การสะสมอาหารโดยการให้ปุ๋ยทางดินมะนาวหากมีอาหารสะสมมากเมื่อดินมีความชื้นก็จะแตกใบอ่อนและออกดอกตามมา เมื่อจัดการสมดุลของแร่ธาตุปุ๋ยให้พอเหมาะก็จะเกิดดอกได้ง่าย
การสะสมอาหารโดยการใช้หินแร่ภูเขาไฟ ซีโอ-พูมิชซัลเฟอร์ ในปัจจุบันเกษตรกรจะใช้กลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟ ซึ่งมีองค์ประกอบของแร่ธาตุฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม กำมะถัน และจุลธาตุต่างๆ อีกมากมาย ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารฟอสฟอรัสในราคาประหยัดเหมือนกับหินฟอสเฟตแต่ไม่ต้องกังวลเรื่องความเป็นด่างที่จะสะสมในดิน และยังได้รับธาตุอาหารรอง ธาตุอาหารเสริมอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยที่ไม่ต้องใช้ทั้งหินฟอสเฟตและโดโลไมท์เลยก็ได้ อีกทั้ง พูมิชซัลเฟอร์ยังมีแร่ธาตุซิลิก้า (Sio2)ที่ละลายน้ำได้จนแตกตัวเป็น ซิลิสิค แอซิด (H4Sio4 ) ที่พืชพร้อมจะดูดกินนำไปใช้ได้ทันที ช่วยทำให้ต้นมะนาวสมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันต้านทานต่อโรคและแมลงได้เป็นอย่างดี
การสะสมอาหารโดยการให้ปุ๋ยทางดินมะนาวหากมีอาหารสะสมมากเมื่อดินมีความชื้นก็จะแตกใบอ่อนและออกดอกตามมา เมื่อจัดการสมดุลของแร่ธาตุปุ๋ยให้พอเหมาะก็จะเกิดดอกได้ง่าย มะนาวที่มีความโน้มเอียงที่จะเฝือใบจะเกิดจากการได้รับไนโตรเจนเกินสมดุล การใส่ปุ๋ยทางดินนั้นต้องไม่ขาดไนโตรเจน แต่ต้องให้มีฟอสฟอรัสและโพแทสเซียมมาก มีธาตุรองและจุลธาตุต่างๆ พอเหมาะโดยการเตรียมการล่วงหน้า โดยอาจจะใช้ปุ๋ยสูตรเสมออย่างเช่น 15-15-15, 16-16-16, 18-18-18 หรือจะร่วมกับปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 ในกรณีที่ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ทางด้านอินทรีย์วัตถุหรือลักษณะของต้นมะนาวไม่สมบูรณ์เพียงพอ
การสะสมอาหารโดยการใช้ปุ๋ยตัวกลางสูง ในส่วนที่ไม่ใช้หินฟอสเฟตให้เพียงพอ และยิ่งถ้าดินเป็นกรด มิได้วัดค่าพีเอชของดิน และไม่ได้ใส่โดโลไมท์ลงไปแก้ไข ทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าคือ ใส่ปุ๋ยตัวกลางสูงเช่น 12-24-12 หรือ 8-24-24 ซึ่งค่อนข้างแพงสักหน่อย แต่เมื่อไม่มีทางเลี่ยงก็จำเป็นต้องใช้ โดยจะช่วยให้ต้นไม้มีความจำเป็นต้องพ่นปุ๋ยทางใบน้อยลง แต่สุดท้ายเราก็มักใช้ปุ๋ยทางใบกันอยู่ดีนั่นเอง เพราะเมื่อฉีดพ่นสารเคมีแก้ปัญหาโรคและแมลง เรามักจะเติมปุ๋ยทางใบลงไปด้วยโดยเห็นว่าไม่เสียค่าแรงงานเพิ่ม
การสะสมอาหารโดยการใช้ปุ๋ยตัวท้ายสูง หากมีการใช้วัตถุบำรุงดินพวกปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกในปริมาณมาก ดินจะมีการอุ้มน้ำได้เก่งขึ้นกว่าเดิม พร้อมๆ กันนั้นจะแสดงอาการมีท่าทีตอบสนองต่อไนโตรเจนมากขึ้น หรือมากจนเฝือใบ พืชสนใจสร้างใบมากกว่าการออกดอกติดผล นับว่าการใช้ปุ๋ยอินทรีย์มากผิดจังหวะ ควรไปใส่มากเมื่อติดผลแล้ว แก้ปัญหานี่โดยจัดสมดุลปุ๋ยด้วยการหยุดปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยไนโตรเจนต่างๆ แล้วใส่ปุ๋ยที่ขาดไนโตรเจนแทนคือ 0-3-0, 0-10-30, 0-0-50, 0-0-60 หรือจะใช้ กลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟ เช่น ซีโอ-พูมิช (Zeo-Pumice) ซึ่งมีค่า ซีอีซี (Cation Exchange Capacity) สูงถึง 100 -200 meq/100g. ช่วยควบคุมจับตรึงปริมาณของปุ๋ยไนโตรเจนมิให้พืชดูดกินไปมากจนเกินสมดุล ช่วยลดการเฝือใบ ต้นแข็งแรง
การสะสมอาหารโดยการให้ปุ๋ยทางใบ ปรกติการใช้ปุ๋ยทางดินจะเสียค่าใช้จ่ายต่ำแต่แสดงผลออกมาช้ากว่า และหากดินมีปัญหา เช่น ดินเปรี้ยวเพราะเป็นกรดจัดก็จับตรึงฟอสฟอรัสและจุลธาตุบางตัว ดินแน่นแข็งก็ทำให้น้ำและปุ๋ยไปถึงรากได้ยากและช้า ดินเนื้อหยาบก็ถูกน้ำชะพาปุ๋ยไปหมดได้ง่ายเวลาฝนตกหนักหรือให้น้ำมาก ปุ๋ยทางใบเทียบราคาต่อกิโลกรัมแล้วจะแพงกว่า แต่พืชสามารถรับไปใช้ได้ทันที ปัจจุบันความสามารถเลือกสูตรต่างๆ ได้ตรงตามที่ต้องการทั้งธาตุหลัก ธาตุรองและจุลธาตุหรือธาตุอาหารเสริม
ถ้าดูสภาพใบยังต้องการไนโตรเจนอีกบ้างก็ใช้ปุ๋ยสูตร 20-20-20, 20-5-30, 6-32-32 ใช้ร่วมกับกลุ่มจุลธาตุรวมเช่น ซิลิโคเทรซ, ไรซ์กรีนพลัส, กรีนอมิโนพลัส ยูนิเลท หรือโปรวิต เป็นต้น การฉีดพ่นบ่อยๆ ระยะใกล้การออกดอกก็จะทำให้มะนาวสะสมอาหารอย่างเต็มที่เช่นนี้จะทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงระยะมะนาวออกดอก
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com