สหาย…..บททดสอบ
ในยามที่เราต้องประสบกับปัญหาสิ่งแรกที่มนุษย์จำเป็นต้องกระทำและแสดงออกมาคือการโวยวายตีโพยตีพายหรือไม่ก็โทษฟ้าโทษดินโทษพรหมลิขิต อย่างมากไปก็ว่าโชคชะตาวาสนาไม่ดี ดวงตก ซวย สิ่งเหล่านี้ที่มนุษย์แสดงออกมาเพื่อสนองความเสียใจ สนองความว่างเปล่าที่ขาดหายไปในระยะหนึ่ง ซึ่งไม่นานสิ่งต่างๆเหล่านั้นก็เดินทางกลับมาหามนุษย์เป็นวัฎจักรแห่งการได้เสีย แน่นอนเมื่อมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดเสียไปสิ่งหนึ่งสิ่งนั้นก็จะกลับมาทดแทนกลบรอยเดิม ทับประวัติศาสตร์เพื่อให้อารยะธรรมของความเป็นมนุษย์ก้าวไป เกิดโศกนาฏกรรมแห่งความเศร้า สุข ทุกข์ เสียใจ และทำให้โลกมายานี้ดำเนินต่อไปจากวันต่อวัน
ข้าพเจ้าอาจกล่าวได้ว่าในโลกใบนี้ไม่มีใครเลยที่ไม่ประสบสิ่งที่ไม่ดี สิ่งที่เลวร้าย สิ่งที่ไม่พึงปรารถนา สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่ไม่มีมนุษย์หน้าไหนต้องการหรืออยากเจอะเจอแม้เล็กน้อย แต่ก็นั่นสิชีวิตคือชีวิต จะให้ได้ดั่งใจไปทุกอย่างเราก็กำหนดชะตาฟ้าลิขิตมิได้ เราคือมนุษย์ตัวน้อยๆบนโลกเน่าๆเหม็นๆใบนี้เท่านั้นเอง แต่ก็มองว่าโลกนี้คือสวรรค์ คือวิมาน คือแสงสี ก็แล้วแต่จะคาดคิดวิจารณ์ เหล่านั้นคือความเป็นไป สิ่งไม่ดีที่เราพบเจอประสบ ไม่ว่าการทะเลาะวิวาท อุบัติเหตุ ความทุกข์ สุข เศร้า เสียใจ อกหัก รักคุต รักตุ๊ต รักเกย์ โดนจี้ โดนปล้น โดนต่อย โดนตำรวจจับ ฯลฯ มากมายมหาศาล เราคนหนึ่งหละเรื่องไม่ดีๆเรื่องเสียๆหายๆต้องมีบางที่เราต้องทรมานกับมันสักช่วงเวลาหนึ่ง
ไม่มีใครเลยบนโลกนี้อยากเจ็บปวด ไม่มีใครเลยต้องการความทุกข์ทรมานแสนสาหัส มีใครไหมในโลกนี้สักการะและเชิดชูความยากจนข้นแค้น ยากยากมากเหลือเกินที่จะหาพบในโลกปัจจุบันหรือโลกไหนๆ เรื่องต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราในแต่ละวัน มันมากมายจนน่าเวียนหัว ภายใน 24 ชั่วโมง จนถึง 365 วัน จากกลางวันยันกลางคืน จากหลับถึงตื่น ในอรรถรสชีวิตมันคงซาบซ่าน่าสนใจนักในแต่ละบุคคล
ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งบนโลกใบนี้ โลกใบเดิมหรือโลกใบเก่าๆของใครหลายคนเช่นกัน ในชีวิตของข้าพเจ้าก็มีทุกข์สุข สนุกเฮฮา ไร้สาระเหมือนดั่งเฉกเช่นปุถุชนทั่วไปเหมือนกัน แต่ข้าพเจ้าก็มิใช่เทวดาที่จะเก่งและรู้ไปทุกเรื่อง หรือไม่ข้าพเจ้าก็มิใช่ซาตานที่เลวร้ายและหลงผิดไปทุกเรื่องก็เช่นกันเหมือนทุกคน ในประสบการณ์ของข้าพเจ้าที่ประสบพบเจอ ผ่านกาลเวลาแห่งความจริงและความหลอกลวงมามากมาย จนนับได้ว่าแผลเยอะใช้ได้ แผลต่างๆที่ประทับ ไหม้ แผลเป็น รอยเย็บ ต่างเป็นหลักฐานถึงการเชี่ยวกรากของวันวานที่เราประสบ ไม่ก็อย่างหนึ่งหละที่คุณหรือข้าพเจ้ามิเคยลืมเลือน ถ้าหากว่ามองให้ดีแผลมันอาจจะเป็นแค่แผลผ่านๆตามร่างกาย แต่ถ้าหากว่าเรามองให้ดีแผลบางแผลมันยิ่งกว่าแผล มันเป็นแผลที่ประทับลึกในจิตใจ จิตวิญญาณ เป็นประสบการณ์เป็นอุทานหรณ์ที่สอนใจ ข้าพเจ้ามั่นใจว่าแผลแบบนี้ ไม่แผลหนึ่งก็สองแผลหละที่บาดลึกในใจใครหลายคนตลอดมา
การร้องไห้ไม่ได้ช่วยให้โลกสดใสหรือดีขึ้นประการใด แต่การร้องไห้เป็นทางออกของคนที่ไม่มีทางออก หรือคนที่คิดว่านั่นคือทางออกที่ดีที่สุด จึงระบายมันออกมา ร้องมันออกมา การร้องโวยวายตีอกชกตัวก็เป็นทางออกหนึ่งที่ดีมากของคนโง่เขลาเบาปัญญาและไร้สติ เป็นทางออกที่มีวุฒิภาวะสูงในระดับสติปัญญาเท่านั้น การพูดการระบายให้คนอื่นได้ฟังเป็นสิ่งที่ดูแล้วน่าสนใจในรูปแบบหนึ่งที่ค้นพบ การถ่ายทอดความหนักอึ้งจากที่หนึ่งไปสู่ที่หนึ่ง เป็นการระบายและถ่ายเทที่คลาสสิก แต่เฉพาะคนที่ไว้ใจได้ที่สุด หรือไม่ก็พระเจ้า เราทุกคนล้วนมีทางออกของตนเองเสมออยู่ที่ใครจะหาเจอก่อน บางคนเร็ว บางคนช้า บางคนหาไม่เจอ จึงรีบกลับไปหาพระเจ้าก่อนเวลากำหนดก็มี เอากันแล้วแบบนี้ พูดกันตามความจริง ก็นั่นแหละเมื่อเราเจอปัญหาเข้าจริงๆสติมันชอบหนีหายไปทุกที กว่าจะหาเจอ ก็รู้ว่าเมื่อทุกข์เมื่อโกรธด็อกสเตอร์อ๊อกฟอร์ดกับเด็กประถมบ้านเรามันก็ไม่ต่างกันมากนัก เอากันจริงๆ
เพื่อนๆของข้าพเจ้าที่ประสบปัญหา ความทุกข์ยากเศร้าใจ มาบอกกล่าวเล่าให้ฟังอย่างน่าสนใจ แต่ทุกคนที่กล่าวเล่ามา ทุกคนชอบอ้างตลอดว่าทุกข์ยากของตนเองหนักกว่าของคนอื่นเสมอ คือเราไม่ยอมแพ้กัน ถ้าของมึงแบบนี้ ของกูเอ๊าหนักยิ่งกว่า ง่ายๆ เพื่อนของข้าพเจ้า เวลาเปลี่ยนกางเกงมานุ่งผ้าถุง ก็เอากระเป๋าตังค์ใส่ไว้ในกางเกงยีนต์ พักหนึ่งขโมยตัวดีก็มาจิ๊กเอาไปเสีย สร้างความแค้นให้เพื่อนข้าพเจ้าอย่างมาก แต่มันก็ดีนะมันเป็นคนปล่อยวาง เออช่างมันเถอะ มันมีตังค์ไม่กี่บาทเอง แต่ก็เสียดายบัตรประชาชน บัตรเอทีเอ็ม บัตรต่างๆขี้เกียจทำใหม่ แต่ไม่เป็นไร นี่คือคนปลง ปลงก็ดีนะ คนที่สองกรณีเช่นเดิมเปลี่ยนกางเกงนุ่งผ้าถุงพักหนึ่ง มาดูกางเกงตัวเอง เสร็จขโมยเอาเงินพร้อมกระเป๋าตังค์ไปแล้ว ก็เซ็งๆๆๆๆ แต่ก็ไม่บ่นมาก คือเป็นคนพูดน้อย หายก็หายชั่งหัวมัน คิดแบบนี้ก็แปลกแต่สบายใจ พอมาคนที่สามแปลกสุด มาที่หอเพื่อน จะมาเปลี่ยนผ้าถุงสบายๆ ถอดกางเกงออก ไว้สตางค์พร้อมกระเป๋าสตางค์ในกางเกงยีนต์ พอได้เวลาคุณโจรคนดีก็ปฏิบัติการ เช่นเคย คราวนี้ฮากว่าเดิมเล่นเอาทั้งกระเป๋าสตางค์ กางเกงยีนต์ กุญแจรถมอไซค์ เล่นเอาซะนุ่งผ้าถุงกลับหอตัวเอง แถมเข็นรถมอเตอร์ไซค์กลับอีกต่างหาก สองกรณีแรกมาคุยด้วยกันก็ไม่เท่าไร กรณีที่สามมาบอกให้ทราบทุกคนก็ฮากันถ้วนหน้า และจงนึกไว้เสมอมีคนทุกข์กว่าเราอีกมากมาย ไม่หัวเราะก็ฮาเสีย ปลงเถิด สบายๆ กับชีวิต
ความเป็นเพื่อนก็เช่นกันที่เราผูกสายใยแห่งรักผูกสัมพันธ์ด้วยกันไว้แน่นแฟ้น แม้มิใช่สายเลือดเดียวกันแต่ก็ทำให้เรารักกันได้โดยไม่มีเหตุผลใดๆมาอ้างเอ่ย เพื่อนสำหรับวัยรุ่นคือพี่น้อง แต่เพื่อนสำหรับบางคนยิ่งกว่าพี่น้อง ข้าพเจ้าถือคติไว้เสมอ เพื่อนหายากกว่าเมีย เพื่อนดีชีวิตดี เพื่อนคือที่พึ่งพายามยากได้
ข้าพเจ้าเป็นคนที่มีเพื่อนมากมายมากหน้าหลายตา หลายศาสนาหลายวัฒนธรรม ไล่จากเชียงใหม่ไปสุไหงโกลก นครพนม ไปถึงอียิปต์ บาเรนท์ รัสเซีย มาเลเซียและอื่นๆ คนมีเพื่อนมากมันก็ดีหลายอย่าง ดีหลายด้าน คนเพื่อนมากมันก็เสียหลายด้าน ไม่ดีหลายด้านเหมือนกัน ยังไงกัน การมีเพื่อนเยอะ ไปไหนมาไหนก็สะดวก ไปจังหวัดโน้นจังหวัดนี้มีคนรู้จัก มีคนช่วยเหลือ มีสาขา ชีวิตง่ายดาย ยิ่งมีเพื่อนเป็นนักธุรกิจ นักการเมือง ข้าราชการ หรือญาติเขาก็เถอะเราก็สบายพึ่งได้ แต่ก็นั่นสิ เพื่อนมากเรื่องมาก ยุ่งยากวุ่นวาย บางทีไร้สาระ บางทีก็เสียความเป็นส่วนตัว หรือกระทบชีวิตเราในมิติหนึ่งมิติใดก็ได้ แล้วแต่มุมมองและการประยุกต์ใช้
สำหรับกรณีเพื่อนดีเพื่อร้ายที่ข้าพเจ้าพบเจอ ในกรณีของข้าพเจ้า ในสมัยวัยรุ่นข้าพเจ้ามีเพื่อนหลากหลายแบบ ไม่ว่าตุ๊ด เกย์ กระเทย นักค้ากัญชา พ่อค้ายาบ้า มือปืน เอเยนต์ค้ายาแก้ไอยาหลอนประสาท พ่อค้าลูกปืน อันธพาล นักเลง นักกีฬา เด็กเรียน รวมถึงเด็กเกรียนต่างๆ เหล่านี้มันคือความหวานมันในชีวิตที่ผ่านพ้น บางครั้งมันดูเผ็ดร้อนและขมขื่นบ้างก็มี ไม่การตีรันฟันแทง ยิงกันตาย ชกต่อย ตำรวจจับ โดนไล่ออกจากโรงเรียนข้าพเจ้าเคยประจักษ์ในความเจ็บปวดของเพื่อนผอง ในด้านดีข้าพเจ้ามีเพื่อนดีที่ทำทุกอย่างให้ไม่ว่าสอนหนังสือ เลี้ยงข้าว พาไปเที่ยว สมัครเรียน สมัครสอบ หลายอย่างที่มันยังคงซึ้งใจในทุกวันนี้ แต่นั่นข้าพเจ้าก็จำ จำเสมอทุกวันนี้ มันคือวันวาน อดีต แต่เราต้องสู้ต่อไปเสมอในวันนี้วันพรุ่งนี้
ตัวอย่างเพื่อนดีเพื่อร้าย สหายข้าพเจ้าที่ใกล้ชิดสนิทสนม เมื่อชีวิตใครคนใดคนหนึ่งถึงเวลาขาลงมันก็ลงจริงๆ เมื่อความเลวร้าย บททดสอบที่มาพบเจอมันก็โหมกระหน่ำดั่งพายุที่บ้าคลั่งหลายครั้งที่ทุกข์ใจแสนสาหัส ไม่ว่ากรณีโดนโจรขึ้นบ้าน ขโมยโน้ตบุ๊ก กระเป๋า รองเท้า โทรศัพท์มือถือ ลามไปถึงกางเกงยีนต์ น่าสงสาร หนักไปอีกวันต่อมาเพื่อนอีกคนยืมมอเตอร์ไซค์ไปใช้แล้วขโมยหายไป เพื่อนกับเพื่อนทำกันลง น่าเศร้าใจนัก เท่านั้นยังไม่พอ เพื่อนอีกคนดันมาทะเลาะไม่พอใจอีกทอดหนึ่ง แถมยังทราบรู้อีกว่าทางบ้านแม่ไปกู้เงินให้ญาติแต่ค้ำประกันไว้ให้ ญาติหนีหนี้ทำให้แม่เขาติดหนี้ร่วมแสนบาท หนักมากหนักจริงๆก็เพราะเขาเป็นลูกกำพร้าพ่อแต่เด็ก มาเรียนมหาลัยก็หนักต้องออกไปเรียนใหม่ที่รามคำแหง มันคงเกินไปสำหรับที่เราอ่านนี้มันหนักจริงๆยิ่งกว่านิยาย มันเป็นชีวิตจริง ทุกข์จริง เศร้าจริง เสียใจจริง
เรื่องดีๆร้ายๆในชีวิตเราทุกคนคงต้องประสบต่อไปอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่จะสามารถปฏิเสธหรือยับยั้งไว้ได้ แต่สำคัญอยู่ที่ว่าใครจะคลำหาสติเจอก่อนในการแก้ปัญหา สำหรับศาสนาและความเชื่อแต่ละคนล้วนมีบทบาทในการยึดเหนี่ยวจิตใจและปฏิบัติตาม บางศาสนาบอกว่าเป็นเรื่องเคราะห์กรรม เวรกรรม โชคชะตา หรืออัปมงคล ซวยก็แล้วแต่ หรือไม่ก็บางศาสนาก็เน้นว่าเป็นเรื่องลิขิตสวรรค์ การกำหนดแห่งเจ้าเอกภพ เป็นบททดสอบความศรัทธาและความอดทน นั่นคือเหตุผลของแต่ละความเชื่อ และเจตนรมย์ที่แตกต่าง
แม้ว่าวันนี้วันหน้าวันไหน วาตภัย มหาอุทกภัย อุบัติเหตุที่จะมากระชากลากถูความสุขไปจากเรา แต่เราก็จงรำพึงใจไว้ให้มั่น ไม่มีวันเลวร้ายตลอดไป จงมั่นใจในสวรรค์ จงมั่นใจในความดี การทำดี การพูดดี การคิดดี การทำเพื่อสังคม การทำเพื่อส่วนรวม การทำเพื่อประเทศชาติ เพื่อศาสนา เพื่อพระเจ้าเพื่อเจ้าของเอกภพทั้งมวล ในวันนั้นหากเรากลับมองมาย้อนดูตัวเองอีกครั้ง เราจะไม่มีวันเสียใจอย่างเด็ดขาด ความเลวร้ายคือสิ่งไม่จีรังยั่งยืน ความสุขสนุกสานคือการเปลี่ยนผ่านของความทุกข์และสถานะหนึ่ง การอยู่กับปัจจุบันและต่อสู้ด้วยความหวังคือความจริง ความจริงเสมอ และข้าพเจ้า คุณ ท่าน จะไม่มีวันเสียใจ แม้ว่าวันนั้นคุณจะเหลือแค่เพียงชื่อไว้ในโลกนี้ก็ตามที คุณสุดยอดแล้ว…สหาย
แด่….สหายที่รัก
. เจ้าชาย .
11 / 3 / 55
อย่างนี้มีคำฮิตในหมู่คนทำงานว่า"หนักแล้วสิดเหอ"
พันพรือครับลุง
หนักแล้วสิดเหอ.....เป็นคำรำพึงของคนในชุมชน ที่เห็นพฤติกรรมที่ไม่ดีของคนดังในชุมชนแต่ไมสามารถพูดออกบอกได้
ก็นั่งรำพึงกับน้องๆว่า"หนักแล้วสิดเหอ"(นายก อบต. โดนยิง สองปีตายไปสามคน คนที่สี่โดนจับในข้อหาฆ่าคนตาย......หนักแล้วสิดเหอ
หนักจริงๆหลานเชื่อครับลุง หนักแผ่นดิน