ทฤษฎีระบบ Systems Theory

 

-เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ใช้การวิเคราะห์เพื่อกำหนดองค์ประกอบต่างๆของส่วนรวม

 

-นักวิทยาศาสตร์หลายสาขาเห็นว่าปรากฏการณ์ต่างๆทั้งกายภาพและชีวภาพ มีความเป็นระบบ

 

-การวิเคราะห์ระบบเป็นเครื่องมือสำคัญในการพิสูจน์ให้เห็นคุณค่าในการวิเคราะห์ความซับซ้อนภายในองค์กร และใช้ในการสร้างความสำเร็จ ป้องกันและแก้ปัญหาของเหตุการณ์ที่คล้ายๆกัน

 

ความหมายของระบบ

 

หน่วยรวม (Unified whole) เกิดจากหน่วยย่อยหลายๆหน่วยที่สัมพันธ์กัน (interralated parts) มารวมกันส่วนหน่วยรวมที่เกิดใหม่นั้นจะมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปจากผลรวมของหน่วยย่อยทั้งหมดและการเปลี่ยนแปลงในหน่วยย่อยแต่ละอันถ้าเปลี่ยนจะส่งผลกระทบต่อระบบทั้งหมด

 

ชนิดของระบบ

  1. ระบบปิด (Closed System) เป็นระบบที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก(ระบบทางวิทยาศาสตร์กายภาพ)

เช่น ระบบงานในโรงงานอุตสาหกรรม,ระบบการทดลองในห้องปฏิบัติการ,เครื่องปรับอากาศ,คอมพิวเตอร์ เป็นต้น

 

ระบบคอมพิวเตอร์

 

หน่วยรับข้อมูล à หน่วยความจำ à หน่วยแสดงผล

 

2. ระบบเปิด (Open System)

 

เป็นระบบที่มีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมภายนอก (มีการแลกเปลี่ยนสารสนเทศกับสิ่งแวดล้อมภายนอก)โดยการแลกเปลี่ยนนี้จะผ่านขอบเขต (boundary) เพราะระบบนี้จะมีการแลกเปลี่ยนกันตลอดเวลาจึงมีสิ่งที่กั้นหรือหุ้มไว้

 

เช่น ระบบสังคม

 

((((((บุคคล)ครอบครัว)ชุมชน)สังคม)ประเทศ)นานาชาติ)

 

องค์ประกอบของระบบ

 

ระบบเป็นชุดขององค์ประกอบ ดำเนินการไปสู่เป้าหมายเดียวกัน

 

1.    ข้อมูลนำเข้า Input

 

2.    กระบวนการประมวลผล Process

 

3.    ผลลัพธ์ Output

 

4.    การควบคุมการย้อนกลับกระบวนการ Feedback Control

 

ลักษณะของระบบ

 

สรรพสิ่งในโลกประกอบกันขึ้นเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กสักเพียงใด ประสิทธิภาพของระบบเกิดจากการทำงานร่วมกัน ระบบย่อยเองก็ไม่ควรทำอย่างลำพัง การทำงานที่สอดคล้องกันเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของระบบ

 

1.    ประกอบด้วยส่วนต่างๆอยู่ในรูปทางกายภาพ เป็นรูปธรรมหรือนามธรรมก็ได้ขึ้นอยู่กับธรรมชาติของระบบ

 

2.    คุณลักษณะประจำตัวเป็นเอกลักษณ์

 

3.    ปฏิสัมพันธ์ เป็นความสัมพันธ์ภาพในระบบ

 

4.    สิ่งแวดล้อม ระบบไม่สามารถดำรงอยู่บนความว่างเปล่าได้ ต้องอยู่กับสภาพแวดล้อม

 

คุณสมบัติของระบบ

 

1.    ความเป็นองค์รวม (Holistic),(Wholeness)

 

ต้องมองระบบเป็นองค์รวม (Holistic View) หรือคิดเชิงองค์รวม (Holistic thinking) และมีความเป็นเอกภพ (universal); มีเนื้อที่,เวลา,สาระ,การเคลื่อนที่,เป็นเหตุเป็นผล,เป็นระบบ

 

2.    ความเป็นลำดับขั้น (Hierarchy)

 

3.    ขอบเขตของระบบ (Boundary)

 

จะอยู่ระหว่างระบบใหญ่กับระบบย่อย หรือ ระบบย่อยกับระบบย่อยด้วยกันเอง เป็นเครื่องแสดงเขตแดนว่าระบบนั้นๆครอบคลุมอะไรบ้าง และอะไรบ้างอยู่นอกเขตแดน การพิจารณาต้องมองให้เห็นถึงขอบเขตของระบบ

 

4.    แบบแผนการทำงานของระบบ (Pattern)

 

เป็นลักษณะที่คงทนแน่นอน จะไม่เบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายของระบบโดยรวม บางครั้งอาจเรียกแบบแผนการทำงานหรือ หน้าที่ของระบบ แบบแผนต้องให้เห็นถึงเนื้องาน หน้าที่ต้องให้เห็นถึงเกณฑ์ของการปฏิบัติต้องไม่ผิดไปจากที่กำหนดไว้

