ในคาบสุดท้ายของภาคเรียนวิมังสา  คุณครูสุ – สุภาพร กฤตยากรนุพงศ์  ก็ได้พบว่า

 

การสะท้อนความคิดของลูกศิษย์วัย ๑๐ ปี ไม่ต่างอะไรกับความใสของกระจกที่สะท้อนความรู้สึกที่ใสสะอาดของพวกเขาออกมาอย่างตรงไปตรงมา ผ่านประโยคคำถามสั้นๆ ว่า “ครูสอนพวกเราแล้วครูได้เรียนรู้อะไรบ้างหละครับ” (ลูกไม้)

 

ไม่อยากเชื่อว่าคำพูดประโยคสั้นๆ นี้ จะก่อให้เกิดการเรียนรู้ที่สร้างให้เกิดความสุขเล็กๆ ขึ้นได้ ความรู้สึกตอนนั้นคือ หยุดคิดและทบทวนตัวเองอย่างช้าๆ (ซึ่งโดยธรรมชาติของตนเองจะตอบทันทีโดยไม่หยุดทบทวน แต่ครั้งนี้หยุดไว้ได้ทัน) ก่อนที่จะตอบออกไปว่า

 

“ครูต้องขอบคุณพวกเราที่สอนให้ครูรู้ว่า บางครั้งครูเร็วเกินไปในหลายจังหวะ ครูเปลี่ยนเรื่องในการเรียนรู้ของพวกเราเร็ว การรอฟังความคิดของพวกเราในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยังเร็วอยู่”

 

“ครูก็เปลี่ยนได้นะครับ” เสียงเด็กคนหนึ่งพูดขึ้น

“คาบหน้าครูก็สอนให้ช้าลงซิครับยังมีโอกาส” (ดล)  

จากนั้นก็มีคำพูดเพิ่มขึ้นอีก “ใช่ๆครูสอนเข้าใจนะคะ แต่หนูเรียนกับครูสุแล้วหนูจะหลับค่ะ เพราะว่าเสียงครูสุสม่ำเสมอทั้งคาบเลย” (พิ้ง)

 

แล้วเด็กๆ หลายคนในห้องก็บอก “ใช่ๆ... ครูลองเปลี่ยนดูนะคะ / นะครับ”

 “แต่สิ่งที่หนูได้หนูได้วินัยจากครูค่ะ”  เสียงเล็กๆ ดังลอยมา โดยที่ครูเองก็ฟังไม่ทันว่ามาจากไหน  

 

จากวันนั้นเองทำให้เราต้องกลับมาทบทวนตนเองอย่างช้าๆ และเราเริ่มที่จะฟังคนอื่นพูดกับเราอย่างช้าๆ มากขึ้น  ระวังและจดจ่อกับเรื่องราวในการสนทนากับคนที่เข้าสนทนากับเราเพิ่มมากขึ้น  เรียนรู้ทีละเล็กที่จะค่อยๆ ลดความเร็วของตนเองลง  รวมถึงการพยายามทำอะไรให้ช้าลงด้วย

 

สิ่งที่สำคัญของการเรียนรู้ คือ ต้องเริ่มที่ตัวเราเองว่าเราอยากเปลี่ยนไหม

 

ความเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เพียงแค่ความคิด  แต่การเปลี่ยนแปลงหมายถึงการที่เราพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ที่เข้ามากระทบ  อย่าท้อที่จะปรับเมื่อถูกกระทบ อย่าล้าที่จะแก้ไขข้อผิดพลาด อย่าอ่อนแรงที่จะลงมือทำแม้มันจะขัดความรู้สึกในบางครั้ง

 

นักเรียนในห้องยังให้โอกาสเรามาตลอด  พวกเขาไม่เคยบอกเราเลยว่าครูเป็นแบบนี้แบบนั้น  แต่พวกเขาก็เรียนรู้ร่วมกันกับเรามาตลอดเทอมโดยพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองก่อน

 

กระจกบานเล็กๆ เหล่านี้ ช่วยสะท้อนภาพให้เราเห็นตัวเองได้ชัดเจนขึ้นว่าเราไม่เคยคำนึงเรื่องเหล่านี้เลย  เรารู้เพียงว่าจะสอนอย่างไรให้เขาเกิดการเรียนรู้ได้ แต่ไม่ทันระวังว่าในกระบวนการเรียนรู้มีความละเอียดมากมายที่เราต้องระมัดระวังอย่างมีสติตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการฟัง การคิดตาม หรือการแก้ปัญหาของผู้เรียน

 

เรื่องของจังหวะอาจเป็นสิ่งสำคัญ แต่ที่สำคัญที่สุดคือจังหวะที่มีสติ ที่จะช่วยกำกับไม่ให้เวลาหลุดออกไปไกล

 

ขอบคุณครูนุ่นและครูม่อนที่มีส่วนสะท้อนและให้โอกาสในการร่วมเรียนรู้กับกลุ่มครูคณิตศาสตร์  ขอบคุณครูเล็กที่เปิดโอกาสให้ได้มาสอนนักเรียนชั้นเล็ก และขอบคุณนักเรียนชั้น ๔ ที่ทำให้เราละเอียดอ่อนขึ้นทั้งจิตใจและพฤติกรรม

         

 

คุณครูสุ - สุภาพร  กฤตยากรนุพงศ์  บันทึก