การเดินทางข้ามชาติ กับ เอกสารพิสูจน์ตนระหว่างการเดินทางข้ามชาติ ของคนต่างด้าวในประเทศไทย Travel document และ เอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Certificate - E.C.) –บันทึกจากช่วงการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายกรณีของพรทิพย์
จากกรณีศึกษา “เรื่องการสมรสข้ามชาติ ระหว่างคนไร้สัญชาติในประเทศไทย กับชายสัญชาติญี่ปุ่น” ซึ่งสำเร็จลง และนำไปสู่ การศึกษาภาคต่อในเรื่องของ “การเดินทางข้าชาติของคนไร้สัญชาติ เพื่อใช้ชีวิตกับครอบครัวสัญชาติประเทศผู้รับ”
กรณีศึกษาดังกล่าว คือ
เรื่องราวของ พรทิพย์ (หญิงไร้รากเหง้า ซึ่งเป็นคนไร้สัญชาติในทะเบียนราษฎรของประเทศไทย ประเภทบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน ทร.38 ก) กับฝ่ายชาย คูโดะ (สัญชาติญี่ปุ่น) และเด็กหญิงยูริ (อดีตเด็กไร้สัญชาติในประเทศไทย ที่พัฒนาสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายสัญชาติของประเทศญี่ปุ่น จนได้รับการบันทึก เป็นคนสัญชาติญีปุ่นตามหลักสายโลหิตจากบิดา และอยู่ระหว่างการยื่นขอมี หนังสือเดินทาง (Passport) จากรัฐเจ้าของตัวบุคคล คือ ประเทศญี่ปุ่น
หากพิจารณาถึง บริบทของการเดินทางข้ามชาติจากประเทศหนึ่ง สู่ดินแดนของอีกประเทศหนึ่ง เราเลี่ยงไม่ได้ที่จะกล่าวถึง “เอกสารพิสูจน์ตนระหว่างการเดินทาง” ซึ่งจากกรณีศึกษาของ “สมาชิกทั้ง 3 ในครอบครัว” ที่กล่าวมาข้างตน เราจะสามารถมองเห็นถึง “แนวทางที่จะมีเอกสารพิสูจน์ตนระหว่างการเดินทางข้ามชาติ ของคนที่มีสถานะตามกฎหมายที่แตกต่างกัน” แยกให้เห็นโดยง่ายคือ
- กรณีคนมีสัญชาติ “นายคูโดะ” คนสัญชาติญี่ปุ่น รัฐเจ้าของสัญชาติของบุคคล คือ ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้ออก “หนังสือเดินทาง” (Passport) ให้กับคนของรัฐตน นายคูโดะ จึงสามารถใช้เอกสารดังกล่าวเดินทาง ไปมาระหว่างประเทศไทย และญี่ปุ่น เพื่อเยี่ยมเยียนลูก และภรรยาได้เสมอ
- กรณีคนไร้สัญชาติ (อดีต) “เด็กหญิงยูริ” เด็กคนนี้มีปัญหาเรื่องสัญชาติในช่วงแรกเธอไม่สามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ แต่เมื่อเธอได้เข้าสู่กระบวนการพิสูจน์สัญชาติตามกฎหมายสัญชาติของญี่ปุ่น จนเธอได้รับการรับรองสถานะ เป็นคนสัญชาติญี่ปุ่น –จากคนไร้สัญชาติในประเทศไทย สู่คนมีสัญชาติของรัฐต่างประเทศ- เธอกำลังอยู่ในกระบวนการขอมีหนังสือเดินทาง (Passport) จากรัฐต่างประเทศดังกล่าว ในฐานะคนของรัฐนั้น
- กรณีคนไร้สัญชาติ ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์สัญชาติของตนเองได้ หรือก็คือไม่สามารถพัฒนาสิทธิในสัญชาติของตนเองได้ ซึ่งอาจจะมีเหตุผลมาจากหลายสาเหตุ สาเหตุประการหนึ่งอาจจะมาจาก “การขาดกฎหมาย กระบวนการที่แน่นอนในการเข้าสู่การพัฒนาสิทธิในสัญชาติ” –ตัวอย่างของกรณีคนไร้รากเหง้าในประเทศไทย- ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว เราพบว่าคนลักษณะนี้ในประเทศไทย ยังเผชิญกับอุปสรรคในเรื่อง สิทธิในการเดินทางไปต่างประเทศ และสิทธิในการมีเอกสารพิสูจน์ระหว่างเดินทางข้ามชาติ-----เรื่องราวของพรทิพย์ เป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนในสถานการณ์ดังกล่าว
