สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (2)

ไอศูรย์
ความคิดเห็นตรง ๆ / รับได้เพราะมีไมตรีจิต / ช่วยกันสร้างบ้านเมือง

วันจันทร์ที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2549 หลังจากเสร็จสิ้นการบรรยายเรื่อง ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการสอนงาน ในช่วงครึ่งวันเช้าที่ศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงาน ผมก็เดินทางไปโรงเรียนเมืองชุมพรตามที่ได้รับเชิญจากคณะผู้จัดทำสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดชุมพร เขต 1 เพื่อพิจารณาผลการจัดทำ เอกสารกรอบการจัดการเรียนรู้สาระท้องถิ่น ต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2549 ซึ่งได้เคยนำเสนอไว้ที่ http://gotoknow.org/blog/buildchumphon/41410

ที่ประชุมซึ่งดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงเช้ากำลังพิจารณารายละเอียดในตัวเอกสาร โดยให้ความสำคัญกับการใช้คำ (Wording) ประกอบการเขียนสิ่งที่เรียกว่า มาตรฐานการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับสาระท้องถิ่นจังหวัดชุมพร

ผมได้รับเอกสารดังกล่าวมา 1 เล่ม มีความหนาประมาณ 60-70 หน้า เมื่อพลิกอ่านไปเรื่อย ๆ ความรู้สึกบอกตัวเองว่า คณะผู้จัดทำซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิกำลังติด กับดัก ของแบบฟอร์มตารางที่ถูก ส่งตรง มาจากส่วนกลางเสียแล้ว

จากจุดเริ่มต้นของการพิจารณา สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น โดยตั้งหลักอยู่ที่ 8 กลุ่มสาระวิชา คือ ภาษาไทย , คณิตศาสตร์, วิทยาศาสตร์, สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม, สุขศึกษาและพลศึกษา, ศิลปะ, การงานอาชีพและเทคโนโลยี, ภาษาต่างประเทศ มาบัดนี้ผลการจัดทำได้ออกมาเป็นการกำหนด หัวข้อ ที่คิดว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องราวในท้องถิ่นแยกย่อยลงไปใน 8 กลุ่มสาระวิชา แยกย่อยลึกลงไปอีกในช่วงชั้นที่ 1 4

ดูเหมือนว่าคณะผู้จัดทำฯ เริ่มปฏิบัติหน้าที่ วางกรอบ-คิดแทน-ชี้นำ-กำหนดประเด็น-ออกแบบเนื้อหา โดยเข้าใจว่า นี่คือการ ช่วยเหลือ ให้ครูได้นำไปใช้จัดทำแผนการสอนตามธรรมเนียมปฏิบัติที่คุ้นเคย

นี่คือการทำงานในรูปแบบที่ผมเรียกว่า Education Mode ซึ่งเมื่อนำไปปฏิบัติ มรรควิธี ที่เลือกใช้ก็หนีไม่พ้นที่จะต้องเป็น การสอน (Teaching) โดยครูเป็นผู้ถ่ายทอด ให้นักเรียนเป็นผู้รับ มีกิจกรรมเสริมอยู่บ้างก็คงจะเป็นการทำรายงาน, ชิ้นงาน ตามโจทย์ที่ครูกำหนด

ภูมิปัญญาชาวบ้าน, แหล่งเรียนรู้ และหน่วยงานในท้องถิ่น อาจจะเข้ามามีบทบาทในกระบวนการสอนเพราะได้ชื่อว่าเป็นเรื่องของท้องถิ่น แต่ก็คงจะทำหน้าที่ ตอบให้ตรงคำถาม ก็เป็นที่พอใจแล้ว เพราะสิ่งที่ครูบาอาจารย์เป็นห่วงก็คือ สิ่งที่เรียกว่า ได้มาตรฐาน, ครบถ้วน, ถูกต้อง ฯลฯ ออกข้อสอบมาวัดผลในลักษณะ ถูก-ผิด ได้ เพราะคำตอบมีอยู่เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น

คำว่า There isn’t only one solution for each problem. คงจะนำมาใช้ไม่ได้

ผมนิ่งเงียบไม่ออกความเห็นไปชั่วขณะใหญ่ เพราะพยายามทำความเข้าใจเงื่อนไขและการทำงานของคณะผู้จัดทำฯ พยายามอ่าน กระบวนทัศน์ ที่เป็นตัวผลักดันให้ ผลผลิต ของการจัดทำสาระการเรียนรู้ท้องถิ่นออกมาในลักษณะนี้ โดยไม่ได้ติดตามการแก้ไข Wording ซึ่งเป็นเรื่องที่ที่ประชุมกำลังดำเนินการอยู่

ผมสังเกตว่า การนิ่งเงียบ ของผมสร้าง สภาวการณ์ บางอย่างให้ที่ประชุมได้ รับรู้ ใน ความแตกต่างทางความคิด จนในที่สุดก็นำมาสู่ คำถาม เพราะมีความต้องการทราบ คำตอบ (มากกว่าความรู้สึกว่า เสียเวลา)

