เสด็จพระองค์หญิง ทั้งในฐานะผู้จัดงานและในฐานะที่ทรงเป็นผู้ประสบภัยเมื่อคราวน้ำท่วมปีที่แล้ว ทรงให้ความสนพระทัยในแผนการจัดการน้ำของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังรับฟังความเห็นจากเวทีอย่างใฝ่รู้
ด้านท่านพระครูเองก็แข็งขันไม่แพ้กัน ด้วยเป็นที่ทราบกันดีในหมู่ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดว่า ท่านเป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ อันเป็นเรื่อง “ปลายน้ำ” ที่มีความสำคัญ แต่ขณะเดียวกันก็พยายามให้ทุกฝ่ายช่วยกันปกปักรักษา “ต้นน้ำ” คือ รักษาป่าด้วย ทั้งนี้เพราะตลอดระยะเวลาสิบเอ็ดปีแห่งการเดินธุดงค์อยู่ในป่าเขาลำเนาไพรทั่วประเทศ จนได้ชื่อว่า “พระป่า” นั้น ได้ประจักษ์ชัดว่าทั้งคุณภาพและปริมาณของป่าไม้ลดระดับลงอย่างน่าวิตก
ท่านพระครูเห็นว่า น้ำมีความสำคัญกับชีวิตและเกี่ยวเนื่องกับพุทธธรรม
วัฏจักรของน้ำ มีลักษณะเป็นวงกลมที่สัมพันธ์กันเรื่อยไปจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง กล่าวคือ เมื่อแสงแดดส่องลงมาบนพื้นผิวโลก น้ำจากทะเลและมหาสมุทรก็จะระเหยเป็นไอน้ำลอยขึ้นสู่เบื้องบน เนื่องจากไอน้ำมีความเบากว่าอากาศ เมื่อไอน้ำลอยสู่เบื้องบนแล้ว จะได้รับความเย็นและกลั่นตัวกลายเป็นละอองน้ำเล็ก ๆ ซึ่งจะจับตัวกันเป็นกลุ่มเมฆ เมื่อจับตัวกันมากขึ้นและกระทบความเย็นก็จะกลายเป็นหยดน้ำตกลงสู่พื้นโลก และเมื่อน้ำได้รับความร้อนจากดวงอาทิตย์ก็จะระเหยกลายเป็นไอน้ำ และไอน้ำก็จะรวมตัวกันเป็นเมฆและกลั่นตัวเป็นหยดน้ำตกลงมาสู่พื้นโลกอีก
ด้วยวัฏจักรเช่นนี้ จึงกล่าวได้ว่า ไม่มีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่แท้จริง
วัฏจักรของชีวิตก็ไม่แตกต่างกัน จุดเริ่มต้นไม่ได้อยู่ที่วันเกิด และจุดสิ้นสุดของชีวิตก็ไม่ได้อยู่ที่วันสิ้นลม อันนี้หมายถึง ชีวิตคนทั่วไปที่ยังไม่ได้หลุดพ้นจากสังสารวัฏ ตายแล้วก็เกิดอีก เกิดแล้วก็ตายอีก เวียนวนอยู่เช่นนั้น ชาติภพหนึ่งๆ จึงเป็นเพียงเส้นตรงเส้นสั้นๆ ที่ถูกนำมาเรียงต่อกันเป็นวงกลมจนไม่อาจบอกได้ว่า จุดใดคือจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุด
การเข้าใจว่าชีวิตเป็นเพียงเส้นตรงเส้นเดียวเส้นหนึ่ง นับเป็นเรื่องที่อันตรายยิ่ง เพราะมันจะสัมพันธ์กับมุมมอง วิธีคิด หรือกระบวนทรรศน์ต่อการดำเนินชีวิต อันนำไปสู่หนทางแห่งความประมาท
ครั้งหนึ่งในพุทธกาลสมัย พระพุทธเจ้าได้ตรัสถามลูกสาวนายช่างทองว่า “น้องหญิง เธอมาจากไหน” หญิงสาวตอบว่า “ไม่ทราบ” พระองค์ถามต่อไปว่า “เธอกำลังจะไปไหนเล่า” เธอบอก “ทราบ” “แล้วเธอมาทำอะไรที่นี่” เธอตอบทราบเช่นกัน ผู้ฟังที่นั่งอยู่ ณ ที่นั้นต่างตำหนิว่า เธอตอบอย่างเล่นลิ้น
แต่หญิงสาวคิด ด้วยพระองค์คือพระสัพพัญญูตญาณ ผู้เป็นศาสดาแห่งพระศาสนา คำถามของพระองค์จักต้องลึกซึ้งเกินกว่าความคาดหมายถึงคำตอบง่ายๆ ว่าเธอมาจากบ้านไหนหรือมาจากเมืองใด เหตุที่ตอบว่า “ไม่ทราบ” ก็เพราะความไม่รู้ด้วยแท้จริงว่า ตนเองมาจากภพภูมิใดในอดีต และเหตุที่ตอบ “ทราบ” ว่ากำลังจะไปไหนนั้น เพราะรู้ว่ากำลังย่างก้าวไปสู่ความตายในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ส่วนการมาทำอะไรที่นี่ เธอรู้เพียงว่ามาเพื่อใช้หนี้กรรมเก่าและสร้างบารมีหรือกำไรใหม่ให้ชีวิต
ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง หรืออาจเรียกว่า “สัมมาทิฏฐิ” จึงนับเป็นเรื่องสำคัญ
“ถูกต้อง” ในที่นี้ หมายถึง ถูกต้องตามความจริง และต้องเป็นความจริงขั้นปรมัตถ์เท่านั้น ความจริงในระดับนี้ไม่อาจผันแปรได้ด้วยอำนาจใดๆ ไม่ว่าจะเป็นด้วย “กาละ” หรือ“เวลา” และ “เทศะ” หรือ “สถานที่” มันจึงไม่ใช่วาทกรรมที่นำไปสู่ “มายาคติ” ในท้ายที่สุด
ความรู้ในความจริงขั้นปรมัตถ์ คือ ความรู้ว่า สรรพสิ่งใดๆ ล้วนไม่เที่ยง ทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้ และบังคับบัญชาไม่ได้ หรือที่เรียกว่า พระไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา สิ่งที่ดีที่สุดของการมีความรู้ในความจริงขั้นปรมัตถ์ หรืออย่างน้อยที่สุด การสำเหนียกในความจริงขั้นปรมัตถ์นั้น ก็คือ การทำให้เราสามารถที่จะ “จัดการ” กับชีวิต น้ำและสรรพสิ่งได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
แวะมาเยี่ยมชม