เสนเฮือน

 

วันนี้เป็นอีกวันหนึ่งที่คุณมะเดื่อได้มีประสบการณ์ใหม่  ๆ กับการได้เข้าไปร่วมพิธีกรรมตามวัฒนธรรมของพี่น้องชาวไทยทรงดำ ที่หมู่บ้านหนองตลาด ต.กุยเหนือ  อ.กุยบุรี  นับเป็นครั้งแรกที่คุณมะเดื่อได้มีโอกาสเห็นพิธี " เสนเฮือน" 

พิธี "เสนเฮือน" หรือ ภาษาไทยกลางเรียกว่า " ไหว้ผีเรือน" นับเป็นพิธีกรรมที่ชาวไทยทรงดำที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป โดยเฉพาะในเขต จ.เพชรบุรีและจ.ประจวบฯ ได้ปฏิบัติสืบทอดต่อ ๆ กันมา  ซึ่งพิธีเสนเฮือนนี้ เป็นพิธีที่แสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษของไทยทรงดำ นับเป็นสิ่งดีงามที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง 

     ในการทำพิธีเสนเฮือน จะประกอบด้วยอาหารคาวหวานหลายอย่าง แต่ที่ขาดไม่ได้ก็ได้แก่

           แกงหน่อไม้ดอง

          ต้มผักกาด  และ....

        ลาบเลือดหมูสด..... (ขออภัยอาจเป็นภาพที่เหมือนจริงมากไปหน่อย อิ อิ )

       นอกจากนี้ก็ยังมี  ยำใบมะกออ่อนกับใบผักตับแถบ  (ผักตับแถบเป็นชื่อผักพื้นบ้านจ้ะ  คุณมะเดื่อก็ไม่เคยเห็นต้นของมัน เห็นแต่ใบที่อยู่ในหม้อยำดังภาพข้างล่างนี้)

        ยำใบมะกอก+ผักตับแถบ+หมู

 

เจ้าเฮือนจะ " ล้มหมู" สำหรับทำอาหารในงานนี้ พี่ ป้า น้า อา ลูกหลาน  และเพื่อนบ้านจะมาช่วยทำอาหารอย่างเต็มอกเต็มใจ ยิ้มแย้มแจ่มใส

 

" เจ้าเฮือน" หรือ " เจ้าภาพ" จะจัดอาหารคาวหวานใส่ " โตก" ใบใหญ่ ซึ่งในโตกชั้นล่าง จะเป็น " เครื่องในหมูสด" แล้วปูทับด้านบนด้วยใบตอง จากนั้นชั้นบนของโตก จะเป็นผลไม้ เผือก มัน กล้วย  อ้อย ผลไม้อื่น ๆ ตามแต่จะจัดหา  และขนมแห้งต่าง ๆ  และที่สำคัญจะมี " ข้าวเหนียว" และ " ข้าวต้มมัด"

ก่อนเริ่มพิธี ญาติ ๆ ของเจ้าเฮือน ต้องช่วยกันยกโตกอาหาร 3 ครั้ง ครั้งแรกอยู่สูงระดับเข่า แล้วจะถามพ่อหมอเป็นภาษาไทยทรงดำว่า "สูงแค่นี้พอไหม"พ่อหมอก็ตอบว่า " ยังไม่พอ" ก็ยกครั้งที่ 2 สูงระดับเอว จะถามพ่อหมออีกว่า " พอไหม" พ่อหมอก็จะตอบว่า " ไม่พอ"  ครั้งที่ 3 ยกสุดแขน ก็ถามเช่นเดิมอีก พ่อหมอจะตอบว่า " พอแล้ว"  (ซึ่งคุณมะเดื่อได้รับคำอธิบายว่า เป็นเคล็ดว่า การทำมาหากินจะสมบูรณ์็ ก้าวหน้า  หน้าที่การงานสูงส่ง ด้วยการยกโตกให้สูงที่สุด)

 

