ขั้นตอนการบล็อกหลัง
ผู้ป่วย : ต้องงดน้ำและอาหารอย่างน้อย ๖ ชม.(เหมือนการผ่าตัดทั่วไป) จะได้รับการให้น้ำเกลือก่อนบล็อคอย่างน้อย ๕๐๐ ซีซี เพื่อป้องกันภาวะช็อค (เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อย เนื่องจากหลังได้รับยาชาเส้นเลือดจะขยาย) ขณะบล็อกผู้ป่วยจะต้องนอนตะแคงซ้าย งอเข่าทั้งสองข้างชิดหน้าอก ใช้มือกอดเข่าไว้ ก้มคอชิดอกให้มากที่สุด โก่งหลังมากๆ เพื่อให้ช่องระหว่างกระดูกสันหลังกว้างขึ้น ซึ้งจะง่ายต่อการแทงเข็มฉีดยาชา หลังฉีดยาชาให้นอนหงาย และจะเริ่มชาลงไปที่เท้า (บางครั้งอาจใช้วิธีนั่งและก้มลงมากๆ) แพทย์จะทำการทดสอบระดับการชาโดยใช้เข็มหรืออะไรก็ได้ แตะสัมผัส ๒ ตำแหน่งเปรียบเทียบกัน คือจิ้มที่แขน "ถามว่า.. รู้สึกไหม" จิ้มที่เอว "ถามว่า.. รู้สึกไหม" ไล่ระดับตำแหน่งที่จะชาลงไปเรื่อยๆ จนกว่าจะชาตั้งแต่เองลงไป จึงจะเริ่มทำผ่าตัดซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกตัวตลอดเวลา
แพทย์ (วิสัญญีแพทย์
หรือแพทย์ผ่าตัด) : จะฉีดยาชา (Lidocaine)
เล็กน้อยบริเวณหลังตำ (เพื่อไม่ให้เจ็บเวลาแทงเข็ม)
แหน่งกระดูกสันหลัง Lumbar 3-4
หลังจากนั้นจะใช้เข็มเฉพาะสำหรับบล็อกหลังเบอร์ ๒๕-๒๗
(ปัจจุบันใช้เข็มที่มีขนาดเล็กที่สุด
เพื่อป้องกันน้ำไขสันหลังไหลออกมาตามรู้เข็ม
ถ้าออกมามากจะส่งผลให้เกิดอาการปวดศีรษะ) แทงเข้าไปที่ตำแหน่งดังกล่าว
ค่อยแทงเข้าไปจนรู้สึกว่าเข้าไปในช่องไขสันหลังแล้ว ถอนเข็มด้านในออก
และรอจนกว่าจะเห็นน้ำไขสันหลังไหลออกมา แสดงว่าเข้าตำแหน่งถูกต้อง
จะดูดยาชาจาก amp ยา (0.5%Heavy Marcaine)
และฉีดเข้าไปในเข็มที่แทงไว้
ปริมาณของยาชาขึ้นอยู่กับว่าต้องการให้ชาที่ระดับไหน
วิสัญญีพยาบาล :
เตรียมอุปกรณ์เจาะหลัง, วัดความดันโลหิตทุก ๑-๒ นาทีหลังฉีดยาชา
ต่อมาทุก ๕ นาที, เฝ้าผู้ป่วยตลอดเวลาผ่าตัด,
บันทึกสัญญาณชีพ

ภาวะแทรกซ้อน : ขณะผ่าตัดอาจมีอาการแน่นหน้าอกหายใจไม่อิ่ม (เนื่องจากระดับการชาสูงเกินไป), คลื่นไส้ อาเจียน, หลังทำอาจปวดหลัง, ปวดศีรษะมากขณะลุกนั่ง ถ้านอนราบอาการปวดจะลดลง
ที่รพ.สูงเนิน
ศัลยแพทย์ไม่ทำ Spinal block เพราะยุ่งยาก พอนานๆ ทำ จึงทำไม่ได้
(Fail block) ต้องแทงเข็มหลายครั้ง
ส่วนใหญ่จึงต้องเป็นหน้าที่ของวิสัญญีพยาบาล ที่ต้องดมยาสลบแทน
ก็แล้วแต่ว่าจะเป็น General Anesthesia c Endotrachial tube หรือ
Total Intravenous Ansethesia ในรอบสามปีที่ผ่านมา ไม่มีการทำ Spinal
block เลยค่ะ
และผู้ป่วยส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบไม่นิยมวิธีนี้เช่นกัน
เพราะไม่อยากรู้สึกตัวขณะทำผ่าตัด
กลัว กลัว
กลัว
ขอสลบแล้วตื่นทีเดียวเมื่อเสร็จแล้วดีกว่า แต่ให้ดี ขอไม่ใช้บริการเลยทั้งสองแบบดีกว่าคะ
เรื่องแบบนี้..
