กาลเวลาที่ผันผ่านกับฤดู"ใจ"ที่แตกต่าง(ไปจากเดิม) ...อาจเพราะต้นไม้ที่สูงใหญ่พลอยทำให้ใจมองเห็นได้กว้างไกลไปกว่าเดิมที่เคยเป็นมา...

 

     ฉัตรมงคล-พืชมงคลของทุกปีข้าพเจ้าถือเป็นวันที่ดีพร้อมสำหรับการเพาะพืชพันธุ์อาหารพันธุ์ต้นไม้ใบหญ้าโดยเฉพาะผักหวานป่าคือช่วงเวลาดีๆ (ชีวิตใหม่"ฤดูรัก"ที่กำลังจะงอกเงยมาพร้อมกับสายฝน).

 

     ก่อนที่ฝนจะมาถึงก็ต้องพบด่านความร้อนอบอ้าวของฤดูร้อนก่อนฝน ดูท่าปีนี้ทั่วไทยไม่น้อยหน้ากันเลยกับอากาศร้อนๆ.

 

     อากาศร้อนช่วงนี้ส่งผลให้เด็กๆสุนัข5ตัว(ตาดำ แพนด้า สนูปปี้ เตี้ยหวาน ดังดำ)ป่วยกันระงมพร้อมๆกัน วันนี้เจ้าตาดำทนไม่ไหวไปก่อนเพื่อนซะแล้ว).

 

    ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นคือธรรมชาติ-ธรรมะ(ยาขนานเอก) ที่ช่วยปรับสภาพกายและใจของคนเราให้หยุดนิ่งทบทวนสิ่งต่างๆ(อนิจจัง) อดีต-ปัจจุบัน-อนาคต ก่อนที่จะก้าวเดินต่อไป"เพื่ออะไร วางสิ่งใด"

 

     ช่วงนี้กำลังรีบเร่งกับการนำเมล็ดสุกของผักหวานป่าลงดินให้ทันกับกรอบเวลาที่ผักหวานป่าเป็นผู้กำหนด(10วันนับจากเด็ดลงจากต้น) นั่งล้างเมล็ดผักหวานป่าไปทบทวนพิจารณาไป ทำให้ใจคิดย้อนไปถึงโซนพื้นที่ของสวน"แปลงมะขามข้างคลอง" ที่เปลี่ยนแปลงรูปภาพต้นไม้ในแปลงมาหลายภาพกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ก็เลยนำเรื่องราวของสวนกับโซน"แปลงมะขามหวานข้างคลอง"มาฝากทุกๆท่านในวันนี้

 

1.

 

        

2.

3.ภาพที่1-3เป็นสภาพเดิมของแปลงมะขามหวานข้างคลอง(พ.ศ.2540) ที่ผ่านการทดลองปลูกผักหวานป่ากับโคนต้มะขามและตามช่องว่างระหว่างแถวภายใต้ร่มเงา(แนวคิดให้ได้ประโยชน์หลายๆอย่างไปพร้อมๆกัน)

 

 

4.มุมแปลงที่อยู่ติดกับตัวบ้าน(ตรงข้ามกับแปลงเนินมะกรูด)

 

 

5.

6.จากพื้นที่เตียนโลงใต้ร่มมะขามกลายเป็นป่าผสมผสาน

 

 

7.หนึ่งพืชที่อดทนและชอบหินคือจันทร์ผา(จันทร์ได)

 

 

8.จากเชิงเดี่ยวสู่ "วนเกษตร-เกษตรผสมผสาน"

 

 

9.ภายใต้ร่มเงาตะขบ(โคนต้นไม้ต่างๆ)เต็มไปด้วยผักหวานป่า คาดว่าอีก2-3ปีข้างหน้าคงจะเห็นสีเขียวๆของผักหวานทั่วทั้งแปลงอย่างชัดเจนกว่านี้

 

 

10.ท่ามกลางอากาศร้อนๆยังมีสีเขียวให้เย็นไว้ๆๆ

 

 

11.บางจุดบางมุมก็มีพืชผัก(พริก กระเพรา)และผักหวานป่าคละเคล้ากัน

 

 

12.เป็นมุมที่ให้คิดกับตัวเองทุกครั้งที่ได้มอง...เสาเล็กๆที่อยู่ติดโคนมะขามคือแนวเขตคลองชลประทาน กับก๊อกน้ำประปาที่ใช้เปิดรดน้ำต้นไม้(ประโยชน์ตน "ผักหวานกับน้ำที่ต้องเปิดรด" ประโยชน์ท่านและประโยชน์อย่างยิ่งในภายภาคหน้า"กรรมสิทธิ์-ทำเพื่อละฝากไว้กับแผ่นดิน")

 

     จากเดิมที่ข้าพเจ้าเองเคยคิดและรังเลสงสัยกับใจตัวเอง(อัตตา)ในการลงทุนลงแรงในพื้นที่"ดิน"แนวเขตสาธารณสมบัติ เพราะมัวคิดแต่เรื่องทำไปสูญเปล่า(ไม่ใช่สิทธิ์ของเรา)การมองเพียงตัวเองทำให้สายตาสั้นหัวใจคับแคบจริงๆ...

 

     แต่เมื่อความเป็นจริงกับพื้นที่เรียบๆเช่นนี้ในสวนหายากเหลือเกินอีกอย่างแนวเขตหลวงแต่ให้สิทธิ์ในการใช้ประโยชน์กับการปลูกต้นไม้ทำการเกษตรได้ในทุกๆคน ทำให้ใจกลับมุมคิด(คิดได้-ได้คิด)หากมัวนึกถึงแต่เพราะที่หลวงไม่ใช่ของเราก็เลยไม่เกิดประโยชน์ใดๆในผืนดินหากกลัวแต่การคืนสิทธิ์ก็คงไม่ต้องทำอะไรนั่งมองให้เวลาผ่านไปเสียเปล่าช่างไร้ค่า...

 

     แต่วันนี้เมื่อผ่านวันเวลา(15ปี)ของการลงใจลงแรงในพื้นดินจุดนี้กับเกิดความผูกพันธุ์กับแมกไม้สีเขียวๆที่อยู่ในแปลงแต่หัวใจกลับมองข้ามไปในสิ่งที่เคยคิด(ยึดติด)"ไม่มีใครนำติดตัวไปได้เลยซักคน" บันทึกวันนี้อาจไม่มีสีสันเท่าที่ควร อาจเพราะอยู่ในช่างปรับจิตใจให้อยู่กับผักหวานป่าให้มากกว่าสิ่งอื่นๆ...

 

เสร็จสิ้นจากภารกิจฤดูผักหวานป่าประจำปีคงมีภาพและเรื่องราวมากมายมาฝากไว้กับที่นี่ให้ทุกท่านได้ชม **ขอบพระคุณและสวัสดีค่ะ**