ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ขอบคุณคุณหมอและพยาบาลที่ทำให้วันนี้เป็นวันหนึ่งในชีวิตของผมที่มีความสุข เป็นวันหนึ่งที่มีความรู้สึกดีๆ เป็นวันหนึ่งที่ชีวิตมีความหวังที่ให้สู้ต่อไป

   ในที่สุดเจ้าหน้าที่รพ.ก็ติดต่อมาให้ไปพบหมอเพื่อวางแผนการฉีดยา เวลานัดบ่ายสองโมงทำให้ผมสงสัยเพราะหมอที่เคยรักษาประจำจะเข้าห้าโมงเย็น เจ้าหน้าที่บอกเป็นหมออายุรกรรมทั่วไปท่านอื่น ก็ทำให้ผมแอบดีใจนิดๆที่อาจจะได้เปลี่ยนหมอท่านใหม่ ไม่ใช่ท่านเก่าที่เคยพูดขู่กับเราไว้

   ไปถึงรพ.ผมก็ติดต่อขอพบเจ้าหน้าที่ที่เคยติดต่อกันทางโทรศัพท์ เธอเป็นหญิงสาวตัวเล็กๆน่ารักท่าทางใจดี เธอยิ้มตลอดเวลาที่คุยกับผม เธอขอบัตรประชาชนและบัตรรับรองสิทธิ์ ก่อนจะให้ผมไปทำการวัดความดัน ชั่งน้ำหนักและวัดไข้ตามปกติก่อนพบแพทย์

   หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ห้องวัดไข้ก็ให้มารอหน้าห้องเบอร์๑๐ ซึ่งเป็นห้องของหมอคนแรกที่ตรวจเลือดและพบว่าผมเป็นโรคไวรัสตับอักเสบซีเมื่อปีที่แล้ว ทำให้ผมรู้สึกดีใจที่จะได้พบหมอท่านนี้อีกครั้ง ผมจำได้ว่าหมอท่านนี้ใจดีและเป็นกันเองมาก

   "พบคุณหมอหรือยังคะ" เจ้าหน้าที่สาวคนนั้นเดินมาถามอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มสดใส

   "ยังครับ"ผมตอบ เธอยื่นแฟ้มให้สองแฟ้ม เป็นแฟ้มประวัติคนไข้และแฟ้มเคสร้องเรียนของผม

   "นำแฟ้มนี้เข้าไปด้วยนะคะ และอย่าลืมเอาประวัติที่จุฬาฯเข้าไปด้วยนะคะ"

   สักครู่ผมก็ถูกเรียกเข้าพบหมอ ผมยกมือไหว้ก่อนนั่งหมอเปิดประวัติผมดูพร้อมถามผมว่าหมอที่จุฬาฯวางแผนการฉีดอย่างไร ผมบอกว่ายังไม่ได้วางแผนการฉีดเพียงแต่รู้ว่าเป็นสายพันธ์ที่๑ คงจะต้องฉีด๑๒เดือน

   "ผมดีใจมากนะครับหมอที่ได้เจอหมออีกครั้ง หมอเป็นคนที่ตรวจเจอเชื้อนี้เมื่อปีที่แล้วน่ะครับ"ผมบอกขอบคุณหมอ

    ผมเล่าให้ฟังถึงคำขู่ของหมอท่านที่นัดผมตรวจเลือดอยู่เป็นประจำ ในการขอคำปรึกษาคราวก่อน ในใจอยากจะบอกตรงๆว่าไม่มั่นใจในตัวหมอท่านนั้นแล้ว หมอนิ่งเงียบพร้อมพลิกประวัติดูไปมา

   "แต่ถึงยังไงก็ให้หมอ...วางแผนการฉีดด้วยครับเพราะท่านเป็นหมอตับโดยตรง"หมอหมายถึงหมอที่รักษาผมอยู่เป็นประจำ

   และผมก็ตกลงจะรอพบหมอประจำตอนห้าโมง ระหว่างที่ผมนั่งรออยู่ด้านหน้า พยาบาลท่านหนึ่งก็เดินมาพร้อมเจ้าหน้าที่สาวคนเก่านั้น มาสอบถามถึงการวางแผนการฉีดยา ราคายา พร้อมบอกว่ากำลังติดต่อประกันสังคมว่าจะทำการเบิกจ่ายได้หรือไม่หรือทางรพ.ต้องสำรองจ่ายก่อน

   พยาบาลคนนั้นพูดจาดีมากเธอบอกติดธุระต้องเข้าประชุมเธอยื่นนามบัตรให้พร้อมฝากให้เจ้าหน้าที่สาวอีกคนหนึ่งช่วยตามเรื่องต่อจากเธอด้วย เจ้าหน้าทีสาวคนใหม่คนนั้นยกมือไหว้ผมอย่างสวยงาม ผมยกมือรับไหว้ด้วยความยินดี

   ระหว่างนั้นโต๊ะพยาบาลก็ถามว่าจะต้องเจาะเลือดรอหมอเลยมั๊ย พวกเธอลงความเห็นว่าน่าจะเจาเลยเพราะวันนัดศุกร์หน้าก็ไม่นานเท่าไหร่ เหมือนพวกเธอจะทำคิวให้ เพื่อจะได้พบหมอได้เร็วขึ้น 

   ทำให้ผมมีเจ้าหน้าที่ที่คอยสอบถามตามเรื่องราวต่างๆให้อยู่ตอนนั้นถึงสองสามคน รวมทั้งหมออีกหนึ่งคน ความรู้สึกที่มีต่อรพ.แห่งนี้ของผมเปลี่ยนไปอย่างบอกไม่ถูก 

   ระหว่างไปนั่งรอเจาะเลือดอยู่เจ้าหน้าที่สาวสองคนนั้นยังตามมานั่งพูดคุยว่ายังติดต่อทางประกันสังคมไม่ได้ ขาไม่รับสายแต่พยายามจะติดต่อให้อยู่ ผมบอกขอบคุณที่ช่วยเป็นธุระให้อย่างดี

   สักพักเจ้าหน้าที่ก็เรียกให้ไปเจาะเลือด เจ้าหน้าที่หญิงคนที่เจาะเลือดพูดว่า

   "คนไข้เจ็บหน่อยนะคะเพราะต้องเจาะเลือดเยอะเลย"  ผมมองเห็นกระบอกใส่เลือดวางอยุ่๓อัน ขณะเธอเช็ดแอลกอฮอล์บนแขนไปมา

  "คนไข้เจ็บหน่อยนะคะ"เธอพูดอีกครั้งหนึ่งก่อนปักเข็มลงเพื่อเจาะเลือด

  ผมไม่รู้สึกเจ็บเลยในการเจาะเลือดในวันนี้ จะเป็นเพราะคำพูดเพราะๆ การเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ รอยยิ้ม หรือเพราะการไหว้อันอ่อนน้อมหรือเปล่าก็ไม่รู้ ทำให้ความรู้สึกที่ผมเคยมีต่อรพ.แห่งนี้เปลี่ยนไป

   "พวกเธอไปเพิ่งฝึกอบรมอะไรกันมาหรือเปล่าหนอ การบริการของรพ.แห่งนี้ถึงเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้ " ผมคิดเล่นๆแต่ด้วยความรู้สึกที่ดีจริงๆ

   อีกประมาณ๒ชั่วโมงกว่าหมอประจำจะมา ผมหยิบหนังสือพิมพ์มาอ่านฆ่าเวลาหน้าห้องเรียกตัว เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงเจ้าหน้าทีหน้าห้องก็เดินมาบอกว่าหมอเรียกพบอีกครั้ง

   หมอบอกได้โทรหาหมอประจำแล้ว บอกหมอประจำไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับแผนการรักษา หมอบอกก็ไม่ได้เรื่องเหมือนเดิมจึงไม่อยากให้ผมต้องเผชิญกับหมอเดี๋ยวจะเครียดอีก หมอนำผลเลือดวันนี้มาบอก

   หมอแจ้งว่าผอ.เปรยๆว่าอาจต้องส่งตัวไปรพ.จุฬาฯ หากเรื่องราวต่างๆไม่คืบหน้า

   "ผมก็ไม่รู้ว่ามันติดอยู่ที่ทางประกันสังคมหรือรพ.กันแน่ ผมก็ช่วยเต็มที่ครับ ต้องรอทางรพ.ติดต่อไปวันพุธหน้า ผอ.เข้า"

   "ถ้าเจ้าหน้าที่ไม่ติดต่อไป พี่ก็ต้องติดต่อกลับมาและผมขอแนะนำว่าให้แจ้งพบผอ.เลย"หมอเรียกผมว่าพี่เหมือนปีที่แล้ว

   "ไหนๆก็สู้มาขนาดนี้แล้วก็สู้ต่อไปครับ เพราะตอนนี้มันยัง๕๐-๕๐อยู่"หมอให้กำลังใจ

   "แต่ถ้าได้ไปจุฬาฯก็ดีนะครับหมอ"ผมพูดขึ้นบ้างหลังอึ้งอยู่นาน

   "รอเจ้าหน้าที่ติดต่อไปก่อนครับ ผมก็ไม่รู้ว่ามันติดอะไรกัน ผอ.ก็ไม่ให้ผมพูดมาก นี่ผมก็พูดไปแล้ว ผมก็เป็นเพียงตุ๊กตาตัวหนึ่งเท่านั้น ช่วยอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้" หมอพูดจบก็ยกมือไหว้เหมือนเคย ผมยกมือไหว้รับพร้อมลุกขึ้นเดินออกจากห้องมา

   ผมออกจากรพ.มาด้วยความรู้สึกที่ดีกว่าทุกๆครั้งที่มารพ.แห่งนี้ การเอาใจใส่ การเป็นธุระติดตามเรื่อง การไหว้อันนุ่มนวล คำพูดเพราะๆและรอยยิ้มอันอ่อนหวานของเจ้าที่รพ.ในวันนี้ ทำให้ผมรู้สึกว่าโลกนี้ยังน่าอยู่ขึ้นอีกเยอะ แม้ความหวังในเรื่องการรักษาด้วยยาราคาแพงนี้จะยังไม่สมบูรณ์ก็ตาม

  ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ขอบคุณคุณหมอและพยาบาลที่ทำให้วันนี้เป็นวันหนึ่งในชีวิตของผมที่มีความสุข เป็นวันหนึ่งที่มีความรู้สึกดีๆ  เป็นวันหนึ่งที่ชีวิตมีความหวังที่ให้สู้ต่อไป

   ...........