เมื่อผู้เชี่ยวชาญ 2 สาขา มาพบกัน ได้ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เล่าสู่กันฟัง สร้างความร่วมมือกัน ผมก็อดไม่ได้ที่จะถอดบทเรียน
สวัสดีครับ
วันนี้ขอเสนอเรื่องเล่าจากภาพ เป็นเรื่องเล่าจากการที่ได้ไปนั่งร่วมวงสนทนาระหว่าง 2 ผู้เชี่ยวชาญ ท่านหนึ่ง คือ ดร.ภิญโญ รัตนาพันธุ์ (ด้านซ้ายของภาพ) เป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ด้านการนำ Appreciative Inquiry (AI) หรือที่เรียกกันว่า สุนทรียสาธก หรือ สุนทรียปรัศนีย์ มาใช้ประยกต์ในการทำงาน ส่วนอีกท่าน คือ ดร.สารทิศ สกุลคู (ด้านขวาของภาพ) เป็นผู้เชี่ยวชาญในการนำศาสตร์ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
อาจารย์ทั้ง 2 ท่านเคยพบกันในที่ประชุมแห่งหนึ่ง แต่ยังไม่รู้จักกัน
ผมเป็นคนกลางรู้จักกับอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน
ได้มีโอกาสร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากท่านอาจารย์ทั้ง 2
เห็นว่าอาจารย์ทั้ง 2 ท่าน มีความรู้ แนวคิด แนวทางในการทำงานที่แปลก แหวกแนวดี
ดังนั้นผมจึงเป็นผู้ประสานงานให้อาจารย์ทั้ง 2 ท่านได้พบกัน
ดร.สารทิศ มอบเอกสารให้ ดร.ภิญโญ

ดร.ภิญโญ แนะนำเอกสารที่ใช้ประกอบการบรรยาย ที่มีการผสมผสานการบริหารและการใช้การ์ตูน เป็นสื่อ

บางส่วนจากสาระที่ทั้ง 2 ท่าน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
ดร.สารทิศ : เสนอแนวคิด Intensive Coaching หรือ วิธีการโค้ชแบบเข้มข้น คือ การพัฒนาสมรรถภาพการทำงานของบุคคลที่เน้นกระบวนการทำงานและผลปฏิบัติงานให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด โดยผู้โคช ต้องสร้างความศรัทธา เชื่อมั่น พร้อมสนับสนุน กระตุ้นจูงใจผู้ที่ได้รับการโค้ช (Client) รวมทั้งการดูแลใส่ใจอย่างใกล้ชิดเป็นพิเศษ โดยได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ได้นำไปใช้กับนักศึกษาระดับปริญญาเอก ให้สามารถสำเร็จการศึกษา
แนวคิดนี้ทั้ง 2 ท่าน สอดคล้องกัน
ดร.ภิญโญ : โค้ชเชิงบวก (Appreciative Coaching) ขุมพลังของผู้ก่อการดี
สอนให้สัมผัส
ตั้งคำถามดีๆ นำไปสู่เรื่องดีๆ เปลี่ยนเรื่องราวดีๆ สู่การคิดที่ดีๆ จนพัฒนาสู่โครงการดี
ผมได้รับมอบเอกสารการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จาก ดร.สารทิศ สกุลคู

ดร.สารทิศ : 8 ขั้นตอน กระบวนการโค้ชชิ่งแบบเข้มข้น
1. การเปิดใจ
2. การสร้างแรงจูงใจ
3. การสร้างความไว้วางใจ
4. ความชัดเจนในสิ่งที่สนใจ
5. การให้คำมั่นสัญญา
6. ความพรากเพียรหมั่นซ้อม
7. พร้อมสู้
8. มุ่งสู่เป้าหมาย
ดร.ภิญโญ : กล่าวถึงความมั่นใจ ความรู้พื้นฐาน และการยอมรับในสังคม ในองค์กรของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนจะงงงวยกับเทคนิค งงกับชีวิต จิตตก
โค้ช แนะนำ ไม่ใช่มีแต่รุกกับรับ ต้องรู้จักที่จะถอยให้เป็น รวมถึงการคิดถึงเรื่องดี สร้างสรรค์เรื่องดีๆ นำสู่การเปลี่ยนแปลงได้
ที่นำเสนอมานี้ เป็นเพียงบางส่วน เท่านั้น เพราะทั้ง 2 ท่าน กล่าวถึงหลายทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับงาน กับการนำไปประยุกต์ใช้งาน
เป็นทฤษฎีที่ผมไม่ทราบ ไม่รู้จักมาก่อน
สำหรับผม ทำได้โดยการเก็บเล็กผสมน้อย รับ เก็บ และลบข้อมูล ไปเรื่อยๆ เพราะ AI+HRD ยังมีหลายเทคนิคที่น่าสนใจ คงได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อไป ครับ
ขอบคุณครับ ผมมาเชียร์อาจารย์ทั้งสองท่าน...พิเศษสุด...อาจารย์ภิญโญครับ...ท่าน AI จริง ๆ ครับ...หวังว่าทุกท่านคงได้ประโยชน์มากมายนะครับ
โชคดีจังค่ะที่ได้เรียนรู้ร่วมกัน ต้องขอขอบคุณอาจารย์มากค่ะที่ได้นำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ สาระดีๆๆมาให้อ่านมากมายเสมอมา
ขอบคุณค่ะ ได้เรียนรู้ ผ่านบันทึกของอาจารย์... พลัง ++ จากการพบกันของ กูรูทั้งสองท่าน ส่งผ่านมาถึงปักษ์ใต้เลยค่ะ..ที่แน่ๆสื่อสารผ่าน GTK ค่ะ :-))
เรียน ทุกท่าน ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม มาเรียนรู้ ครับ
เรียนอาจารย์ สองเจ้าสำนักมารู้จักกัน แบ่งปันความรู้ สู่สานุศิษย์ ได้คิด ทำสิ่งดีๆ สู่สังคมต่อไป