อัคคีภัยเกิดขึ้นได้ทุกเวลา จงอย่าประมาท ควรศึกษาหาวิธีป้องกัน และเรียนรู้ปฏิบัติตน เมื่อเกิดเพลิงไหม้ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิต และ ทรัพย์สิน...

วันศุกร์ที่ 4 พ.ค. 2555

กำหนดให้เป็นวันซ้อมดับเพลิง หนีไฟ

วิทยากรรับเชิญคือ
คุณครรธาชิษฐ์  อัครบวรวงศ์  จากบริษัท APEX

ช่วงเช้าเป็นการบรรยาย โดยวิทยากรจะเล่าเรื่องจริงจากประสบการณ์ที่ได้ประสบพบเจอหรือได้เรียนรู้จากภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นภัยใหญ่ๆ ที่เคยเกิดขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อนำมาเป็นกรณีศึกษาสำหรับพวกเราให้ตระหนักถึงความสำคัญของการซ้อมดับเพลิงหนีไฟ  สิ่งที่ท่านย้ำบ่อยๆ คือ ต้องมี "สติ" ค่ะ

 เรื่องเล่าที่ ๑   คือ  เหตุการณ์ไฟไหม้ที่อาจเกิดขึ้นในห้างสรรสินค้า (เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เราหรือคนในครอบครัวชอบไปมากที่สุดและเป็นที่ที่คนมากที่สุด ดังนั้นเวลาไปห้าง สิ่งสำคัญที่จะไม่ลืมคือ สังเกตว่าป้ายหนีไฟและทางออกหนีไฟอยู่ตรงไหนบ้าง?? 
ต่อมาก็คอยฟังประกาศให้ดีว่าทางห้างฯ ประกาศอะไรออกมา ส่วนใหญ่ถ้าเกิดเหตุการณ์เพลิงไหม้ มักจะไม่มีการประกาศตรงๆ แต่จะประกาศให้ทราบประมาณว่า

"แขกท่านผู้มีเกียรติโปรดทราบ  ขณะนี้เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นที่ชั้น 3  เพื่อความปลอดภัยของท่าน ขอให้อพยพออกไป จะมีเจ้าหน้าที่นำทางออกให้ท่าน” 

หากท่านได้ยินเสียงประกาศนี้ก็จง(อย่าช้า) ขอให้ทุกท่านพร้อมหนีเลยค่ะ....

เรื่องเล่าที่ 2  การพูดคุยโทรศัพท์ขณะขับรถ  ซึ่งใน VDO ที่ท่านเปิดให้ดู น่ากลัวมาก 

สัจธรรมข้อหนึ่งที่เราต้องรู้คือเวลาที่เกิดเหตุ จะมีทั้งคนตายและคนรอด 

เราอยากเป็นคนตาย หรือคนรอด??? 

ถ้าอยากรอดอันดับแรกก็ต้องมี "สติ" ค่ะ 

ต่อมาก็จอดรถแล้วคุยให้เสร็จ ค่อยขับไปต่อค่ะ 

และอีกกรณีที่น่ากลัวไม่แพ้กันคือ การโทรศัพท์ขณะอยู่ในปั๊มน้ำมัน  ตอนที่กดปุ่มโทรศัพท์แล้วตัวคนกระเด็นไกลมาก  เรียกว่าไม่กล้ารับสายหรือใช้โทรศัพท์ขณะเติมน้ำมันเลยทีเดียวค่ะ 

 

ในเวลาเกิดเพลิงไหม้ เราไม่ควรขึ้นอาคารสูง หรือ ดาดฟ้าเด็ดขาด เพราะธรรมชาติของควันมักจะลอยขึ้นที่สูง ดังนั้น รีบลงจากอาคารโดยเร็วและถอยให้ห่างจะอาคารที่เป็นกระจกให้มากที่สุด  ห้ามใช้ลิฟท์  และให้ออกทางหนีไฟเท่านั้น

