เห็ดฟาง (Straws Mushroom) เป็นเห็ดที่คนไทยเรารู้จักกันดี มี่ทั้งเกิดเองในธรรมชาติ และสามารถนำมาเพาะเป็นพืชเศรษฐกิจได้อย่างดี เห็ดฟางเป็นเห็ดที่เพาะได้ง่าย มีคุณค่าทางโภชนาการสูง นักเพาะเห็ดบอกว่าในดอกเห็ดฟางจะมีกรดอมิโนอยู่ตัวหนึ่งที่สามารถต่อต้านและรักษาไข้หวัดใหญ่ได้

       เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้พบกับกลุ่มเกษตรกรชุมชนดอนงิ้ว เขตเทศบาลเมืองวารินชำราบ ซึ่งบริเวณชุมชนตั้งอยู่ในเขตที่ลุ่ม และรอบๆ ชุมชนมีคลองน้ำที่ระบาดเต็มไปด้วยผักตบชวา กลุ่มเกษตรกรจึงได้มาพูดคุยกับผมว่าเราจะจัดการกับผักตบชวาได้อย่างไรจึงจะได้ประโยชย์ 2 ต่อ นอกจากนำมาทำปุ๋ยหมัก ผมจึงได้เล่าให้ฟังว่า

       ผักตบชวาเป็นพืชที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเห็ดฟางเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการนำต้นสดๆ ขึ้นมาสับๆ... เป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำมากอง เหยียบให้แน่น ใส่เชื้อเห็ดฟาง .....ปล่อยไว้ประมาณ 7-9 วันเราก็สามารถเก็บดอกเห็ดได้

        ชาวบ้านสนใจยิ่ง  หลายคนเริ่มขยับเข้ามาหาผม และเริ่มซัก...วิธีการทำใหม่ หลังจากช่วงแรกๆ คิดว่าผมพูดเล่นๆ สุดท้ายมีเสียงตะโกนจากคนที่อยู่ไกลสุด บอกว่า ไม่ทัน...ไม่ทันๆ...ครับ สุดท้ายก็เลยมีผู้นำชุมชนลุกขึ้น พร้อมกับหันหน้าไปคุยกับเพื่อนๆ ว่า เอาอย่างนี้ไหม ให้อาจารย์เล่าให้ฟังใหม่เผื่อเราจะได้ไปเอาผักตบชวามาเพาะเห็ดเป็นอาชีพเสริมกัน สุดท้ายผมเลยต้องได้เริ่มต้นใหม่ครับ

        วิธีการเพาะเห็ดฟางด้วยผักตบชวาสด เอาหละๆ.ๆ...ถ้าอย่างนั้นผมจะขออนุญาตเล่าให้ฟังใหม่ก็แล้วกันนะครับ สำหรับวิธีการเพาะเห็ดสามารถสรุปได้ดังนี้

1. เตรียมเชื้อเห็ดฟางที่สมบูรณ์ ไม่ออ่อน ไม่แก่ เกินไป ให้พร้อม

2. เตรียมสถานที่เพาะโดยขุดเตรียมดินเหมือนกับจะปลูกผักยังไงยังงั้น

3. ทำไม้แบบเหมือนเพาะเห็ดฟางกองเตี้ยทั่วไป

4. เตรียมอาหารเสริม เช่นปุ๋ยคอก รำละเอียดเป็นต้น

5. นำผักตบชวาขึ้นมาจากหนองน้ำ แล้วสับให้ขาดเป็นชิ้นเล็กๆ ความยาวประมาณ 5 ซม. สามารถใช้ได้ทุกส่วน (จากยอดถึงราก)

6. นำผักตบชวาที่สับเป็นชิ้นเล็กๆ ยัดลงในไม้แบบ ให้หนาประมาณ 10 ซม แล้วเหยียบให้แน่น แล้วเอาอาหารเสริมโรยรอบๆ กองผักตบชวาด้านในไม้แบบบางๆ

7. เอาเชื้อเห็ดฟางมาโรยทับอีกชั้นประมาณ 0.5 ถุง ต่อชั้น

8. เอาผักตบชวาขึ้นทับบนเชื้อเห็ดอีกเป็นชั้นที่ 2 เหยียบให้แน่นพร้อมกับรดน้ำให้ชุ่ม

9. ทำลักษณะเช่นเดียวกันกับชั้นที่ 1 จำนวน 3 ชั้น แล้วจึงถอดไม้แบบออก เพื่อไปทำกองถัดกันไป ซึ่งให้มีความห่างประมาณ 20-25 ซม.ให้ได้ 5-10 กอง

10. เอาผ้าพลาสติกใสคลุมให้สนิท เพื่อรักษาความชื้น และอุณหภูมิ

11.รักษาอุณหภูมิในกองเพาะให้ได้อยู่ระหว่าง 30 - 32 องศาเซลเซียส ประมาณ 9 วัน ก็สามารถเก็บดอกเห็ดมาบริโภคได้

          จากนั้นต่างคนต่างแยกกันไปเก็บผักตบชวาเพื่อมาเพาะเห็ดกัน และ  2 สัปดาห์ให้หลัง พี่น้องโทรมาส่งข่าวบอกว่าเก็บเห็ดได้แล้วครับ ดอกเบ้อเร่อ บ้าร่า เท่าไข่ไก่เลยครับ  โอ้ ! ถ้าเป็นอย่างนี้ยินดีด้วยครับ

            จากความสำเร็จของชุมชนทำให้ชุมชนสามารถมีอาหารเห็ดที่มีคุณภาพไว้บริโภค อีกทั้งสามารถลดต้นทุนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใว้ใช้สำหรับการปลูกพืชในครัวเรือน และที่สำคัญชุมชนยังช่วยกำจัดวัชพืชทางน้ำให้กับเทศบาลได้เป็นอย่างดี สมควรอย่างยิ่งที่เทศบาลจะให้การสนับสนุนด้านปัจจัยการผลิตสำหรับเห็ดฟางสำหรับชุมชนต่อไป

ขอบคุณครับ

อุทัย   อันพิมพ์

4 กันยายน 2549