สำหรับประเทศไทย เอกสารพิสูจน์ตนสำหรับการเดินทางข้ามชาติที่รัฐไทยออกได้นั้น เราพบว่ามี 3 ประเภท (ขณะนี้)
- หนังสือเดินทาง (Passport) ให้กับคนสัญชาติไทย
- เอกสารเดินทางสำหรับคนต่างด้าว (Travel Document for Aliens-T.D) ให้กับคนต่างด้าวในประเทศ ที่มีจุดเกาะเกี่ยวเข้มข้นในประเทศไทย –ในทางปฏิบัติ คือ
- คนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทย หรือบุคคลที่ไม่อาจขอรับหรือถูกปฏิเสธการออกหนังสือเดินทางหรือเอกสารเดินทางจากทางการของประเทศที่ตนเคยได้รับสัญชาติเดิม
- บุคคลไร้สัญชาติที่พำนักอยู่ในประเทศไทย
- คนต่างด้าวที่ได้รับถิ่นที่อยู่ถาวรในประเทศไทยภายใต้โครงการให้ถิ่นที่อยู่ถาวรแก่คนต่างด้าวภายใต้โครงการ
- การออกเอกสารเดินทางฉุกเฉิน (Emergency Certificate - E.C.) ให้กับคนต่างด้าวในประเทศไทย ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้
- ผู้ลี้ภัยทางการเมือง
- เด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยในความดูแลของกรมประชาสงเคราะห์
- คนต่างด้าวที่ทำหนังสือเดินทางสูญหาย ซึ่งไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลของคนชาตินั้นในประเทศไทย
- ทารกของคนต่างด้าว ซึ่งไม่มีสถานทูตหรือสถานกงสุลของคนชาตินั้นในประเทศไทย
วันนี้เราได้หารือกับคุณนภาภัทร เจ้าหน้าที่ของกองตรวจลงตราและเอกสารเดินทางสำหรับคนต่างด้าว กระทรวงการต่างประเทศ กรณีการเดินทางไปต่างประเทศของพรทิพย์ กับการได้รับอนุญาตให้เดินทางกลับเข้าประเทศไทย โดยการได้รับ Re-entry Visa กลับเข้าประเทศไทย (คุณนภาภัทร ยังคงน่ารักเช่นเดิมเหมือนตอนทำเรื่องของ สมบูรณ์และกิติยา เธอยินดีให้ความรู้กับเราเสมอๆ ทุกครั้งที่เราหารือไป)
หลังจากอธิบายข้อเท็จจริงของพรทิพย์ให้กับเจ้าหน้าที่ฟัง เพื่อหารือเรื่องการขอเอกสารเดินทางสำหรับคนต่างด้าว Travel Document for Aliens-T.D และการขอ Re-entry Visa ให้กับพรทิพย์ ทำให้เราพอจะสรุปความรู้เบื้องต้นที่เราได้รับคือ
คนไร้สัญชาติที่ไม่ได้มีสิทธิอาศัยถาวรในประเทศไทย และได้สมรสกับชาวต่างชาติและประสงค์จะเดินทางไปอยู่กับครอบครัวใหม่ในต่างประเทศนั้น เคสลักษณะนี้ประเทศไทยโดยกระทรวงมหาดไทยยินยอมให้เดินทางออกไปได้ขาเดียว แต่ไม่ได้อนุญาตให้กลับเข้ามา ทางปฏิบัติที่ผ่านมาจึงไม่ได้ออก Travel Document for Aliens-T.D และ Re-entry Visa ให้กับคนที่มีสถานะดังกล่าว
ทังนี้เป็นเพราะว่าทางปฏิบัติ การออกเอกสารเดินทางชนิด Travel Document for Aliens-T.D ให้นั้นมักจะเป็นกรณีที่ประเทศไทย โดยกระทรวงมหาดไทยยินยอมให้เขากลับเข้าประเทศไทย โดยที่สถานะบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎรของประเทศไทย ของบุคคลดังกล่าวไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด ยกตัวอย่างกรณีของอาจารย์อายุ (ตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันดนตรีต่างประเทศ) น้องหม่อง ทองดี (ตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันพับเครื่องบินกระดาษ) สมบูรณ์และกิติยา ริมพู (ตัวแทนประเทศไทยแข่งขันวงโยธวาทิต)
หากลองพิจารณา ว่าเหตุผลอะไรที่เป็นฐานรองรับให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาอนุญาตให้คนไร้สัญชาติ เหล่านั้นเดินทางออกนอกประเทศไทย และเดินทางกลับเข้ามาประเทศไทย อันนำไปสู่กระบวนการที่กระทรวงการต่างประเทศยินยอมออก Travel Document for Aliens-T.D ในที่สุด มาจาก เหตุผลความจำเป็นใน 2 ประเด็นหลัก กล่าวคือ คุ้มครองสิทธิในการเดินทางเพื่อแสวงหาคุณภาพชีวิตที่ดี และการไปร่วมการแข่งขันต่างๆ ของคนไร้สัญชาติ เป็นการไปในนามของประเทศไทย (เมื่อไปอย่างถูกกฎหมาย พอแข่งขันเสร็จ ประเทศไทยก็ต้องยินยอมให้เขากลับเขามาในประเทศ)
แล้วกรณีพรทิพย์ ซึ่งต้องการเดินทางไปต่างประเทศเพื่อใช้สิทธิในการอยู่ร่วมกับครอบครัว (ซึ่งถือเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานประการหนึ่ง) โดยทางปฏิบัติทำอย่างไร ??? – เป็นไปได้ว่า กรณีดังกล่าวยังไม่ถูกมองว่า เป็นเหตุผลความจำเป็นในการเดินทางไป อันเนื่องจากเป็นเหตุผลส่วนตัวเพียงฝ่ายเดียวของเคส (แล้วอะไร คือ ความจำเป็นล่ะ ???) ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมาเคสลักษณะดังกล่าวปรากฎเพียงว่ากระทรวงมหาดทไทยยินยอมให้เดินทางออก แต่ไม่ได้อนุญาตให้เดินทางกลับเข้ามาโดยคงสถานะเดิมไว้ ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ไม่ได้ออก Travel document for aliens ให้กับกรณีดังกล่าว แต่????
สำหรับ ทางปฏิบัติที่ผ่าน กระทรวงมหาดไทยยินยอมให้ หญิงไร้สัญชาติที่สมรสกับชายต่างชาติ เดินทางไปต่างประเทศเพื่ออยู่กับครอบครัวได้ โดยที่ไม่อนุญาตให้เดินทางกลับเข้ามา (เป็นลักษณะของไปแล้วไปเลย) โดยอาศัยวิธีปฏิบัติ คือ
ทางกระทรวงมหาดไทย จะพิจารณาว่าหญิงไร้สัญชาติ (หรืออาจจะเป็นชายไร้สัญชาติก็ได้) ได้สมรสจริง และการไปนั้นต้องมีเหตุผลรองรับว่า “บุคคลนั้นต้องกำลังเข้าสู่กระบวนการแปลงสัญชาติตามคู่สมรส” ซึ่งต้องมีเอกสารหลักฐานมายืนยันกับทางกระทรวงมหาดไทยว่าดำเนินกระบวนการอยู่ หน่วยงานที่ดูแลเรื่องการแปลงสัญชาติตามสามีในประเทศของสามีทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และประเทศของสามียินยอมของเอกสารเดินทางสำหรับคนต่างด้าว Travel document ในฐานะคู่สมรส ให้กับคนไร้สัญชาติ ทั้งนี้เพราะกระทรวงมหาดไทยของประเทศไทยก็ไม่ต้องการปล่อยให้คนไร้สัญชาติในประเทศไทย ต้องไปลอยเคว้งในอีกประเทศหนึ่ง
หากเป็นเช่นนี้ ส่วนใหญ่ทางกระทรวงมหาดไทยก็จะอนุญาตให้เดินทาง และประสานผลการอนุญาตมายังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้ออกเอกสารเดินทางออกนอกประเทศแบบขาเดียว (ไม่แน่ใจว่าเป็น (Emergency Certificate - E.C.) เพื่อแสดงกับด่านที่ ตม. ในสนามบิน แล้ว ตม. ก็จะอนุญาตให้เดินทางออกไปได้
สุดท้ายแล้วคงต้องมาติดตามกันต่อไปว่าแล้ว พรทิพย์ จะเดินทางไปอยู่กับสามีในประเทศญี่ปุ่นได้หรือไม่ โดยใช้เอกสารพิสูจน์ตนอะไรในการเดินทาง และจะได้รับสิทธิในการกลับเข้าประเทศหรือไม่อย่างไร เธอจะต้องเสียสิทธิในสถานะบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎรของประเทศไปเลยหรือ ทั้งที่ประเทศนี้เป็นประเทศที่เธออยู่อาศัยมาทั้งชีวิต อย่างน้อยก็ตั้งแต่ช่วงที่เธออายุได้ 2 ขวบ ซึ่งมีคนสัญชาติไทย ครอบครัวบุญธรรมของเธอยืนยันได้ตลอดมาว่า เธออยู่ในประเทศไทย มาโดยตลอด แม้ว่าเราจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า เธอเกิดที่ไหนก็ตาม