ไม่เข้าใครออกใครนะจ๊ะ "kaaom"
ส่วนใหญ่ คนที่เคย.. จะมีครั้งที่สอง.. (ป่าวแช่งนะ)
มีหลายคนที่เคยบล็อกหลัง บ่นปวดหลังๆทำบล็อก และยังปวดต่อมาเรื่อยๆค่ะ มันเกี่ยวกันรึป่าวคะ แต่ก็มีหลายคนผ่าตัดคลอดด้วยวิธีนี้ มันดีตรงที่จะได้เห็นหน้าลูกทันที เหมือนการคลอดปกติ (เค้าบอกมายังงั้นค่ะ)
ทั้งดมยาสลบ และบล็อกหลัง มีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกันไป
ต้องเลือกเอา..ตามสภาพของผู้ป่วยและชนิดของการผ่าตัดค่ะ
ไม่มีอะไรร้อยเปอร์เซ็นต์
ถ้าต้องใช้บริการก็ขอแบบวางยานะคะ เพราะมีคนบอกว่าAnestรพ.สูงเนินวางยานิ่มมากๆ
ขอบคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจค่ะ
คุณ "umi"
คุณ "ทิมดาบ" 
สวัสดีค่ะ ได้ความรู้มากขึ้น ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ
เราให้ผู้ป่วยเลือก.. แบบมีเกณฑ์นะคะ
ถ้าไม่ได้ ก็คงไม่ได้เลือก.. มันมีทั้งข้อดี-ข้อเสีย
ขอบคุณที่แวะมาอ่านค่ะ "คุณถาวร"
ถึงวันนี้.. อิจฉารพ.ระดับเดียวกันจังเลยค่ะ
ที่มีผ่าตัดและได้ใช้วิธี "บล็อกหลัง" เยอะ
ที่สูงเนิน.. ไม่มี Case spinal block มาเกือบ 2 ปีแล้ว
ตอนผ่าตัดไส่ติ่ง เราทั้งบล็อกหลังทั้งดมยา ตอนแรกเราขอดมยาอย่างเดียวแต่หมอไม่ให้
ผลสุดท้าย 3 ปี ละ ขายังไม่หายชาเลย
เรีบยคุณ Tey
ปกติเราจะให้ข้อมูลกับคนไข้ถึงข้อดี-ข้อเสียของการ Block หลังและดมยาสลบ..
แล้วให้คนไข้เลือก และยินยอมรับบริการค่ะ..