ในภาพด้านบนนี้คือ " พ่อหมอ" ผู้ดำเนินพิธีการโดยตลอด คุณมะเดื่อไม่ได้ถามชื่อของพ่อหมอ จึงไม่ทราบชื่อ พ่อหมอเป็นคนจากอำเภออื่น เจ้าเฮือนต้องไปรับมาเพื่อทำพิธีก่อนหน้าวันงาน วันหนึ่ง พ่อหมอจะไม่ค้างคืนที่บ้านเจ้าเฮือน แต่จะมากำหนดนัดหมายงานให้ก่อน แล้วไปค้างคืนที่บ้านอื่น ใกล้ ๆ บ้านเจ้าเฮือน นัยว่า เป็นข้อกำหนดไว้ รุ่งเช้าเจ้าเฮือนจะต้องไปรับตัวมาทำพิธี พ่อหมอจะมี " พัดขนนกเงือก" ที่ใช้ในการทำพิธีด้วย (พ่อหมอบอกว่า ขนนกอื่นใช้ไม่ได้) 

     คุณมะเดื่อได้สอบถามชาวบ้านที่มาร่วมงานว่า ทำไมจึงต้องไปรับหมอพิธีมาจากที่อื่น ก็ได้คำตอบว่า ในหมู่บ้านไม่มีหมอทำพิธีเลย  และหมอทำพิธีในละแวกอำเภอใกล้ไกลนี้ ก็มีพ่อหมอท่านนี้เพียงท่านเดียว....หาผู้สืบทอดไม่ได้เลย  เมื่อคุณมะเดื่อได้คุยกับพ่อหมอและคนอื่น ๆ ถึงเรื่องนี้ก็ได้รับคำบอกเล่าว่า " ไม่มีใครมาเรียนเลย  เขาว่ามันยาก  ขั้นตอนเยอะ จำยากมาก" ก็คงจริงเพราะตั้งแต่ 8 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมง  เป็นการทำพิธีกรรมตลอด  พ่อหมอบอกว่า มีขั้นตอนทั้งหมด ประมาณ 10 ขั้นตอน....โห....!

     นี่แหละ อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ พิธีกรรมดี ๆ อันเป็นวัฒนธรรมที่ดีงามหลาย ๆ อย่างสูญหายไปกับคนรุ่นเก่า ๆ เพราะหาผู้สืบทอดไม่ได้

พ่อหมอจะทำพิธีกรรม โดยมีผู้ช่วย ที่เป็นชาวบ้านอีก 3 คน 

 

      พิธีการหลายขั้นตอนคุณมะเดื่อจำไม่ไหว แต่ทุกขั้นตอนพ่อหมอจะใช้ภาษาไทยทรงดำ ในการร้องทำนองคล้าย ๆ บทสวด บางคำคุณมะเดื่อพอจะเข้าใจ แต่เกือบทั้งหมดฟังไม่รู้เรื่องจ้ะ

      เจ้าเฮือนและแขกเหรื่อที่มาร่วมงานก็จะใช้ภาษาไทยทรงดำในการพูดคุยกัน แต่ถ้าจะคุยกับคุณมะเดื่อก็จะใช้ภาษาไทยกลาง  แต่เด็ก ๆ รุ่นใหม่ก็ใช้ภาษาไทยกลางกันเป็นส่วนใหญ่แล้ว ทำให้น่าคิดว่า  หากไม่มีการดำรงอนุรักษ์ไว้ ต่อไป ทั้งพิธีกรรมทั้งภาษาก็คงหาผู้สืบทอดไม่ได้

 

ในงานวันนี้ " เจ้าเฮือน" ไม่ได้อยู่ในบ้าน (เป็นข้าราชการอยู่ต่างจังหวัด) จึงใช้ "เสื้อเจ้าเฮือน" มาวางในพิธีแทน

      สองภาพข้างบนนี้เรียกว่า " เมยเหล้า" ญาติพี่น้องเพื่อนบ้านจะนั่งล้อมวง แล้วพ่อหมอจะรินเบียร์ (หรือบางครั้งใช้เหล้า) ใส่แก้วให้ทุกคนพร้อมกับท่องบทสวดไปด้วย แล้วทุกคนดื่มพร้อม ๆ กัน ทำแบบนี้ 3 รอบ คุณมะเดื่อถามว่า " เมย" แปลว่าอะไร ก็ได้ความว่า แปลว่า " รวมกัน" 

 

    คุณมะเดื่ออยากจะซักถามอะไร ๆ พ่อหมอให้กระจ่าง มากมาย แต่เกรงจะรบกวนพ่อหมอ จึงถามแต่ที่เป็นจุดใหญ่ ๆ ก็พอดีเหลือบไปเห็นของสิ่งหนึ่งแขวนอยู่ที่ข้างฝา (ดังภาพ ) คราวนี้อดไม่ได้ต้องถามพ่อหมอ  ท่านก็ใจดีตอบให้พอได้คลายความสงสัย

