เมื่อวานนี้ (21 เมษายน) ในฐานะภาคประชาชนและในนามมหาวิทยาลัยท้องถิ่น ฉันได้มีโอกาสเข้าร่วมวางแผนงานกับเครือข่ายภาคประชาชนจังหวัดนครปฐมที่มาจากหลายภาคส่วน ได้แก่ สภาลุ่มน้ำ ท่าจีน ชมรมเรารักแม่น้ำท่าจีน มหาวิทยาลัยศิลปากร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สภาอุตสาหกรรม หอการค้า Thai Fight Flood อาสาฝ่าน้ำท่วม สำนักงานปฏิรูป สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ฯลฯ ณ โรงแรมโรสการ์เด้น เตรียมเคลื่อนงาน “คนนครปฐมไม่ไว้ใจฟลัดเวย์” ตามมติของเวทีสาธารณะซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 เมษายน ที่ผ่านมา ความไม่ไว้วางใจในฟลัดเวย์ของชาวนครปฐมนี้ ไม่ได้หมายถึง ความเห็นแก่ตัว หรือความไม่เอาใจใส่ในความทุกข์ของผองเพื่อนพี่น้องร่วมชาติ ทั้งไม่ได้หมายถึง การไม่ยอมรับในความเป็นจริงของภัยพิบัติและเส้นทางเดินของน้ำอันเป็นเรื่องธรรมชาติ
แต่ ความไม่ไว้ใจ ในที่นี้ หมายถึง ความคลางแคลงใจในนโยบายและแผนการดำเนินงานของรัฐบาลอันสืบเนื่องมาจากความไม่เชื่อมั่นในความครอบคลุมและรอบด้านของข้อมูลที่รัฐมีอยู่และนำมาใช้ในการกำหนดนโยบายและแผนงาน เป็นต้นว่าในการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบอนุมัติกรอบงบประมาณแก้ไขปัญหาอุทกภัยระยะเร่งด่วน ตามที่คณะกรรมการนโยบายน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (กนอช.) และคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย (กบอ.) เสนอมาเป็นลำดับ โดยมุ่งที่จะทุ่มงบประมาณเกือบหนึ่งหมื่นล้านกับ 93 โครงการที่เน้นการสร้างแนวคันกั้นน้ำในพื้นที่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา นั้น ได้เคยมีการ “สอบทาน” ข้อมูล และ “หารือ” กับ ชุมชน ท้องที่ ท้องถิ่นและองค์กรภาคประชาชนหรือไม่ ในฐานะที่พวกเขามีข้อมูลเชิงลึกในระดับพื้นที่ปฏิบัติการ
ซึ่งแน่นอนที่สุดว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของข้อมูลและองค์ความรู้ทั้งหมด ดังนั้นการนำความรู้และข้อมูลที่เป็นชิ้นๆ แหว่งวิ่นและเป็นเศษเสี้ยวมา “บริหารและจัดการ” ในเรื่องใหญ่ๆ ที่มีผลกระทบกับระบบเศรษฐกิจชุมขนและคนเป็นจำนวนมาก นับเป็นเรื่องอันตรายยิ่ง จึงทำให้คนนครปฐมไม่ไว้วางใจ
อีกทั้งข้อเสนอที่กำหนดให้ทำแนวฟลัดเวย์ขนานไปกับแม่น้ำท่าจีนฝั่งตะวันตกทั้งหมด ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอในจังหวัดนครปฐมยกเว้นตัวเมือง ก็ถูกตั้งคำถามมากมายเพราะมันฝืนกับหลักความเป็นจริงและธรรมชาติของน้ำ ด้วยการฝ่าฝืนกฎธรรมชาติโดยเอาผลประโยชน์ของคนบางพวกบางกลุ่มเป็นที่ตั้งนี้ ในท้ายที่สุดแล้วความสับสนอลหม่านก็จะเกิดขึ้น แบบเดียวกับการกลัดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก ตัวอย่างหนึ่ง ได้แก่ การยอมให้มีการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิบนพื้นที่ฟลัดเวย์ธรรมชาติ นั้น มันผิดไปแล้ว และเราก็กำลังแก้ปัญหาอย่างผิดๆ เพื่อที่จะไปคอยตามแก้ปัญหาอื่นๆ ที่ตามมาอีก รัฐไม่เคยมีบทเรียนอะไรเลยจากการกลัดกระดุมเม็ดแรกผิด
ในวันนี้คนนครปฐมจำนวนหนึ่งจากทุกภาคส่วนได้รวมตัวกัน มานั่งคิด นั่งคุยหาแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ทำอย่างไรจึงจะให้น้ำไหลผ่านและระบายได้เร็วที่สุด ทำอย่างไรให้เสียหายต่อพืชพรรณธัญญาหารน้อยที่สุด ทำอย่างไรจึงจะอยู่กับน้ำให้ได้จากบทเรียนเมื่อปีก่อน ทั้งนี้หลายคนอาจตั้งคำถามกับภาครัฐ ขอข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับพื้นที่ฟลัดเวย์ เพื่อจะได้จัดการกับตนเองและเรือกสวนไร่นาได้ถูกต้องว่าควรจะปลูกพืชประเภทไหน ในช่วงใด จึงจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด แต่เหนือสิ่งอื่นใด เราต้องการการคิดร่วมกันบนพื้นฐานของข้อมูลและภูมิปัญญาการจัดการน้ำที่ทุกคนทุกฝ่ายมี การคิดร่วมกันจะทำให้ทุกฝ่าย “รับได้” กับสิ่งที่เป็นผลพวงตามมาไม่ว่าจะในแง่บวกหรือลบ
ผลการประชุมเมื่อวาน ก่อให้เกิด “เครือข่ายความร่วมมือฝ่าภัยพิบัติลุ่มน้ำท่าจีน” ที่ไม่ได้จำกัดความสนใจเฉพาะในพื้นที่นครปฐมเท่านั้น เครือข่ายนี้จะร่วมกันทำงานเกาะติดกับสถานการณ์นี้ต่อไป รวมถึงงานเชิงรุกที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลแถลงข้อเท็จจริงอย่างไม่ปิดบังอำพราง และการจัดเวทีสาธารณะเพื่อสร้างความเข้าใจและการระดมความคิดในแต่ละพื้นที่ทุกอำเภอในจังหวัด