 

5.    โครงสร้างของระบบ

 

เป็นสิ่งต่างๆที่รวมกันขึ้นเป็นระบบมีหน้าที่เสริมประสานกันในกระบวนการทำงานของระบบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของระบบโดยรวม

 

6.    ระบบต้องมีปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อม (Interchange with Environment)

 

สำคัญมากในการออกแบบระบบ ระบบจะได้รับปัจจัยที่ป้อนเข้าจากสภาพแวดล้อมและระบบจะผลิตผลที่ได้ออกมาให้กับสภาพแวดล้อม

 

7.    มีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาต้องมี

 

1.    มีการคงสภาวะสมดุล

 

2.    มีการจัดระเบียบตนเองใหม่

 

8.    มีการจัดระบบภายใน (Self-Organization) และการคงตนเองไว้ (Self-Maintenance)

 

ต้องมีความสามารถในการปรับตัว ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติด้านการคงตัว ต้องมีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงและจัดระเบียบตนเองใหม่ เกิดจากแรงผลักดันของสิ่งแวดล้อม

 

9.    การควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ภายในระบบ (Self-regulation)

โดยผ่านทางกฎและการสื่อสารต้องปรับเปลี่ยนตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อม มีการป้อนกลับเป็นเครื่องควบคุมตนเอง หรือไซเบอร์เนติกส์

 

การวิเคราะห์ระบบ

 

เป็นวิธีที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำความเข้าใจระบบที่มีความยุ่งยากซับซ้อน เพื่อปรับแก้ไขแล้วสร้างเป็นระบบย่อยใหม่ มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

การวิเคราะห์ระบบและการใช้ทฤษฎีระบบ

 

-การมองปรากฏการณ์ในเชิงระบบทำให้มนุษย์สามารถทำความเข้าใจกับปรากฏการณ์นั้นๆได้อย่างชัดเจนขึ้น ต้องมีการประยุกต์ใช้ทฤษฎีระบบที่เกี่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

-การใช้ทฤษฎีระบบ (systems approach) เป็นการนำทฤษฎีระบบมาใช้ในการศึกษาหรือดำเนินงาน เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์รวมของระบบทั้งหมดโดยให้ความสำคัญกับระบบย่อยๆและสภาพแวดล้อม

 

-การวิเคราะห์ระบบ (systems analysis) เป็นการศึกษาวิเคราะห์แยกแยะและพิจารณาการดำเนินงานแต่ละองค์ประกอบ ว่าสามารถดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์ได้หรือไม่ มีปัญหาอย่างไร เป็นการทำความเข้าใจความซับซ้อนของระบบที่ต้องการศึกษา

 

แนวคิดในการวิเคราะห์ระบบ

 

เน้นการทำความเข้าใจขั้นตอนที่สำคัญต่างๆของระบบ โดยจะตั้งคำถามคือ

 

-ระบบย่อยมีความสำคัญอย่างไรบ้าง

 

-ระบบย่อยมีหน้าที่อย่างไร

 

-แต่ละระบบมีปัญหาอย่างไร

 

-สัมพันธ์กันอย่างไร

 

-มีความสัมพันธ์กับระบบใหญ่อย่างไร

 

-มีเป้าหมายวัตถุประสงค์โดยรวมคืออะไร

 

-มีเป้าหมายวัตถุประสงค์ย่อยกับใหญ่อย่างไร

 

โครงสร้างการพัฒนาระบบงานและโครงการ (System Development Life Cycle or SDLC)

การวิเคราะห์ออกแบบระบบ คือการทำโดยเจตนาให้มีการปรับปรุงให้ดีขึ้น เริ่มต้นจากผู้ปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ระบบมี 7 ขั้นตอนคือ

 

1.    กำหนดปัญหา Problem Definition

 

ศึกษาความเป็นไปได้ สรุปเป็นข้อกำหนด การนิยามปัญหาตรวจสอบว่าประสบปัญหาอะไรบ้าง

 

2.    การวิเคราะห์ Analysis

 

เริ่มต้นด้วยวิเคราะห์ระบบงานเดิม ทำการจำลองเชิงตรรกะใหม่เป็นแผนภาพกระแสข้อมูล DFD แสดงถึงกระบวนการและข้อมูล รวมถึงแบบจำลองแสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่าง entity ต่างๆในระบบ

 

3.    การออกแบบ Design

 

การนำ logical design ที่ได้จากข้อสองมาทำในรูปของการปฏิบัติจริง (Physical design)

 

4.    การพัฒนา Development

 สร้างชุดคำสั่งต้องการพิจารณาถึงความเหมาะสมของเทคโนโลยีที่ใช้อยู่

เช่น Microsoft Visual Studio.NET,Borland Delphi

 

5.    การทดสอบ Testing

 

ทดสอบโปรแกรมก่อนใช้จริง

 

6.    ติดตั้ง Implementation

 

ติดตั้งโปรแกรมเพื่อใช้งานจริง ทำคู่มือการใช้งาน

 

7.    บำรุงรักษา Maintenance

 ทำให้อยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานได้