เหตุปัจจัยของปัญหาความรุนแรงที่ภาคใต้มีหลายอย่างที่พันกัน แต่ที่สำคัญประการหนึ่งคือ ความยากจน ดังนั้นถ้าสามารถทำให้ประชาชนมีฐานะดีขึ้นก็น่าจะบรรเทาปัญหาไปได้มากโข หรือแม้กระทั่งหมดไป ดังเช่นที่ อ. เบตง จ.ยะลา มีเศรษฐกิจดี จึงมีความรุนแรงน้อยกว่าพื้นที่อื่นมาก
ถ้ามาดูข้อมูลจังหวัดกันบ้าง
สตูลมีรายได้ตัวหัวประชากร 95.8 พันบาท
ยะลา 82.7 นราฯ 61.6 ปัตตานี 56.2
จะเห็นว่าสตูลนั้นเมื่อก่อนมีปัญหาเดี๋ยวนี้ก็หมดไปแล้ว (เพราะรายได้ดีกว่าเขาเพื่อน) ผมเชื่อว่าถ้าลองทำสถิติเหตุการณ์รุนแรงต่อหัวประชากรบ้าง มันจะฟ้องเลยว่าจังหวัดที่มีรายได้น้อยที่สุดจะมีความรุนแรงสูงสุด
การแก้ปัญหาด้วยแนวทางเศรษฐกิจคือ สร้างงานที่มีรายได้ดีให้กับประชาชนในพื้นที่นั่นเอง
โดยข้าพเจ้าขอเสนอแนวทาง 3 ขนาน คือ
- รัฐนำร่องด้วยการเปิดกิจการรัฐวิสาหกิจขนาดกลาง กระจายในพื้นที่ เช่น อาหารทะเล อาหารกระป๋อง(ผลไม้) โรงงานแปรรูปยางพาราเป็นสินค้า (แทนที่จะส่งขายตปท. ดิบๆ เหมือนที่ผ่านมา)
2. ส่งเสริมให้เอกชนเข้าไปลงทุน โดยให้สิทธิพิเศษด้านภาษี (เข้าใจว่ามีกลไกนี้อยู่แล้ว)
3. ส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมขนาดเล็กในท้องถิ่นระดับตำบล ในรูปแบบพิเศษ เช่น ให้กู้ราคาถูกระยะยาว หรือ รัฐร่วมลงทุน หรือ ระดมทุนจากภายในหมู่บ้าน ทั้งนี้การใช้แรงงานถือเป็นการลงทุนด้วย มีการให้ค่าแรง และยังมีการปันผลกำไรให้แรงงานอีกด้วย
ความจริงแล้ววิธีดังกล่าวนี้ (โดยเฉพาะข้อ 3) ข้าพเจ้าได้เคยเสนอไว้ในหลายแห่งแล้ว ว่าควรเป็นนโยบายชาติที่สำคัญโดยทำทั่วประเทศ แต่วันนี้เห็นว่าความเร่งด่วนอาจเป็นที่สามจว.ภาคใต้ก่อน (ทั้งที่พื้นที่อีสานยากจนกว่าสามจว.นี้เสียอีก)
ในรายละเอียดนั้นโรงงานระดับตำบลเหล่านี้จะต้องวางแผนการผลิตสินค้าอย่างเชื่อมโยงกันด้วย และคำนึงถึงปัจจัยอื่นๆเช่น ระบบผ่องถ่ายสินค้าและวัตถุดิบ การตลาด เป็นต้น
เมื่อทุกคนมีงานทำ มีรายได้ดี ชีวิตมีคุณภาพ ก็ไม่มีใครมีเวลาไปเป็น ผกร. ถึงมีก็คงไม่อยากจะไปลำบากหลบหนี เสี่ยงตายหรอก
...คนถางทาง (๕ เมษายน ๒๕๕๕)
ปล. ปัญหาเสื้อแดงอีสานเผาบ้านเมืองก็อีหรอบเดียวกัน แก้ได้ด้วยวิธีนี้ครับ และยังมีผลดีอื่นๆ ตามมาด้วย เช่น คนไม่ทิ้งถิ่นไปทำงานในนิคมอุตฯริมทะเล
...เฮ้อ..เมื่อไร..จา...ถึงฝั่ง..ซะที...คนถางทาง..(ยายธี)
กำลังว่ายอยู่ครับ คุณยายธี ใกล้หมดแรงเต็มที แต่ยังสู้อยู่ อิอิ