การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของวันแรก(1 ก.ย.49) เสร็จสิ้นด้วยอาหารมื้อเย็นที่ รพ.ศิริราช รับเป็นเจ้าภาพ ต้องขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ...

       พอเริ่มเช้าวันที่สอง (2 ก.ย.49) อ.หมอสมศักดิ์ก็ให้แต่ละกลุ่มที่สะกัดความรู้จากเมื่อวานของช่วงบ่ายมาเล่าสู่กันฟัง ในส่วนของกลุ่มดิฉันก็ได้เล่ามาก่อนแล้วตั้งแต่บันทึก 4, 5, 6, 7  และ 8 แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉัน get มากขึ้น จากที่ท่าน อ.หมอวิจารณ์ ท่านได้ให้ข้อคิดว่าในการทำ R2R นั้น คนที่มาทำหรือสนใจมาทำนั้นมีหลายแบบขึ้นกับจริต เช่น อยากให้งานที่ทำนั้นดีขึ้น อยากได้ผลงาน อยากเลื่อนซี อยากเอาใจหัวหน้า อยากเรียนรู้ว่าวิจัยทำอย่างไร ...

   

ความมีฉันทะในการทำ อาจารย์หมอวิจารณ์บอกว่าจะเฉพาะในกลุ่มคนที่อยากเรียนรู้ อยากเติบโตต่อไปเรื่อยๆ ในเรื่องของความรู้ และที่สำคัญฝึก จด บันทึกไปเรื่อยๆ นอกจากนี้องค์กรจะต้องทำให้บรรยากาศ กระตุ้นให้เกิดการทำ R2R เป็นต้น ว่ามีกลุ่มช่วยเหลือกันเอง อาจเป็นแบบช่วยแบบไม่ช่วย เป็นต้น...

       จากนั้น อ.หมอสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ท่านก็ได้สรุปอีกครั้งจากการที่เราร่วมสะกัดความรู้นั้นออก ท่านมองว่าการสร้างสิ่งแวดล้อมในการทำงานนั้นสำคัญ ความเป็นเครือข่าย การมี Promoter เพื่อผลักไปตามเป้าเพื่อสร้างวัฒนธรรมองค์กร บางแห่งอาจทำแบบทั้งมีโครงสร้าง และไม่มีโครงสร้าง สำหรับทางศิริราชนั้นอ.หมอสมศักดิ์มองว่า มีการแบ่งประเภท แบ่งกลุ่มงานวิจัยที่ทำ R2R และท้ายสุดอาจารย์เน้นย้ำว่าในการทำ R2R นั้นเริ่มจากการที่อยากแก้ปัญหา

....
       จากข้อความรู้ที่สะกัดได้นี้ทำให้ดิฉันหันมามองและทบทวนตนเองว่า...จุดเริ่มของตนเองนั้น คืออะไร...จากการมองตนเองว่า น่าจะเป็นความรักความชอบส่วนตนในการทำวิจัย และมี positive thinking ที่ดีต่อการทำวิจัยมาตลอด ตั้งแต่เล่มแรกทำเมื่อสิบกว่าที่ผ่านมาสมัยเรียน ป.ตรีพยาบาล...จากนั้นต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน...ทำให้รู้สึกว่ามีความสุขทุกครั้งกับการที่ได้แสวงหาคำตอบ เพื่อตอบสนองต่อความสงสัยของตนเอง...การทำวิจัยนี้ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ มากกว่าในตำราเยอะมาก...จนเมื่อจบกลับมาทำงาน ดิฉันมองว่าการทำงานที่หลายท่านทำนั้นมีคำถามการวิจัยซ่อนไว้มากมายที่สามารถนำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดการพัฒนางาน...ดังนั้นจึงมองหาแนวร่วมที่จะทำจนมาได้การรวมทำและเกิดเป็นทีม R2R รพ.ยโสธรนี่แหละคะ...

ตรงนี้..ไม่แน่ในว่าจะเรียกว่า "ฉันทะ" ได้หรือไม่...
หากแต่ว่า..ที่ทำเพราะอยากทำ...