การพัฒนางานด้วยการทำงานแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้

      สไตล์การทำงานของผมเอง  ผมจะชอบทำงานแบบแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครับ   คือ  ชอบที่จะให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการพัฒนางานไปพร้อมๆ กัน  นั่นคือ  ได้ทั้งพัฒนาคน  และ  พัฒนางาน  และ  ผมก็ได้พัฒนาตัวเองไปด้วย

 

     เรื่องที่ผมภาคภูมิใจที่ผ่านมา คือ   การพัฒนาการเรียนการสอนของครูคณิตศาสตร์ ด้วยการวิจัยบทเรียน Lesson study

 

    ที่ผมทำตรงนี้ เพราะผมได้แรงบันดาลใจมาจากการได้้ไปแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณครูจากโรงเรียนเพลินพัฒนา  จากเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์  ผมได้เรียนรู้หลักการ และ  การนำเสนอจากวีดีโอ และ  การเล่าเรื่อง Story telling ก็รู้สึกประทับใจ และ อยากทำ

 

 

 

    เมื่อกลับไปถึงผมก็เริ่ม "ลุย" ลงไปทำเลยครับ  ทั้งๆที่งานนี้  ไม่ได้อยู่ในแผนงาน/โครงการ ที่อยู่ในแผนปกติ ไม่มีเงิน ไม่มีงาน  แต่ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ  เรื่องใหญ่อยู่ที่ "ใจ" เรา ว่าจะทำหรือไม่ทำ

 

    งานนี้  ทำเป็นทางการไม่ได้  ก็ต้องทำอย่างไม่เป็นทางการครับ   ผมออกไปพูดคุยกับผู้บริหารเพื่อขอความร่วมมือในการทำ Lesson study  เหมือนกับเป็นเซลแมน  ออกไปขายสินค้าละครับ  บางคนก็ปฎิเสธแบบสิ้นเชิง  บางคนก็ตอบรับ  แต่พอจะทำจริง ปฏิเสธ  สรุปแล้ว  ออกไปคุยมา ๒๐ โรงเรียน  ได้มา ๑๐  โรงเรียน  ก็โอเคครับ  ถือว่าเข้าเป้าแล้ว 

 

    ขั้นตอน Lesson stydy ผมทำแบบง่ายๆ ก่อนครับ  เพราะเป็นเรื่องที่ "ทวน" กระแสพอสมควร   ทำแบบไม่ให้ทวนกระแสมาก  ไม่ให้เครียด และให้ได้รับการยอมรับแบบสบายๆ  ผมทำอย่างนี้ครับ

 

      ๑.  ผมเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจถึงหลักการและแนวปฏิบัติ ของ Lesson study กับผู้บริหารและคณะครู

 

 

 

  ๒. เมื่อเข้าใจหลักการและแนวปฏิบัติดีแล้ว   ผมจะแบ่งการทำงานเป็นสามขั้นตอน   ขั้นตอนแรก นำแผนการสอนมาวิพากษ์ก่อนสอน  ป็นเวลา ๑ ชั่วโมง

 

 

 

  ขั้นตอนต่อไป เป็นการสังเกตการสอนจริงในชั้นเรียน

 

 

เสร็จแล้ว มาร่วมกันวิพากษ์ หลังสอน  โดยเน้นไปที่ "การเรียน" ของผู้เรียน  ว่าที่สอนไปนั้น นักเรียนเกิดการเรียนรู้หรือไม่

 

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงาน คือ

 

๑.  การพัฒนางานใหม่ให้เกิดผล  ต้องขับเคลื่อนไปทั้งระบบ  ทั้งผู้บริหาร และ ครูผู้สอน  ทุกโรงเรียนที่ผมไปทำ Lesson study ผู้บริหารโรงเรียนเข้ามาร่วมด้วยทุกขั้นตอน

 

๒. หลักการทำงานแบบมีส่วนร่วม  จะต้องเน้นที่ "การฟัง" มากกว่า "การพูด"  เน้นที่ "การถาม"  มากกว่า  "การตอบ"  

 

๓. การทำงานในลักษณะนี้   ต้องเน้นความเสมอภาค ความเท่าเทียม การพูดคุยอย่างเป็นกันเอง  ไม่ต้องมีรูปแบบ  ไม่ต้องมีพิธีการ อะไรมากมาย  ง่ายๆ สบายๆ

 

๔. ผลจากการทำงาน  ทำให้ได้ทราบว่า  สิ่งที่คุณครูจัดกิจกรรมการเรียนการสอนนั้น  เด็กเขาได้ "เรียน" หรือไม่  ด้วยการสังเกตจริงในชั้นเรียน   เป็นคำตอบที่เป็นประโยชน์สำครับครูผู้สอน และ ผู้บริหาร

 

      Lesson study ในปีการศึกษา ๒๕๕๕  ผมได้พูดคุยกับผู้บริหารโรงเรียนทั้ง ๑๐ โรง ว่าจะดำเนินการต่อไป  โดยให้โรงเรียนคัดเลือก เรื่อง ที่สอนยาก  ปีละ ๒ - ๓  เรื่อง