วันที่ 14 มีนาคม 2555

    จากแนวความคิดในการส่งเสริมการเรียนรู้ของนักเรียนระดับประถมศึกษาโดยการแจกเท็บเล็ตให้กับนักเรียน เพื่อใช้ในการค้นคว้าหาความรู้ที่ทันสมัย ทั้งยังเป็นการช่วยเหลือไม่ให้เด็กนักเรียนต้องแบกหนังสือจำนวนมากไปโรงเรียน นับว่า เป็นแนวความคิดที่มีประโยชน์และน่าสนใจ จากการวิเคราะห์ประโยชน์ของการใช้อุปกรณ์เท็บเล็ตเพื่อการศึกษาในการเรียนระดับประถมศึกษานี้ จะพบว่ามีข้อดีหลายประการ เช่น สามารถบรรจุเรื่องราวที่น่าสนใจ โดยอาจจะแปลงบทเรียนปกติ ให้เป็นบทเรียนอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีระบบมัลติมีเดียซึ่งดึงดูดความสนใจของเด็กได้มากกว่าการอ่านหนังสือตามที่คุณครูสอนในชั้นเรียน ซึ่งจะทำให้นักเรียนสามารถเข้าใจเนื้อหาได้ดีขึ้น ประเทศจะตัดต้นไม้เพื่อนำมาผลิตกระดาษน้อยลง ถือเป็นการลดปัญหาโลกร้อนได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนั้นนักเรียนยังสามารถติดตามข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อเวลาถ้าเท็บเล็ตนั้นสามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เนตหรือไวไฟได้ ตัวคุณครูเองก็จะสามารถค้นหาเรื่องราวดีๆ ผ่านยูทูปแล้วนำมาสอนนักเรียน จึงนับว่าทำให้เกิดการปฏิวัติด้านการเรียนการสอนไปสู่ยุคดิจิตอลและรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคไอทีได้เป็นอย่างดี

    แต่อย่างไรก็ตามก็มีเรื่องที่น่ากังวลใจเกี่ยวกับการด่วนตัดสินใจในการดำเนินการในครั้งนี้ที่ผู้ปกครองและคุณครูควรจะพิจารณาในการใช้เท็บเล็ตเพื่อการเรียนรู้ของนักเรียนหลายประการ เนื่องจากในเด็กวัยประถมนี้ยังต้องการเวลาที่จะพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ผ่านกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม ทั้งจากเพื่อนๆ และบุคคลรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ครูอาจารย์ หรือสังคมที่เป็นจริงรอบๆ ตัวเขา การใช้เด็กนักเรียนใช้เท็บเล็ตในขณะที่อายุยังน้อย จะทำให้เด็กขาดโอกาสในการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก เช่น นิ้วมือทั้งสิบ เพราะได้ใช้แค่เพียงปลายนิ้วในการจิ้มหรือลากในเมนูบนเท็บเล็ต กล้ามเนื้อมัดใหญ่ เช่น แขน ขา ก็จะไม่ค่อยได้ใช้ เพราะอาจจะเพลิดเพลินอยู่กับการเล่นเกมหรือท่องอินเทอร์เน็ตบนเท็บเล็ต แม้บางท่านอาจจะบอกว่า สามารถจำกัดเวลาให้เล่นได้ก็ตาม แต่ด้วยความเป็นเด็ก เมื่อมีสิ่งมากระตุ้นความสนใจแบบนี้ ย่อมจะอดไม่ได้ที่จะสนุกจนเพลิน จึงพลาดโอกาสในการเรียนรู้ด้านสังคมกับเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน ส่งผลให้ขาดการพัฒนาในด้านอารมณ์และสังคมอย่างช่วยไม่ได้ อีคิวลดลง ความสามารถในการอดได้ รอได้ ลดน้อยลง สมาธิสั้นลง เพราะทุกอย่างที่ต้องการสามารถหาได้ผ่านเท็บเล็ต เหมือนมีของวิเศษอยู่ในมือ ทนความผิดหวังไม่ได้ ทำงานที่ต้องใช้เวลาหรือความพยายามอย่างหนักได้น้อยลง สื่อสารกับคนไม่เป็น ในที่สุดอาจนำไปสู่การแยกตัว นอกจากนั้นถ้าผู้ปกครองหรือคุณครูไม่ได้สอนให้เด็กรู้จักการคิด ไตร่ตรองอย่างมีเหตุผลและวิจารณญาณ ก็จะทำให้เด็กเกิดการคล้อยตามสื่อออนไลน์ที่เห็นโดยขาดการยั้งคิด อาจจะถูกล่อลวงจากผู้ไม่ประสงค์ดีออนไลน์เข้ามาจนถึงในบ้านโดยที่ไม่รู้ตัว

    ดังนั้นการก้าวตามเทคโนโลยีที่นำสมัย โดยการเปิดโลกของการเรียนรู้ออนไลน์ผ่านเท็บเล็ต จึงเป็นสิ่งที่ท้าทายอย่างยิ่งในการปฏิวัติการเรียนรู้ แต่ก็ต้องไม่ลืมที่จะพัฒนาเด็กนักเรียนของเราให้ครบทุกด้าน ทั้งทางร้างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม ไม่เช่นนั้นแล้วย่อมจะทำให้เกิดปัญหาตามมาไม่สิ้นสุด ทุกสิ่งที่เข้ามามีทั้งข้อดีและข้อควรระวัง หากเรารีบร้อน ไม่รู้เท่าทัน ขาดสติ ความรอบคอบในการไตร่ตรอง ย่อมจะทำให้เราตกเป็นเหยื่อของมันในที่สุด แล้วท่านผู้อ่านคิดอย่างไรกับเรื่องนี้กันบ้างครับ