สิ่งนี้เรียกว่า.......(คุณมะเดื่อลืมไปแล้วจ้ะว่าเรียกว่าอะไร ... คุณมะเดื่อไม่มีกระดาษ ปากกาจะจดด้วย ... นี่แหละเป็นข้อบกพร่องของคุณมะเดื่อเป็นประจำ)  เป็นของผู้ชายที่อาศัยอยู่ในบ้านนี้ จะคุ้มครองผู้ชายทุกคนในบ้านนี้ จะมี ธนูไม้สำหรับล่าสัตว์  ถุงผ้าขาวใส่ข้าวสาร และตะกร้าสำหรับใส่สัตว์็ ที่ทำเป็นชิ้นเล็ก ๆ ผู้ชาย 1 คนก็จะมี 1 ชุด 

ส่วนสิ่งนี้คุณมะเดื่อจำได้เรียกว่า " แม่มด"  เป็นของหญิงที่อาศัยอยู่ในบ้านนี้ทุกคน คนละ 1 ชุดเช่นกัน  มีถุงผ้าขาว  ตะกร้า และใบตาลถักเป็นช่อ ๆ (ไม่ทราบว่าเรียกว่าอะไร) สิ่งของนี้ก็จะคุ้มครองหญิงทุกคนในบ้านนี้เช่นกัน

       จนถึงพิธีกรรมสุดท้าย (ราวบ่าย 2 โมงเศษ) พ่อหมอจะทำพิธีนอกห้องของเจ้าเฮือน  (พิธีอื่น ๆ ที่ผ่านมา ทำในห้องนอนเจ้าเฮือน) พิธีสุดท้ายนี้เรียกว่า " แปลงขวัญ" จะนำอาหารทุกอย่างที่ใช้ในพิธีมารวมกัน พ่อหมอจะร้องทำนองสวดอีกครั้งโดยมีทุก ๆ คนนั่งล้อมรอบ และให้ทุก ๆ คนจับที่สำรับบรรจุอาหารสักครู่แล้วปล่อยมือ

        หลังสวดจบ พ่อหมอก็อนุญาตให้ทุกคนหยิบอาหารในสำรับตามที่ตนต้องการถือเป็นของมงคล  เป็นอันเสร็จพิธีกรรม

 

ท้ายสุด  พ่อหมอทำพิธีมอบเสื้อเจ้าเฮือนให้กับลูกชายของเจ้าของบ้านนคนถัดไปให้ทำหน้าที่เจ้าเฮือนต่อจากพี่ชาย ที่ไม่สามารถมาทำพิธีเสนเฮือนได้ เพราะอยู่ต่างจังหวัด

         คุณมะเดื่อขอขอบพระคุณพ่อหมอ เจ้าเฮือน และญาติพี่น้องทุกคนที่ต้อนรับคุณมะเดื่อเป็นอย่างดี และยังให้ความรู้  ตอบคำถามคุณมะเดื่ออย่างเต็มใจ  แม้จะยุ่งอยู่กับภารกิจต่าง ๆ ทำให้คุณมะเดื่อได้รับความรู้เพิ่มเติมอีกมากมายจ้ะ

        หากมีข้อความ หรือการใช้คำพูด ตอนใดตอนหนึ่งผิดพลาดพลั้งไปหรือไม่ถูกต้องประการใด คุณมะเดื่อต้องขออภัยไว้  ณ ที่นี้ด้วยจ้ะ  และท่านผู้รู้ท่านใด จะกรุณาเพิ่มเติมความรู้ในขั้นตอนพิธีกรรมต่าง ๆ เพื่อช่วยชี้แนะ คุณมะเดื่อก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง และขอกราบขอบพระคุณล่วงหน้าเป็นที่สุดจ้ะ

                             ...................................

 

 ปล.  คุณมะเดื่อนึกออกแล้วว่าสิ่งนี้.....


สำหรับสมาชิกที่เป็นชายของครอบครัวเรียกว่า...ไต....

หรือ ต้...(ตามสำเนียงของพื้นบ้าน)....จ้ะ  จึงขอแทรกไว้

ตรงนี้เลยจ้าาาา


                             .....................................