ขอแนะนำให้ไปตรวจดูให้แน่ว่า ไอ้ที่ชาขาเกิดจากอะไร
ส่วนใหญ่ไม่ค่อยเจออาการชายาวนานขนาดนั้นนะคะ
เพิ่งผ่าไส้ติ่งมาไม่กี่วันนี้เลยค่ะ หมอบล๊อคหลัง ตอนผ่าไม่รุ้สึกเจ็บจริง แต่หลังผ่า ทรมานสุุดๆ เมื่อยมาก เหมือนขาขาดเลยค่ะ รอ4 ชม.เหมือน 4 วันเลยค่ะ แล้วแต่คนอ่ะนะค่ะ
คุยเมย์ ค๊ะ ไม่ทราบว่าบล็อค หลังเจ็บมากไหมอะค๊ะ
ผมหนัก110 อ้วน เมื่อกลางปี55ที่ผ่านมา ผมผ่าฝีคัณสูตรที่ปากรูทวารด้านใน ตอนนั้นผมไม่กลัวเรื่องบล๊อคหลังเลย แต่พอเอาเข้าจริงผมโก่งหลังไม่ดีมั้ง หมอหญิง(เหมือนหมอฝึก)มาบล๊อคหลังให้จิ้มไป10กว่าที จี๊ดๆๆเจ็บแปลบมากๆครับแถมผมก็เหงื่อแตกผลั่กๆ กว่าจะได้บล๊อคหลังจนมีท่านอาจารย์คนนึงผู้ชายแก่เหมือนอาจารย์มาบล๊อคให้ผมทิ่มทีเดียวไม่เจ็บเลยครับ (ผมดีใจมาก)ความชาเริ่มมาเยือนผมเริ่มจับน่องขาตัวเองไม่รู้สึกแล้วจากนั้นหมอก็ผลิกตัวผมไปนอนอีกเปลนึง ทำการผ่าอ้ารูทวารผมรู้สึกได้กึกกักๆแถวๆตูดแต่ไม่เจ็บเลยครับ^^ก็ชาไปหมด รู้แต่ว่าเสียเลือดเยอะแหงๆหมอผ่าแค่10นาทีเสร็จ(แต่ใช้เวลาบล๊อคหลังผม30นาที) พอหลังผ่าเสร็จก็ไปนอนรอพักฟื้นครั้งนอกทีนี้แหละอาการปวดฉี่เริ่มมาเยือน โอยอยากเล่าอ่ะแต่เรื่องมันยาวววว.. เอาเป็นว่าการบล๊อคหลังไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิดแต่สำหรับผมนั้นน่ากลัวเพราะผมตัวอ้วนโก่งหลังยากเลยเจ็บตัว แต่ผลที่ตามมาคือหลังคุณจะเสีย.. ต้องขอบคุณหมอต้น รพ.ทร. มากๆเลยครับ ทุกวันนี้หายปลิดทิ้งแต่ก็ต้องกินผักผลไม้ บ่อยๆงดของดองและเหล้า(หมอบอกเบียร์ทานได้ไม่ห้าม) ^^
ปล. เร็วๆนี้ผมว่าผมจะต้องโดนผ่าอีก(มั้ง) หลังจากที่ผมปวดอัณฑะ แล้วหมอคลำเจอก้อนๆ อาทิตหน้าหมอนัดซาวเอ๊กซเรย์(ผมละกลัวจริงๆ) เพราะมันผ่าอัณฑะง่ะแงงงงงง กลัวๆๆ ขออย่าให้ไม่ผ่าก็พอแย๊ว T_T สรุปการบล๊อคหลังถ้าเจอหมอดีดีก็ไม่เจ็บครับ แต่ถ้าเจ็บก็เจ็บจี๊ดเดียว...
เรียนคุณอาตองคุง.. ขอให้คิดว่าเราได้บุญที่ช่วยให้หมอใหม่ๆเก่งขึ้นนะคะ แต่โดยทั่วไปเรายอมให้แทงหลังไม่เกิน 3 ครั้งต้องเปลี่ยนมือค่ะ
หมอที่ รพ.สิงห์บุรี แจ้งว่าแผลที่ขาติดเชื้อ ( แผลลึกแระมาณ 1 นิ้ว) ต้องทำการผ่าเปิดปากแผลเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ ซึ่งหมอได้ทำการบล็อกหลังคนไข้ อยากสอบถามว่สการทำแผลลึก 1 นิ้ว จำเป็นต้องบล็อกหลังเลยเหรอคะ
เรียนคุณสิตานันท์
การ Block หลังช่วยให้ชา 2-3 ชม. (แล้วแต่ยาที่ใช้) แพทย์อาจต้องการทำแผลให้สะอาดที่สุดค่ะ แลัะหงัผลลดอาการปวดหลังทำ มีบ่อยครั้งไปค่ะที่ Block หลัง เพื่อการตกแต่ง ทำความสะอาดบาดแผล
คือผมเอ็นหัวเข่าและหมอนรองกระดูกฉีกขาดหมอบอกอาจจะบล๊อคหลังแล้วผ่าตัด กลัวจัง TT
เพิ่งผ่าตัดขาโดยใช้วิธีบล๊อกหลัง รู้สึกทรมานตรงมันเมื่อยแต่ขยับไม่ได้จนผ่าตัดเสด
ก็ยังทรมานตรงที่ ขากระดิกไม่ได้เลย ต้องนอนราบ 12 ชม. นี่ 20 ชม.แล้ว ยังเจ็บหลังอยู่นิดๆ