ข้อคิดจากพระสมลักษณ์ ล้อศรีเมือง

บันทึกนี้ต่อยอดมาจาก  กระดาษทราย ของน้องหยั่งราก ฝากใบ 

ขอบคุณน้องมากๆ  น้องเขาฝากเพลงขอบคุณจริงๆ ของนักร้องร่วมสมัยมาให้ฟัง  เลยนำมาให้ฟังด้วยครับ

http://www.youtube.com/watch?v=qCq-zV2fiog&feature=related


 

อาทิตย์นี้ไปค่ายหมอเขียวมาที่ดัลลัส  สุดยอดครับ

 

ได้กราบนมัสการท่านสมณลักขโน สมัยท่านเป็นฆราวาสท่านเป็นรุ่นน้องประมาณสองปี  ท่านจบคณะนิติศาสตร์ 

 

เคยเป็นประธานชุมนุมพุทธของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาก่อน

 

ท่านบวชมา ๓๓ พรรษาแล้ว บวชที่สันติอโศก เป็นเวลาสิบห้าปีหลังจากจบธรรมศาสตร์  คนอื่นเข้าป่าแต่ท่านเข้าวัด

 

ท่านเล่าให้ฟังว่า สมัยหนุ่มๆ ท่านเป็นขงเบ้งของสันติอโศก  ทำงานจนป่วย  งานค่าย งานอาสาทำหมด เอาความคิดความอ่านมาจากธรรมศาสตร์

 

ฉันมือเดียว ทำงานค่ายอาสา นอนไม่พอ จนล้มป่วย เลยออกจากเมืองไทย ไปเป็นพระจีนที่ไต้หวัน  ท่านพูดภาษาจีนได้  กำลังทำงานของเผยแผ่ความคิดของสาขามหายาน สาขาพุทธฉือจี้ สอนคนจีนเป็นส่วนมาก ท่านสอนว่า 

ผลประโยชน์ส่วนรวมต้องมาก่อน  ผมถามท่านว่าเกษียณแล้วจะทำอะไรดี ท่านหยุดพูดไปสักพักหนึ่ง พิจารณาที่ตัวผม แล้วตอบว่าคุณกับอาตมานิสัยเหมือนๆกัน เป็น Dynamic

 

ต้องทำงานอาสาถึงจะดี..... ต้องลุย

 

สนทนาธรรมกันสนุก ท่านบอกว่าเอามือขวามาให้ดูหน่อย จะดูลายมือให้

 

พอดูลายมือผม ท่านพูดออกมาว่า

 

คุณนี่ โคตรฉลาด เส้นสติปัญญาคุณ คนอื่นเขามีกันครึ่งเดียว คุณมีเกือบเต็ม

 

เส้นอายุจะสั้น แต่เส้นบุญของคุณมาช่วยไว้ ไม่ตายง่ายๆ  เพราะเส้นบุญของคุณมันยาวมากๆ

 

ผมถามท่านว่าขอดูลายมือท่านหน่อย  ท่านไม่ยอมให้ดูตอนแรก  แต่สนทนาไปสนทนามา ถูกใจ ส่งมือให้ดู

 

ผมถึงกับ โอโห้เลย  เส้นปัญญาถึงกับมีสองเส้น  เส้นแรกยาวกว่าของผมเสียอีก เส้นที่สองก็ยังมีอีก

 

คงจะเป็นเส้นปัญญาทั้งทางโลกทางธรรม

 

สาวๆเห็นเลยมาถามให้ท่านดูลายดูให้ 

 

ท่านไม่ยอมดูให้  พูดเลี่ยงๆ ว่าอาตมาดูไม่เป็น   

 

ผมเรียนถามท่านตรงๆว่าท่านได้เจโตปริยญาณหรือยัง  ท่านไม่ตอบตรงๆ 

 

แต่บอกว่า คุณถามได้แน่มาก คุณคิดหรือว่าอาตมาจะไม่ได้อะไรมาบ้าง

 

ถามท่านเรื่องย้ำคิด ย้ำทำ ในอดีต จะปล่อยก็ไม่กล้า จะไปข้างหน้าก็กลัว ให้ท่านบอกอุบายสำหรับคนที่ปัญญาน้อยอย่างผมให้ถูกจริต จะได้นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เอาแบบคนร่วมสมัยชาว ๖ ตุลา ครับ

 

ท่านตอบสุดๆ แบบเซนว่า

illusion  

 

อย่าไปคิดอะไรมาก

ให้ท่านเขียนในสมุดโน้ตเป็นเครื่องเตือนใจ  ท่านเขียนให้ว่า

 

มันไม่เป็นอย่างนัันหรอก

อย่าด่วนสรุป

มองในแง่ดีไว้ก่อน

 

พอความคิดไม่ดี เจ็บปวดในใจมากระทบ (ของผมมันเป็นเอามากๆ พอตื่นมันก็มาเลย

ไม่ยอมให้โอกาสตั้งตัว แสบสุดๆ)

ท่านให้พิจารณาความคิดนั้นแล้วแล้วบอกตัวเองว่า

 

มึงหลอกกูไม่ได้แล้วคราวนี้

 

แล้วให้กากบาท ความเห็นแย่ๆนั้นเสีย

Let it Go แล้วอยู่กับปัจจุบัน

คิดแบบท่านกระดาษทรายชนิดไหนก็ไม่ต้องการอีกแล้ว

เพราะไม่มีอะไรจะให้ขัดครับ

ท่านยังบอกอีกว่า ถ้ามีคนทำอะไร พูดอะไรแล้วมันไม่ถูกใจเรา

ชาวมหายาน จะพูดกับคนนั้นว่า

 

Thank You,

I Love You.