นี่คือ ทักษะ KM ประการหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องฝึก และนำมาใช้ให้ถูก กาละ-เทศะ

ผมเริ่มต้นด้วยคำพูดตรงไปตรงมาว่า Wording ที่กำลังเป็นห่วงกันอยู่ ในการเลือกใช้คำเรียกชื่อ พระอาวุโสที่เคารพนับถือของชาวบ้าน ซึ่งถ้าเป็นภาษาใต้จะขึ้นต้นด้วยคำว่า พ่อหลวง หรือจะเขียนลงไปในเอกสารเป็นภาษากลางว่า หลวงพ่อ เป็นสิ่งที่เลือกใช้คำใดก็ไม่ผิด เพราะเมื่อส่งเอกสารชิ้นนี้ไปที่กรม, กระทรวง ก็จะไม่มีใครมานั่งจับผิด อาจจะไม่มีใครอ่านด้วยซ้ำ เพียงแต่รับรู้ว่าเมื่อสั่งให้ทำเขาก็ทำส่งมาแล้ว เล่มหนาดี

ผมย้ำความเชื่อของผมอีกครั้งหนึ่งว่า การออกแบบหลักสูตรสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น จะต้องคำนึงถึง กระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (Share Learning) ควบคู่กันไป โดยเป็นการเรียนรู้จากครูผู้สอนในห้องเรียนภายใต้ Education Mode เพียง 20% อีก 80% เป็นการเรียนรู้แบบ KM-Mode เรียนรู้จากกิจกรรมนอกห้องเรียนโดยภาคีต่าง ๆ ณ แหล่งเรียนรู้ในชุมชน

การเรียนรู้แบบนี้ต้องไม่เริ่มต้นด้วยการผูกขาด เนื้อหาสาระ (Content) เพราะใน KM-Mode เราให้ความสำคัญกับค่านิยมว่า ความรู้อยู่ที่ผู้ปฏิบัติ

เนื้อหาสาระ หลั่งไหลออกมาจากชุมชนได้ในรูปแบบของ เรื่องเล่า (Storytelling) และเป็นสิ่งที่นักเรียนจะต้องฝึกทักษะเพื่อ คว้า และ จับ น้อมนำมาใส่ในสมองและมโนสำนึกของตนเอง

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ นอกจากจะทำให้นักเรียนได้ความรู้จาก ฐานคิด ของชุมชนแล้ว ยังเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการบ่มเพาะความรัก ความศรัทธา ตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมประเพณีในชุมชนให้เกิดขึ้นในจิตสำนึกของนักเรียน

เราจะต้องระวัง อย่าขึ้นรถไฟผิดขบวน ระหว่างขบวน Teaching และขบวน Learning

เพราะถ้าขึ้นขบวน Teaching โดยเข้าใจผิดว่า นี่คือ มรรควิธี พาเราไปสู่เป้าหมาย การเรียนรู้ท้องถิ่น ผลจะออกมาว่า เราจะไปไม่ถึงสถานีปลายทาง เสียเวลาเพราะหลงทาง

เราต้องเลือกขึ้นรถไฟขบวน Learning เพราะนี่คือ มรรควิธี พาเราไปสู่เป้าหมาย การเรียนรู้ท้องถิ่น ได้ในที่สุด.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ร่วมสร้างสังคมชุมพร

คำสำคัญ (Tags)#สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น

หมายเลขบันทึก: 48285, เขียน: 05 Sep 2006 @ 00:54 (), แก้ไข: 11 Jun 2012 @ 15:14 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก


ความเห็น (3)

วิเวก
IP: xxx.188.26.180
เขียนเมื่อ 
  • ขออนุญาต  copy นำไปให้คุณครู(ที่บ้าน)อ่าน....อนุญาตนะครับ

อนุญาต...ครับ

ว่าแต่ว่า ตำแหน่งเกษตรอำเภอ กับตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ อันไหนเป็นงานหลัก-งานรอง อันไหนหนักกว่ากัน

เ่ล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ.

นภาลิน ครรชิตวัฒนา
IP: xxx.120.227.93
เขียนเมื่อ 

กำลังจะเปิดโรงเรียนมัธยม  ในต้นปีหน้า 

เป็น Boarding school ที่ อ.ปากช่อง นครราชสีมา

กำลังหาครูมาร่วมทีมทำหลักสูตรและเป็นครูในปีหน้า

รบกวนแนะนำครูพันธุ์แท้ให้ด้วยนะคะ

อยากได้ที่พอจะบูรณาการกระบวนการสอนตามวิถีพุทธได้ด้วย

ติดต่อมาที่ครูเอ  ๐๘๕-๑๖๑๘๑๙๐ หรือ ๐๒-๗๑๓๐๒๖๐-๑