ถ้าออกไม่ได้ให้อยู่ในห้อง ปิดประตูไม่ให้ควันเข้าไป แล้วโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือ  หากเริ่มมีอากาศในห้องน้อย ให้หาน้ำหรือ บิดสปริงเกอร์ที่เพดานให้เกิดละอองน้ำ เพิ่มออกซิเจนให้มากขึ้น โบกผ้าให้สัญลักษณ์ขอความช่วยเหลือ  และสิ่งสุดท้ายที่ต้องมีคือ กำลังใจ ค่ะ 

น้ำมัน เป็นของเหลว มีการดูดซับ แห้งแล้วก็ยังติดไฟ แต่

แก๊ส ไม่ดูดซับไว้ แห้งแล้วระเหยไป ไม่ติดไฟ 

   

การเกิดไฟไหม้ (Triangle  Fire)  มี 3 องค์ประกอบได้แก่

  เชื้อเพลิง

  1. อากาศ (ออกซิเจน)

  2. ความร้อน

 เมื่อสามอย่างรวมตัวกันเกิดสมดุล หนุนเนื่องเกิดลุกไหม้ได้

  

เรื่องเล่าที่ 3  การบูร  ที่หลายท่านนำไปวางไว้ในรถ  ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้ เพราะการบูรคุณสมบัติเป็นเชื้อเพลิง เมื่อเกิดความร้อน  และมีอากาศเมื่อไหร่  ก็พร้อมจะติดไฟได้เช่นกัน มีตัวอย่างรถที่เกิดไฟไหม้ในรถเพราะสารการบูรอยู่หลายคัน

 คำถามจากวิทยากร...เราวัดค่าของออกซิเจนได้จากที่ไหน ใครทราบบ้าง????

 

คำตอบคือ  จากมหาสมุทรค่ะ (สูง 1 ฟุต ไม่เกิน 1 เมตร จากระดับน้ำทะเลนะคะ)

เวลาเกิดเหตุ  เราต้องไม่ตกใจ เพราะจะทำให้ใจเต้นแรง ออกซิเจนก็จะน้อยลง

โรคสี่พี่น้อง(ความดัน เบาหวาน หัวใจ หืดหอบ)ก็จะเข้ามาเยือนทันที

วิทยากรนำภาพเหตุการณ์ที่ ซนติก้าผับ และ ที่ต่างประเทศ มาให้ดู ภาพเหตุการณ์ของคนที่ “สติแตก” ฟังวิทยากรบรรยายแล้วสยองค่ะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนหนีตายน่าสลดหดหู่ที่สุด  เห็นที่ลืมตาน่ะก็ไม่ได้แปลว่ารอด แต่แปลว่าตายแล้ว  สยองดีแท้ค่ะ

ท่านว่า คนเรา มี “กรรม” ค่ะ  ทำผิดศีลห้า  และ ยังบอกอีกด้วยว่า ศีลข้อที่ร้ายแรงที่สุดก็คือศีลข้อที่ห้าค่ะ เพราะเป็นข้อที่ก่อให้เกิดการผิดศีลในข้ออื่นๆ ที่เหลือได้ทั้งนั้น

 เรื่องเล่าที่ 4  ไฟไหม้รถ จะทำยังไง

รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ไฟลุกไหม้ก็เพราะว่าใช้น้ำมันไวไฟ 

 

 พฤติกรรมของไฟ จะเริ่มจาก
     -  มีกลิ่น (เราต้องหาที่มาของกลิ่นให้เจอ)

     -  มีควัน(หาต้นตอของควันให้เจอ) 

     -  ความร้อน/แสง/เสียง (เรียกว่าเป็นการลุกไหม้สมบูรณ์) แล้วค่ะ

ดังนั้น สิ่งต่อมาที่เราต้องรู้คือ อาคารที่เราอยู่
มีเครื่องดับเพลิงอะไร อยู่ที่ไหนบ้าง??

 คำคืนนี้ขอจบเรื่องเล่าแค่นี้ก่อนนะคะ 

ไว้กลับมาเล่าต่อว่ารถไฟไหม้เราจะทำอย่างไร??? นะคะ

 คืนนี้..นอนหลับฝันดีนะคะ....

 

                                             *^_^*

ChAdAiNg 

5-5-55