...หมายความว่าเธอไม่ได้มีชีวิตอยู่ในขณะที่เธอล้างจาน

...เมื่อคืนรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้ หลังกินข้าวเย็นเสร็จจึงกินยาบำรุงและยานอนหลับ เพราะรู้ว่าหากรู้สึกไม่สบายจะนอนไม่ค่อยหลับและฝันร้ายเป็นประจำ

...หลังจากนั้น เขาขับรถไปที่แห่งหนึ่งและเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงจนล้อรถด้านหลังหลุดไปทั้งสองข้าง ทุกอย่างวุ่นวายสับสน หาใครช่วยเหลือแทบไม่มี...จนกระทั่งสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก...ยาคลายเครียดไม่ได้ช่วยเลยสำหรับคืนนี้

...คนที่เคยนอนข้างป่านนี้คงใกล้ถึงน่านฟ้าเกาหลีแล้ว...

...เหลือบดูนาฬิกาเป็นเวลาตีสอง   เขานอนต่อและฝันร้ายหลายเรื่องราวก็ผ่านเข้ามาจนเหมือนไม่ได้นอนนับแต่นั้น

...หลังไปส่งลูกเรียนพิเศษ เขาจูงเจ้าทอฟฟี่เข้าบ้าน กินข้าวเช้าเสร็จ กวาดบ้าน ถูบ้าน และซ่อมโคมไฟที่หลุดล่วงลงมาเมื่อหลายวันก่อน ได้เหงื่อท่วมตัวเลยทีเดียว รู้สึกอาการปวดหัวยังคงมีอยู่แต่รับรู้มัน

...หลังอาบน้ำหยิบหนังสือ "ปาฏิหาริย์แห่งการตื่นอยู่เสมอ" ของท่าน ติช นัท ฮันห์ มาอ่าน

"การกระทำทุกอย่างเป็นพิธีกรรม" ท่านสอนลูกศิษย์ที่ชื่อควงว่า "ขณะที่เธอล้างถ้วยชาม เธออาจจะคิดไปถึงการดื่มน้ำชา หลังจากล้างถ้วยชามเสร็จแล้ว จึงทำให้เธอสักแต่ว่าล้างถ้วยชามให้มันเสร็จๆไปอย่างขอไปทีเท่านั้น และนั่นcเวลาที่เธอล้างจานอยู่นั้น การล้างจานต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ เช่นเดียวกับเวลาดื่มน้ำชาก็ต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ การเข้าห้องน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเช่นกัน ฯลฯ

การผ่าฟืนก็เป็นการฝึกสมาธิได้ การหิ้วน้ำก็เป็นการฝึกสมาธิได้ ผู้ปฏิบัติธรรมจะต้องมีสติอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

ไม่เพียงแต่ช่วงเวลาชั่วโมงหนึ่งที่แบ่งให้กับการนั่งสมาธิ อ่านพระไตรปิฎกหรือสวดมนต์เท่านั้น

...เขาย้อนนึกถึงความฝันในค่ำคืนที่ผ่านมาของเขาช่วงเวลานั้นเท่ากับว่าเขาไม่ได้มีชีวิตอยู่เลยในขณะนั้น

...และขณะที่บันทึกอยู่นี้เป็นเหมือนชีวิตใหม่ที่เพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังบันทึกเรื่องราวอยู่ และเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาเลยทีเดียว

...เมื่อคืนเขาได้ตายไปและเกิดใหม่ในขณะนี้...