วันนี้นักการศึกษาไทยบอกว่าต้องสอนให้เด็กคิดมากกว่าท่องจำ แต่ทำไมแม่สูตรคูณยังท่องจำกันจัง   ด้านหลังสมุดนักเรียนก็ยังเหมือนเดิมเหมือนสมัยผมเป็นเด็ก คือ มีแม่สูตรคูณพิมพ์ไว้ถึงแม่ ๒๕ โน่น (ซึ่งสมัยเป็นเด็กผมท่องได้ทุกแม่เลยเชียวนะ แต่วันนี้ลืมหมดแล่ว)

 

วันนี้ผมมานั่งเพ่งแม่สูตรคูณแล้วคิดว่า  จริงๆแล้วท่อง “จำ” แค่แม่ ๒ กะ แม่ ๓ ก็น่าจะพอแล้ว  ที่เหลือให้เด็ก “คิด” เอาเอง .....ถ้าทำได้แบบนี้ผมว่าอาจเป็นการปฏิวัติระบบคิดของคนในชาติทีเดียวก็เป็นได้ เพราะสมองได้รับการกระตุ้นแบบใหม่ อาจเกิดอะไรใหม่ๆขึ้นได้มาก

 

เช่น ถามว่า 5x6 = ?  ถ้าเรารู้แม่สูตรคูณแค่แม่ 2  3 จะทำอย่างไร (สมมติว่าเรียนรู้หลักการ บวก ลบ มาแล้ว)   ..วิธีหนึ่งคือ แตกโจทย์ออกเป็น 5x6 = (2+3)x6 = 12+18 = 30 ...ซึ่งสูตรคูณแม่ 2 3 และหลักการบวกก็พอแล้ว แต่มันมีหลายขั้นตอนมากกว่า ซึ่งมาจากการ “คิด” ไงล่ะครับ จำให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น ที่เหลือหัดคิดเอาบ้าง คิดบ่อยๆ มันจะเป็นอัตโนมัติและเร็ว อีกทั้งทำให้สมองได้ออกกำลังกาย

 

 

ถามว่า 9x8=?   ...แตกออกเป็น (3x3x8)= 3x24= 3x(20+4)=60+12=72      

หรือ (10-1)x8 ก็ได้ = 80-8=72

 

วิธีแบบนี้ทำให้ได้คิดพลิกแพลงหลายต่อมาก ทำให้สมองเด็กแข็งแรงและพัฒนา

 

หรือว่าไปแล้วจะให้ท่องถึงสักแม่ ๕ พอไหม ที่เหลือคิดเอาเอง

9x8= (5+4)x8=40+32=72 ก็ลดขั้นตอนลงได้ ...เป็นทางสายกลางที่ประนีประนอมการจำกับการคิด

 

13x17=?...=(10+3)x17= 170+3x(10+7)= (170+30)+21=221...ทั้งหมดนี้คิดในใจด้วยนะ  มันจะช่วยฝึกสมองได้มากเลย

 

 

การหารก็แทรกเข้ามาได้ เช่น   8x5=8x10%2=80%2=40

 

ของง่ายๆนี้บางทีเราเคยชินเราก็ไม่ค่อยคิด แท้จริงแล้วถ้าเราฝึกเด็กเราแต่เล็กๆ มันอาจช่วยพัฒนาสมองมากจนเตลิดเกินกว่าจินตนาการของเราจะพาไปได้

 

พอขึ้นม. ๑ ก็ให้หัดท่องแม่สูตรคูณใหม่ ...คราวนี้เอาถึงแม่ 9 แต่คราวนี้พอท่องจำพวกเขาจะคิดตามว่า เออ...สูตรสำเร็จนี้มันมีที่มาจากการบวก ลบ หาร อย่างไร  ไม่ใช่ท่องแบบนกแก้ว นักการเมืองไทยวันนี้

 

...คนถางทาง (๑๙ เมษ. ๒๕๕๕)