ชาตรี ไพศาลศิลป์.
พระองค์ทรงเป็นห่วงผู้ที่ถวายงานพระองค์เสมอ จะตรัสขอบคุณทุกครั้งและทรงอนุญาตให้ผู้ถวายงานร่วมฉายพระรูป ณ ห้องที่ประทับ หลังจากนั้นมีพระดำรัสขอบคุณผู้ถวายงานที่ได้ถวายงานเป็นอย่างดี และตรัสว่าพระองค์เสด็จฯไปหลายประเทศในโลก ไม่เคยทอดพระเนตรการจัดการพิธีการ การอารักขา การอำนวยความสะดวกการจราจร และพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่และเรียบร้อยดีเช่นนี้มาก่อน.

พระราชอาคันตุกะจาก รัฐสุลต่านโอมาน.
นายตำรวจเกียรติยศประจำพระองค์
เจ้าชายชัยยิด ซีฮาบ บิน ตาริก ตัยมูร อัล - ซาอิด
แห่งรัฐสุลต่านโอมาน .
พันตำรวจเอก อิทธิพงษ์ พัฒนานุพงษ์.
เมื่อทอดพระเนตรเห็นประชาชนจำนวนมากใส่เสื้อเหลืองรอรับเสด็จ และเฝ้าชมพระบารมีพระประมุขแต่ละพระองค์ทั้งสองฝั่งถนนอย่างหนาแน่นเต็มไปหมดพร้อมทั้งร้องถวายพระพร “ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ” ตลอดเส้นทาง ทำให้พระองค์มีรับสั่งให้เปิดไฟและลดกระจกลง แล้วโบกพระหัตถ์ทักทายประชาชน พร้อมกับทรงยิ้มอย่างมีความสุขให้ประชาชนทั้งสองข้างทาง ตลอดเส้นทางที่มีประชาชนรอรับเสด็จ ผมรู้สึกปลื้มปิติกับเหตุการณ์นั้นเป็นอย่างยิ่ง.
* ที่ผ่านมาผมได้นำช่วง “ ประทับไว้ในความทรงจำ ” จากหนังสือดีที่น่าอ่านชื่อ “ ผุ้พิทักษ์รักษ์ราชัน” ลงให้ท่านได้อ่านกันแล้ว พร้อมกับคำบอกเล่าประสบการณ์ถวายการอารักขา จากแต่ละท่านที่ทำหน้าที่แทนพี่น้องชาวไทยได้อย่างสมบูรณ์..
ครั้งหนึ่งในชีวิตของตำรวจแต่ละนาย ที่มีโอกาสได้ร่วมปฏิบัติภารกิจอันยิ่งใหญ่ ไม่เพียงสร้างความภาคภูมิใจในตำแหน่งหน้าที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์ด้านต่างๆ รวมถึงได้รับความประทับใจที่จักต้องจดจารึกไว้ในความทรงจำไปตลอดชีวิต ทั้งนี้เพราะการปฏิบัติงานอารักขาที่ต้องอาศัยกำลังพลเป็นจำนวนมาก ย่อมไม่ง่ายนักที่จะควบคุมการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่มีปัญหา แต่ด้วยความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และจิตใจที่มุ่งมั่นเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี จึงนำมาซึ่งผลของงานที่น่าพึงพอใจ ยิ่งไปกว่านั้นการได้ถวายการอารักขาพระราชอาคันตุกะจากแต่ละประเทศ ก็ยังทำให้ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ พร้อมทั้งได้รับพระราชไมตรีที่ทุกพระองค์พระราชทานและประทานให้อย่างเต็มพระทัย
ตำรวจผู้มีหน้าที่ในส่วนการถวายความปลอดภัย โดยเฉพาะ “ นายตำรวจเกียรติยศ” ซึ่งทำหน้าที่เป็น “ ราชองครักษ์ประจำพระองค์ ” ในการติดตามพระราชอาคันตุกะของแต่ละประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ทรงประทับอยู่ในประเทศไทยนั้น เรียกได้ว่าทำหน้าที่ตั้งแต่การถวายความปลอดภัย อำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ถวายพระเกียรติจนกระทั่งการถวายงานตามพระราชประสงค์ โดยตำรวจทุกนายต่างตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมาย ไม่ว่าจะอยู่ตรงส่วนใดของการปฏิบัติงาน ก็มุ่งมั่นตั้งใจให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปตามขั้นตอนอย่างเรียบร้อยสมบูรณ์
แม้ว่าช่วงเวลาแห่งการปฏิบัติภารกิจเพียงไม่กี่วันนั้น จะผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ทว่าสิ่งที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำและประทับอยู่ในใจของตำรวจแต่ละนาย ก็ไม่ได้เลือนหายไปตามเวลา เหตุการณ์แห่งความประทับใจครั้งนั้น ยังสามารถถ่ายทอดออกมาสู่คนรอบข้างได้อย่างไม่รู้จบ ด้วยมโนภาพที่ยังคงแจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ พร้อมเผยให้ประชาชนชาวไทยได้รับรู้และร่วมสัมผัสส่วนเสี้ยวแห่งความภาคภูมิใจ ในภารกิจครั้งนี้ของนายตำรวจเกียรติยศและผู้ถวายความปลอดภัย แด่พระราชอาคันตุกะในการเสด็จฯเยือนเมืองไทย เพื่อเข้าร่วมถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบรอบ ๖๐ ปี.
* ท่านใดอ่านมาถึงบรรทัดนี้ อย่างน้อยน่าจะได้แสดงความภาคภูมิใจไปกับบรรดา "นายตำรวจเกียรติยศ" ที่ทำหน้าที่แทนประชาชนชาวไทยในโอกาสสำคัญที่ผ่านมา นอกจากจะเป็นการภูมิใจในคณะทำงานชุดนั้นแล้ว เชื่อไหมว่าผู้เขียนยังภูมิใจตัวเองที่ได้นำเรื่อง "ผู้พิทักษ์รักษ์ราชัน" ลงในบล๊อคเพื่อให้ท่านได้อ่าน และภูมิใจไปกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย.